คุณ วิชัย วิทยฐานกรณ์
ทายาทร่วมก่อตั้งบริษัทน้ำมันพืชไทย (มหาชน) ผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่รู้จักกันดีในชื่อน้ำมันพืชตรา องุ่น


       สบายดีท่านผู้ฟังทุกท่าน ขอบคุณมากสำหรับ MC ที่แนะนำสิ่งที่ผมภูมิใจนะครับ น้องหลายคนคงจะพูดว่าเป็นพลทหารเนี่ยน่าภูมิใจนะครับ เพราะว่าส่วนใหญ่จะบอกว่า ถ้าพ่อรวย เอาเงินต๊ะก็คงจะหลุด คงจะผ่าน แต่สำหรับผมเนี่ย สืบเนื่องจากจบมาจากฮ่องกงแล้วกลับมา เพราะว่าผ่อนผันมาปีสองปี พอดียุคนั้นเป็นยุคที่นายก ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์เนี่ยเป็นนายกเนี่ย ช่วงนั้นมีเหตุการณ์ที่ตึงเครียดบ่อย เพราะยุคนั้นหลังบ้านไม้ไผ่ หรือรัสเซียก็ยังมีกระแสที่ไทยเนี่ยกังวล จะคบกับคอมมิวนิสต์เนี่ยเราก็กลัว ทฤษฎี โดมิโน่ช่วงนั้นก็ยังอยู่ โดมิโน่ใครเคยอ่านบทความพวกนี้มั้ยครับว่า ประเทศข้างเคียงของเราเนี่ยล้มทีละหนึ่งประเทศ ๆ อย่างเช่นลาวมีพระมหากษัตริย์ เขมรมีพระมหากษัตริย์ก็เปลี่ยนไปหมด กลายเป็นคอมมิวนิสต์ เพราะฉะนั้นไทยก็กังวลเพราะยุคนั้นเป็นยุคที่นายกของเราเนี่ยต้องดำเนินนโยบายอย่างรอบคอบ ในขณะเดียวกันรั้วของชาติก็ต้องเตรียมพร้อมเข้มแข็ง เพราะฉะนั้นการเกณฑ์ทหารในช่วงนั้นค่อนข้างจะเอาจริงเอาจัง แต่แน่นอนล่ะครับเราก็เคยได้ยินว่าบางคนพยายามจะใช้เงินเพื่อให้ผ่าน ผมเองก็เหมือนกัน คุณพ่อเนี่ยเตรียมเงินล่ะ ผมกลับมาจากนอกปุ๊บ แหม...คุณพ่อเป็นคนจีน คนจีนมักจะห่วงลูกกลัวไปเป็นทหาร ก็เตรียมเงินไว้ให้ อ่ะเค้าเรียกผมไอ้โย่ง โย่งเอาไปให้คนนู้นคนนี้นะเค้าจัดการให้เรียบร้อยแหละ พอถึงวันที่จะต้องดำเนินการเรื่องเกณฑ์ทหาร ก่อนวันเกณฑ์ทหารเนี่ยผมก็หิ้วถุงนี้ไปให้คงไม่เอ่ยชื่อกันนะครับ ไปให้เจ้าหน้าที่คนนั้นปั๊บด้วยความที่หัวนอกนะครับ อยากรู้เขาทำยังไงก็ถาม เอ่อ...พี่ ๆ พี่ทำยังไงผมถึงไม่ต้องเป็นทหาร สัสดีคนนั้นก็บอกว่าน้อง ๆ ถ้าน้องมาซื้อกาแฟนะ กินอร่อย จ่ายตังค์จบ อย่าถามว่าพี่คั่วกาแฟยังไง ชงกาแฟวิธีไหน ตอนคั่วใช้อุณหภูมิเท่าไหร่ ไม่เอาโอเคมั้ย ผมฟังงั้นผมก็ไม่เข้าใจ ผมก็ถือถุงเงินกลับเลย แปลว่าไร แปลว่าไปวัดดวงเอาพรุ่งนี้ละกันนะจับดำกับแดง เพราะผมก็ไม่เข้าใจ ช่วงนั้นเราก็ไม่ได้คิดอะไร มีแต่ความรู้สึกว่าเมื่อไม่เข้าใจฉันก็กลับบ้านดำก็ดำ แดงก็แดงเพราะมันมีคนมาจับกันเยอะแยะ ปรากฏว่าแดง แดงก็ไปตามเรื่องตามยถากรรม พอถึงวันก็แต่งตัวให้ง่ายที่สุดเสื้อยืดตัวกางเกงขาสั้นตัว ขึ้นรถไปถึงค่ายทหารก็ว่ากันไป แต่ถึงค่ายทหารเนี่ยแน่นอนครับ ผู้บังคับบัญชาตอนนั้นเรียกว่าผู้หมวด หรือจะเป็นจ่าจะเป็นนายสิบที่ปกครองพวกเราพลทหารเนี่ย เค้าต้องดูประวัติ เปิด ๆ ๆ ๆ โอ้โห ไอ้หมอนี่นักเรียนนอก ไอ้นี่ปริญญาตรีรามคำแหง ไอ้นี่นู้นนี่ ๆ ทหารเค้ากลัวนะ กลัวว่าเราจะรู้มาก แต่ไม่ได้หมายความว่าเค้ากลัว เค้าจะต้องเตรียมพร้อม เพราะทหารเนี่ยถ้าฝึกปรือแล้วไม่สามารถอยู่ในบรรทัดฐานเดียวกันได้เนี่ยถือว่ารบยาก เพราะเวลาออกรบสั่งบุก คนนี้ฉลาดหลบดีกว่ากลัวกระสุน ไปรอดมั้ยรบแพ้แหง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ทำให้เรากลายเป็นที่เพ่งเล็งของจ่า โดยเฉพาะจ่าผู้ชำนาญการเนี่ย เพราะฉะนั้นการเป็นทหารเนี่ยทุกวัน ทุกชั่วโมงเนี่ย เค้าจะจ้องอยู่ไม่กี่คน แต่ด้วยประสบการณ์ที่ช่ำชองเค้าจะรู้เลยว่า เดี๋ยวจะเกิดเรื่องนั้น เดี๋ยวจะเกิดเรื่องนี้ พวกเราคงเคยได้ยินคำว่า buddy system พูดง่าย ๆ ว่าเค้าก็จับให้เป็นคู่ ๆ เป็นวิธีการฝึกทหาร เพราะฉะนั้นตายต้องตายคู่ ตายคนเดียวไม่ได้ถือว่าเอาเปรียบเพื่อน เค้าก็สร้างนิสัยนี้ตั้งแต่เริ่มต้นเลย ผมก็ได้ buddy คนที่ในชีวิตเค้าไม่เคยใส่รองเท้าเลย ตีนโต นิ้วแบทำนาอย่างเดียวบัดดี้ผม เพราะฉะนั้นคำว่าบัดดี้เนี่ยถ้าเขาผิดแปลว่าผมผิด ถ้าผมผิดเขาก็ต้องโดนลงโทษด้วย ก็มันล่ะสิ เพราะว่าจ่าทุกคนจ้องเอาผมเป็นตัวอย่าง ไอ้หมอนี่นักเรียนนอก เดี๋ยวมันคงจะมีอะไรแผลง ๆ แล้วก็จริงอย่างที่ว่า มีอยู่วันเดินแถวจากทานข้าวมาที่โรงนอน เค้าเรียกว่าที่พักที่เรียน มาถึงโรงนอนปั๊บจ่าก็บอกวันนี้หาไรเล่นหน่อยกลับมาไวเกินไป รีบเข้าห้องพักเนี่ยมันไม่ถูกต้องนะ เอาลองดู ๆ เดี๋ยวจะมีการละเล่นถ้าใครเข้าคนสุดท้าย เอ้าต้องการให้เข้าทางหน้าต่างทั้งหมด เอาล่ะสิ พอปี๊ดทุกคนก็เคยเจอบทเรียนแล้วนิก็ต้องกูลีกูจอเข้าไปในที่พักโดยปีนหน้าต่าง พอเราเข้าไปได้ทุกคนเข้าหมดและ จ่าบอกเดี๋ยวๆ ลืมไป ๆ ออกมาใหม่ ๆ ดูไม่เรียบร้อยเลย เอ้าออก เราก็กระซิบบัดดี้ไม่ต้องออกหรอก เดี๋ยวมันก็เข้ามาแล้วพูดงี้ปั๊บ พอออกมาหมดจ่าบอกผมลืมนับแถว นับหน่อย ๆ เอ้านับหนึ่ง สอง สาม... หายไปไหนสองคน ตัวอย่างที่หนึ่งนะครับ มันจะมีอย่างนี้อยู่ตลอดอันนั้นก็คือชีวิตของทหารที่ผมได้คำว่าบัดดี้มา และคำว่าบัดดี้เนี่ยเป็นวิธีที่ผมใช้ในธุรกิจอุตสาหกรรมผมมาตลอดเลย ก็คือตัวตายตัวแทนนั่นเอง มันเปลี่ยนออกมาที่ผมเรียนรู้จากทหารนี่คือตัวตายตัวแทน แล้วก็มีอะไรอีกเยอะแยะแต่เดี๋ยวเราจะเข้าเรื่องของหัวข้อว่า จากศูนย์ไปยังไง แต่ผมถือว่าผมเป็นพลทหาร ผมจากศูนย์วันนี้ผมได้ความแกร่งขนาดนี้เพราะผมได้มาจากทหาร ผมจึงบอกผมภูมิใจครับ ภูมิใจที่เพื่อนเถ้าแก่ผมหลาย ๆ คนเยอะแยะเลย ไม่มีใครมียศพลทหารแบบผมเลย นี่คือหนึ่งในภาคภูมิใจของผมที่ เมื่อกี้ MC กึ่งแซวแต่ก็เป็นเรื่องที่พูดได้


       เอาล่ะมาเข้าเรื่องของพวกเรา บทชาร์ตข้างบนเนี่ยผมใช้คำว่า life time learning เพราะผมรู้สึกว่าเรียนไม่จบ เพราะผมต้องเรียนจากศูนย์ขึ้นไปเรื่อย ๆ ขึ้นได้แค่ไหนแล้วแต่โอกาส ชาร์ตอันนี้ศูนย์ถึงยี่สิบ สีแดงผมจะหมายถึงช่วงที่ผมเป็นเด็กจนถึงอายุยี่สิบ ถ้าเป็นช่วงยี่สิบถึงสามสิบเมื่อกี้พูดไปแล้วช่วงเป็นทหารก็อยู่ในช่วงประมาณนี้ครับ ยี่สิบเศษ ยี่สิบเอ็ด ยี่สิบสอง ยี่สิบสามเป็นทหารสองปี เป็นทหารสองปีก็ว่าไปตามเนื้อผ้า กลับมาบ้านก็มาทำงานให้คุณพ่อ ยุคนั้นก็มีปัญหาอยู่เยอะพอสมควร เพราะว่าเราเพิ่งเริ่มกิจการ สืบเนื่องจากว่าพ่อไม่ได้ตั้งใจ แต่บังเอิญไปเป็นผู้ถือหุ้นของโรงกลั่นน้ำมันนครชัยศรี อดีตไม่ใช่ TVO ที่พวกเรารู้จักนะครับ ชื่อโรงกลั่นน้ำมันนครชัยศรี ชื่อก็แปลกนะครับ ใคร ๆ ก็นึกว่าใหญ่โตมาก แต่บังเอิญเป็นบริษัทเล็ก ๆ สมัยนู้นเกิดขึ้นที่นครชัยศรี ที่นั่นผมก็ได้รับการฝึกงาน การฝึกงานของผมนั้นเริ่มจากเป็นเจ้าหน้าที่ในห้อง lab ก่อน หลังจากเกณฑ์ทหารออกมาแล้วก็ไปฝึกงานอยู่ในโรงงาน ห้อง lab ผมถือว่าเป็น base ของโรงงานทั้งหมด ผมใช้คำว่า base คือผมต้องมีความรู้ก่อน ก่อนที่จะไปดูแลแต่ละแผนกแต่ละหน่วยงานเนี่ย ถ้าเราไม่เข้าใจที่มาที่ไปของมันเนี่ยเราก็คงจะทำอะไรไม่ได้มากกว่านั้น ได้แต่บอกว่าฉันเป็นเจ้าของนะ เป็นลูกชายเถ้าแก่นะ เดินไปเดินมามาตรวจงาน ผมว่าลูกน้องมันก็หลอกเราได้เหมือนกัน ถ้าเราไม่มีพื้นฐาน เพราะฉะนั้นการที่ผมได้อยู่ในห้อง lab ผมถือว่าเป็นสิ่งที่เริ่มต้นได้ถูกต้อง ก็ได้ประสบการณ์มากมายหลายอย่าง การทำโรงงานเนี่ย ประกอบด้วยเทคนิค วัตถุดิบ แล้วก็ process เทคนิคนั้นก็ซื้อเครื่องจักร เดิมทีเครื่องจักรก็ย่ำแย่ มันบังเอิญเป็นช่วงที่ท่าทางธุรกิจดี คุณพ่อก็อยากจะลงทุน ก็ส่งผมไปหาซื้อเครื่องจักร ก็มีประสบการณ์ผมก็เตรียมตัวหาข้อมูลอะไรพอสมควรแล้วเนี่ย ก็เดินทางไปกับวิศวกรใหญ่ของเรา ก็ไปที่ญี่ปุ่นตั้งใจจะซื้อเครื่องจักรมิตซูบิชิ ซึ่งมีเครือข่ายของเค้าผลิตเครื่องสกัดน้ำมัน เพราะเดิมทีเราผลิตอยู่แค่ 40 ตันต่อวัน วัตถุดิบ หมายความว่าเอาถั่วมา 40 ตันต่อวันนะครับ ก็สิบล้อสองคันเอาถั่วใส่เข้าไป แล้วก็ process แล้วเป็นน้ำมันออกมา เราก็บอกธุรกิจมันเล็กไปอยากได้เครื่องจักรใหญ่กว่านี้ ก็ไปบอกบริษัทญี่ปุ่นว่าเราอยากได้เครื่องจักร 150 ตัน เอาเป็นว่าสามเท่า ก็เดินทางไปโตเกียว เข้าไปที่สำนักงานใหญ่ของมิตซูบิชิ เชื่อมั้ยครับเทคนิคสมัยนู้นเนี่ย เทคนิคการค้าสมัยนู้นเนี่ยญี่ปุ่นส่งระดับหัวหน้างาน 7-8 แผนกยิงคำถามนะครับ เพราะว่าเค้าต้องการข้อมูลเราก่อนเพื่อให้ชัวร์ว่าเจ้าคนนี้มาซื้อเครื่องเนี่ย หนึ่งqualifyมั้ย สองมีตังค์รึเปล่า สามถ้ามีตังค์ไม่ครบจะดำเนินการยังไงดี แน่นอน 7 คนก็ต้อนผมคนเดียว marketing ก็ถามใหญ่คุณค้าขายยังไง engineer technical ก็ถามปัจจุบัน อดีตคุณใช้เครื่องจักรอะไรทำงานยังไง วิธีการเป็นยังไง ถามจนหมดทุกแผนก จบแล้วผมก็บอกขอผมถามมั่ง เค้าก็บอกเค้าจะไปทำงานและ โอ้โหแสบ ล้วงของเราไปหมดเลยแล้วเราไม่มีสิทธิ์ได้ถาม แต่ได้ไปอาบน้ำออนเซน ได้ไปกินสเต๊กชั้นหนึ่งบนตึก 4-5 สิบชั้นของญี่ปุ่น เลี้ยงดูปูเสื่อชั้นหนึ่งเลย เพราะว่าก่อนเราจะเดินทางเราได้ติดต่อกับผู้จัดการในกรุงเทพแล้วว่าเรามีเรื่องนี้ ๆ เค้าก็รู้จักเราพอสมควร แต่เขาไม่แน่ใจ เพราะว่าบังเอิญเนี่ยสมัยนู้นสำนักงานของเราเนี่ยอยู่ติดริมทางรถไฟ ดูแล้วมันซอมซ่อไม่น่าเชื่อถืออะไรทำนองนั้น เพราะฉะนั้นเค้าก็ไม่แน่ใจก็เลยส่งเราไปสำนักงานใหญ่เพื่อให้สำนักงานใหญ่เค้าซักฟอก แต่บังเอิญเราผ่าน marketing ผ่าน technical เรามีพื้นพอรู้ อื่น ๆ ผ่าน เหลืออย่างเดียวมาคุยกันสิจะจ่ายตังค์ยังไงถ้าเราจะขายเครื่องให้ พอถึงวันเจรจาเราก็บอกว่าเนี่ยผมมีตังค์อยู่ 30 เปอร์เซ็นต์นะ เครื่องของคุณราคาเท่านี้ ประมาณเท่านี้ เพราะตอนนั้นยังไม่ได้ vocation ยังไม่ได้เลยนะ เอาล่ะพอบอกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ทางญี่ปุ่นก็บอกจะพิจารณาให้ ด้วยความที่เราเป็นคนใจร้อนหน่อย เอ๊ะเรามาซื้อของทำไมเค้าไม่ขายหรือไงนะครับ แต่ความจริงมันเป็นเหตุผลของการขายเทคโนโลยี ถ้าคนไม่เป็นมวยเนี่ยเค้าจะไม่ขายให้ ขายไปแล้วใช้ไม่เป็นเครื่องจักรเค้ากลายเป็นยี่ห้อไม่ดีเค้าเสีย เพราะฉะนั้นเค้าก็บอกสงวนท่าทีขอพิจารณาดูก่อน เราก็บอกเค้าว่าพรุ่งนี้ผมจะบินไปเยอรมันแล้วนะ จะไปซื้อเครื่องจักร คุณไว ๆ หน่อยแล้วกันเพราะผมบอกเค้าแล้วว่าผมดาวน์ 30 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือก็ผ่อน กับคุณน่ะ คุณก็จัด finance ให้ผมหน่อย แล้วจากนั้นผมก็ไปเยอรมัน พอไปเยอรมันไปนั่งคุยกับเยอรมัน เค้าก็บอกว่า คุณจะเอา 150 ตันเนี่ยทำไมคุณไม่เอา 450 ไปเลย เราก็บอกเรา 50 ตันโดดเป็น 450 ตันเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 9 เท่าเนี่ยเราไม่รู้เราทำไหวมั้ย เค้าบอกไม่เป็นไรเอาหัวใจของมันเนี่ยตัวใหญ่หน่อย คือความที่เยอรมันจริงใจเนี่ยเค้าก็ให้ชิ้นส่วนที่สำคัญ แล้วบอกว่าองค์ประกอบเนี่ยคุณไปทำเมืองไทยเดี๋ยวเขียนแบบให้แล้วคุณไปทำเองจะได้ประหยัดเงิน เราก็ชั่งน้ำหนัก engineer ของเรา เออ..มันมีเหตุผลนะ ก็ตัดสินใจเอาก็เจรจากันเสร็จกลับมา เซ็นสัญญากันเรียบร้อยนะครับ ก็เป็นเรื่องของการซื้อเครื่องจักร ปรากฏว่าญี่ปุ่นก็พลาด แต่ญี่ปุ่นมีจิตใจที่ติดตามผลงานมาก หลังจากผมสร้างโรงงานสกัดน้ำมันถั่วเหลืองโดยซื้อจากเยอรมันแล้ว เริ่มก่อสร้างไปได้ครึ่งหนึ่ง ญี่ปุ่นเดินทางมาขออนุญาตพบคุณวิชัย เค้ามาตรวจงานนะว่าลูกน้องเค้าพลาดเพราะอะไรที่ไม่ได้ order นี้นี่คือญี่ปุ่น นะครับอันนี้ก็เล่าสู่กันฟังว่าคนที่เค้าอยู่ตำแหน่งสูง ๆ เนี่ยเค้าคิดเค้าทำอะไรกัน แต่ว่าแน่นอนล่ะครับเค้าอาจจะไม่รู้ว่าเราใจร้อน เรากำลังเซงลี้ฮ้อก็อยากจะมีเครื่องนะครับ ปรากฏว่าเซงลี้ฮ้ออยู่ปีเดียว สร้างเครื่องจักรเสร็จ เซงลี้บ่ฮ้อแล้วแย่เลย ขายไม่ออกเพราะอะไร เพราะช่วงนั้นเนี่ยน้ำมันปาล์มกิโลละ 6 บาท น้ำมันถั่วเหลืองผมกิโลละ 25 บาท 4 เท่าราคาขายเนี่ย เพราะฉะนั้นชาวบ้านก็ไปซื้อทำไมล่ะ 25 ต่อลิตรนะครับ ก็ใช้น้ำมันอะไรก็ได้ที่มันทำอาหารได้ คุณพ่อก็บอกไม่ไหวแล้วผลิตแล้วก็ขายไม่ออก ๆ ใส่ถังสองร้อยลิตรไปฝากเค้า ฝากตามโกดัง ฝากตามสหกรณ์ ฝากเป็นปีเลยนะ ร่วมปีขายไม่ได้ ขายไม่ออกหมดทุนแล้วนิ ตอนนั้นเริ่มแห้งและ ปัญหาอย่างนี้จะแก้ยังไง เนื่องจากเราเป็นบริษัทที่ไม่เคยทำการตลาด รุ่นคุณพ่อก็ไม่รู้อ่ะ จดทะเบียนมีตรามงกุฎ ตราองุ่น พอตรามงกุฎก็บังเอิญไปติด พอถึงตอนจะออกโฆษณาก็ติดไม่ได้ ก็เหลือตราองุ่น ส่วนเรานักเรียนนอกมาถึงชื่อมันต้องเท่ห์ องุ่นไม่เห็นเกี่ยวกับน้ำมันถั่วเหลืองเลย ใช่มั้ยครับทำไมชื่อตราองุ่น โอ้โหคำถามนี้ถามในมหาวิทยาลัย ทุกมหาวิทยาลัย ทำไมต้องตั้งชื่อตราองุ่น ทำไมไม่ให้ยี่ห้อเท่ห์ ๆ หน่อย คำเดียวจบไม่ได้หรอ เรานักเรียนนอกมาเราก็พยายามหาใหญ่ หาจนเจอยี่ห้อแชมป์ กับเชียร์ จดทะเบียนผ่านชื่อนี้ใช้ได้ ก็ไปยื่น อย. สมัยนู้นเริ่ม อย. แต่ในอดีตเนี่ยมันมีแต่คำว่าน้ำมันหมูกับน้ำมันพืช เพราะฉะนั้นชาวบ้านก็จะไม่รู้ว่าน้ำมันพืชมันพืชอะไรนะครับ แต่มีคนนี้แปลก ๆ น้ำมันถั่วเหลืองตราองุ่น คนก็ยิ่งงงใหญ่ เพราะฉะนั้นคู่แข่งไม่ต้องเอ่ยชื่อ ทุกคนก็ไม่ชอบผมเพราะอะไร เพราะผมขาย 100 เปอร์เซ็นต์น้ำมันถั่วเหลือง แต่คนอื่นน้ำมันอะไรก็ไม่รู้เม็ดนุ่น เม็ดฝ้าย ปาล์มอะไรก็ได้ ผสมกันแล้วก็ 1 ขวด 1 ลิตรคุณก็ซื้อไปน้ำมันพืช แต่ผมมาตีโจทย์ตรงที่ว่า ผมจะแข่งกับเค้ายังไง เพราะต้นทุนเค้าถูกกว่า ตัวไหนถูกเค้าก็เอาตัวนั้นใส่ ก็ปรากฏว่าต้องทำหน้าที่การตลาด เพราะว่าน้ำมันมันท่วมละ ท่วมมาถึงคอหอย ท่วมมาถึงจมูกละหายใจไม่ออก ไปยื่นเอกสารสามเดือนก็แล้ว ห้าเดือนก็แล้ว พอไปถึงหน่วยราชการ ราชการบอกโอ้ขอโทษน้องเอ้ย แฟ้มมันหายว่ะ นี่ราชการไทย แฟ้มมันหาย น้องไปยื่นมาใหม่ก็ไม่รู้มาจากเหตุผลอะไรนะครับว่ากันไม่ได้ ไอเราก็พาซื่อ ยื่นใหม่กูก็ยื่น ยื่นไปแล้วไม่ทันดิ จะออกทีวีไปถ่ายทำหนังไว้ อุตส่าห์ลงทุนทำหนังโฆษณา ปรากฏว่าพอถึงวันที่จะให้ทีวีออก ทีวีบอกว่า เอเจนซี่นี้ผมรับงานคุณไม่ได้นะ ถ้าผมรับงานคุณแล้วยี่ห้อดัง ๆ ที่เกรดเอของเค้าเนี่ย เค้าจะไม่ใช้บริการทีวีนี้เลย ทีวีไม่รับโฆษณาของผม โดนยำเละเลยทุกเรื่องทุกขั้นตอน อันนี้เป็นตัวอย่างเนื่องจากเวลามีไม่มาก ผมก็เท้าความให้ฟังว่า จากศูนย์เนี่ยกระโดดยังไง โนเนมอ่ะเคยแต่ขายน้ำมันถั่วเหลืองเป็นเบ้าหมายความว่าขายที 100 ตัน 50 ตันใครก็ได้ยี่ห้อดัง ๆ ก็มาซื้อผม ๆ ก็ขายจบ ไม่เคยทำน้ำมันขวด ไม่มีประสบการณ์นะครับ น้ำท่วมแล้ว ราคาก็แพง ขายก็ไม่ได้ ไปทำให้ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่างเวลามันไม่พอ มันก็เกิดสารพัดปัญหา แม้กระทั่งผมติดโปสเตอร์สมัยก่อนเนี่ย เดี๋ยวนี้ยุคไฮเทคแล้วพวกคุณใช้อินเตอร์เน็ตมั่งอะไรมั่งสบาย สมัยผมเนี่ยไม่มีนะครับ พิมพ์โปสเตอร์เป็นแผ่นแล้วก็ sell 20 คน เอ้าพวกเราภายในอาทิตย์นึง สองอาทิตย์ต้องติดให้ทั่วพระนครธนบุรีนะ เพราะว่าหนังโฆษณาจะออกละ เร่งกันอุตลุด การเอาป้ายอันนึงไปห้องหน้าร้านขายของชำเนี่ยเค้าเก็บตังค์นะ เค้าเรียกว่าเก็บค่าเฝ้าป้ายนะครับ ก็เก็บแผ่นละห้าร้อย ๆ ต้องจ่ายร้านค้าหมด เจ้าพ่อคุณเอ้ยผ่านไปสองอาทิตย์ ในวันนั้นวันเดียวโปสเตอร์ที่ผมติดเป็นร้อยเป็นพันเนี่ยหายในพริบตาเลยวันเดียวเก็บเรียบหายหมด สืบทราบมาว่าลิ้วล้อกระตุกได้ใบนึง 50 บาทเอาไปเลย ผมก็ไม่มีสื่อโฆษณาเลย เกลี้ยงหมดทุกอย่าง ทีวีก็ออกไมได้ แผ่นภาพอะไรต่าง ๆ ก็ออกไม่ได้ สินค้าก็กำลังจะออก แต่บังเอิญสินค้าผมเนี่ยใช้ขวดเพชร ขวดเพชรคือขวดใส ๆ ที่ทุกวันนี้เราทานน้ำดื่ม เอาขึ้นมาโยนหล่นไปไม่แตก แต่คู่แข่งของผมเนี่ยเป็นขวดพีวีซีนะครับ คุณสมบัติมันด้อยกว่า ความใสน้อยกว่า ความแข็งแรงน้อยกว่า เพราะฉะนั้นเวลาขนส่งเนี่ยของเค้าจะมีรั่ว มีซึม มีแตกนะครับ แต่เราหัวทันสมัยไปคว้าขวดนี้มารายแรกของประเทศไทย ขวดเพชรนะครับ แต่เจ้ากรรมขวดเพชรนี่ทำผมระเนระนาดเหมือนกัน เอาด้วยความที่ใจสู้ออกตลาด โฆษณาได้ช้าได้น้อยช่างมัน ลุย เพราะว่าโรงงานผลิตมาให้อื้อเลย เพราะ marketing รุ่นใหม่บอกว่า เดือนนึงต้องสี่แสนขวดเตรียมให้ผม โรงงานก็เตรียมไว้อย่างดี เตรียมจนไม่มีที่จะกองอ่ะ เพราะโรงงานบอกรีบ ๆ ออกไปเหอะ น้ำมันขายไม่ออกทำงานไม่ได้ เครื่องจักรมันเดินไม่ได้นะครับ เราก็เร่งเต็มที่ ขวดผลิตไปได้หนึ่งเดือน เครื่องผลิตขวดเสียเพราะมันทันสมัยมาก ผมไปซื้อขวดจากโรงงานแห่งหนึ่งไม่ต้องเอ่ยชื่อ เค้าไปซื้อ prototype มา เครื่องนี้อยู่ระหว่างเริ่มต้นทดลอง แล้วก็ผลิตขวดอย่างงั้นมาขายผม ผมก็บอกเออขวดไปนี้ดีตกไม่แตก ใสดีเราก็ซื้อมาใช้ ทำสัญญาผูกกันเป็นปีเลย ปรากฏว่าขึ้นเดือนที่สองตาปริบ ๆ ขวดไม่มี โอ้โหเจ็บแสบบอกไม่ถูกเลย การทำ marketing เนี่ยมือใหม่ครับ เพราะฉะนั้นก็เจออุปสรรคมากมาย แต่องุ่นมันเกิดได้ไง ย่อ ๆ ละกันผมก็มีเพื่อนฝูงเหมือนกัน เพื่อนก็ถามผมว่า วิชัยนายทำธุรกิจอะไร คบกันมาตั้งนานละ เออผมทำน้ำมันองุ่น เฮ้ยองุ่นมีน้ำมันหรอขอไปทำข่าวได้มั้ย สมัยนู้นเพื่อนผมอยู่ช่อง 3 ฝ่ายข่าวเบอร์หนึ่ง ขอไปทำข่าวนะ เอาดิ ๆ มาเลย ๆ เพราะว่าช่อง 3 สมัยนู้นเพิ่งเกิดใหม่ นโยบายของเค้าคือ หาชื่อเสียงให้ช่อง 3 ด้วยการเสนอข่าวชั้นหนึ่ง คือเก่งทางด้านนี้พูดง่าย ๆ เพราะฉะนั้นก็มาทำข่าวโรงงานผม พอมาถึงอ๋อ...น้ำมันถั่วเหลืองตราองุ่น มันฟลุ๊คทั้งนั้นอ่ะ แล้วเราก็ขายได้ช้า ขายได้น้อยจะทำยังไง เอาไปวางที่ไหนก็โดนกลั่นแกล้ง marketing มีนะ อย่างยุคที่จิตใจไม่งดงามเนี่ย ปลากระป๋องคู่แข่งเกิดใหม่ sell ฝ่ายตรงข้ามก็จะเอาผ้าผืนนึงทำเป็นไปจัด shelf แต่เปล่าเอาผ้าชุบน้ำเกลือแล้วก็ไปป้าย ๆ ของกระป๋องคู่แข่ง สนิมขึ้นสิมันมีอะไรเยอะแยะ ไม่อยากพูดเดี๋ยวกลายเป็นสอนวิชามาร แต่สรุปก็คือเราโดนวิชามารซะจนอ่วมนะครับ ยุคนั้นมีน้ำมันขวด มีน้ำมันปี๊บ ปี๊บที่แม่ค้าแม่ขายทำอาหารมาตรการใช้ปี๊บอย่างเงี่ย เราก็ขวดขายไม่ได้ก็ไปขายปี๊บก็ได้ พยายามคือมันอยู่ในช่วงพยายามขาย ก็ให้ sell ไปขาย sell กลับมารายงาน พี่ ๆ โอ้โหผมเกือบโดนเค้าตีหัวกลับมา เอ้าอะไรอ่ะ เนี่ยผมเอาน้ำมันปี๊บของเราเนี่ย ตราองุ่นเนี่ยไปขายให้แม่ค้าขายกล้วยแขก แม่ค้าขายกล้วยแขกแกก็เทน้ำมันผสมกับน้ำมันที่เค้าใช้อยู่ปกติ เดิมทีเค้าใช้น้ำมันมะพร้าวก็เอาน้ำมันถั่วเหลืองผมไปเทซ้อนลงไปแล้วก็ทอดกล้วยแขก ปรากฏว่าฟองมันล้นออกมาไฟไหม้ เค้าก็โทษน้ำมันผมใหญ่ เรามาถึงบางอ้อตอนหลัง อ้อน้ำมันไอนี่ผสมกับไอนี่ไม่ได้ ถ้าผสมกันแล้วมันเกิดปฏิกิริยาบางอย่าง เจอความร้อนปุ๊บฟองมันก็ล้นกระทะออกมา ชาวบ้านในตลาดวิ่งกันแตกตื่นหมดเลย น้ำมันยี่ห้อนี้มันทำเราแย่เลย อุปสรรคสารพัด ก็เป็นสิ่งที่ไม่รู้ บอกตรง ๆ ว่าไม่รู้ เพราะเราก็นึกไม่ถึง ทั้ง ๆ ที่เราอยู่ในอาชีพเริ่มมาหลายปีแล้วนะ เราก็ยังต้องหาความรู้เพิ่มอีก มันเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้เป็นเกร็ดย่อย ๆ ว่า marketing เนี่ยทำปี๊บทำขวด ขวดขายไม่ได้ก็เพราะสารพัดปัญหา ไอเราก็ตั้งใจนะ บังเอิญน้ำมันผมเนี่ยลิตรนึง 25 บาทมันแพง คนอื่นเค้าลิตรนึงขวดเค้าสูง วางบน shelf แล้วมันสูง ผมขวดเนี่ยมันเตี้ยขวดเล็ก ผมก็ไปคิดใส่กระปุกหนุนขึ้นมา เค้าก็ออกวิทยุโจมตีผมว่ายี่ห้อนี้เนี่ยไม่ยุติธรรมล่ะ เอาของมาหนุนไว้ว่าน้ำมันมีน้อย พูดง่าย ๆ การแข่งขันเนี่ยมันจะมีคนพูดด้วยเหตุผล บางคนไม่ใช้เหตุผล ใช้อะไรก็ได้ทื่สื่อให้คนหลงเชื่อได้ เป็นอันว่าเค้าชนะ เพราะฉะนั้นเราก็อยู่ในสภาพที่ลำบากตอนนั้น โดนทุกอย่างจนกระทั่งตัวเองมานั่งคิด เชื่อมั้ยครับวิธีคิดของผมเนี่ยทิ้งตำราเลย เรียน marketing มาทิ้งหมด นั่งดูหนังสงคราม ผมเป็นทหารผมมียศพลทหารผมก็ชอบดูหนัง บ่อยครั้งมากผมสะดุ้งตื่นตีสองตีสามตื่นมาผมก็ยัดวีดีโอม้วนนี้เข้าไปดู วันเผด็จศึกเราจะเผด็จศึกยังไง จะขายของยังไงให้มันเดิน ดูหนังเรื่องนี้เนี่ยไม่ต่ำกว่าสามสี่สิบรอบ มันเหมือนจรรโลงใจตัวเราเอง ตอนนั้นมันตันหมดละสมองคิดไม่ออก หนักมากเป็นเรื่องใหญ่โตสำหรับที่บ้านเลย แต่ได้แรงบันดาลใจให้สู้ เพราะฉะนั้นมันก็มีรบแบบกองโจรกับรบแบบซึ่งหน้า รบแบบกองโจรก็มีการปล่อยข่าว เราก็ปล่อยข่าวได้นิ เพราะว่าหลังจากซื้อเครื่องจักรแล้ว ผมก็มีโอกาสเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ไปเรียนรู้ไปเห็นหนึ่งเดือนเต็ม ๆ เรื่องถั่วเหลืองอย่างเดียวเลย ไปหาความรู้ตัวเนี่ย เอา knowledge base กลับมาก่อน เพราะว่าเราจะทำการตลาดตัวนี้ พอได้ความรู้กลับมา เมื่อกี้เล่าว่าผมโดนอัด โดนทุกอย่างแล้วเนี่ยแก้ไม่ตก เอาล่ะหนังมันให้ความรู้เราว่าต้องปล่อยข่าวลือ แล้วเราจะข่าวลือยังไงดี ผมก็เอาวิชาการที่ฝรั่งให้มาทั้งหมดที่เป็นวิชาการ จริง ๆ เนี่ย เมลล์ให้หมอทั่วประเทศเลย แต่นี่เป็นความรู้จริง ไม่ใช่นั่น แต่ว่าเราทำข่าวให้เค้ารู้ว่ามีอะไร พอหมออ่านเออน้ำมันพืชมันควรใช้เป็นตัว ๆ ถ้าคุณใช้ข้าวโพดก็ใช้ข้าวโพด ใช้ถั่วเหลืองก็ถั่วเหลือง ใช้ปาล์มก็ใช้ปาล์ม เอามาปน ๆ กันมันไม่ดี เพราะค่าสุกดิบในอาหารที่ทำแล้วเนี่ยมันไม่สมดุล มีผลต่อร่างกายมนุษย์ หมอต่างประเทศก็วิเคราะห์วิจัยเขียนเป็นตำราเยอะแยะ เราก็เอาตำราพวกนี้แจก ตั้งแต่นั้นมาหมอทุกคนออกสื่อเตือนประชาชน ของผมก็ขายดีเพราะผม 100 เปอร์เซ็นต์ คนอื่นไม่กล้าพูดร้อยเปอร์เซ็นต์นะ นั่นก็คือสิ่งที่วันนี้หลาย ๆ มหาวิทยาลัยก็ยังถามว่าอยากให้มาพูดว่าทำไมเกิดได้ยังไงน้ำมันตราองุ่นนะครับจากศูนย์ เป็นเหตุการณ์นึงที่ประสบการณ์ชีวิตของตัวเองนั้นเจอความยากลำบาก แต่อุทาหรณ์จากหนังมันก็ยังสอนเราได้ เพราะฉะนั้นอะไรก็ตามที่อยู่รอบด้านตัวเราเนี่ยสามารถหยิบเข้ามาถ้าเรามีพื้นตรงนั้นบ้างเนี่ย ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่อยากดูหนังสงครามสี่สิบรอบหรอกครับ เรื่องเดียวเนี่ยสี่สิบรอบ แต่ว่าเราได้ตรงนี้มามันก็แปลกดี เมื่อซื้อเครื่องจักรทำการตลาดแล้วขายดี ๆ ประเทศไทยกระทรวงเกษตรพัฒนาปลูกถั่วเหลืองจนกระทั่ง ถั่วเหลืองคนไม่อยากปลูกฟังแล้วก็แปลก ราชการให้เยอะแยะ ปรากฏว่ามันมีสินค้าอีกตัวเรียกว่ากากถั่วเหลืองก็นำเข้า รัฐบาลอนุมัติให้นำเข้ากากถั่วเหลืองเยอะ ๆ เอ้าน้ำมันขายได้แล้วกากขายไม่ได้ก็ล้นโกดังอีก ปิดโรงงานหยุดชั่วคราวพักเหนื่อยสักเดือน พอโดนงี้หลาย ๆ ทีเข้าความสมดุลของวัตถุดิบ คนก็เลิกปลูกถั่วเหลือง แล้วโรงงานผมทำน้ำมันถั่วเหลืองผมจะทำไงอ่ะ ก็ต้องออกไปหาวัตถุดิบ นี่คือโรงงานที่ผมซื้อมา วันนี้ 4500 ตันต่อหนึ่งวัน วันเริ่มต้น 40 ตันต่อหนึ่งวัน ปัจจุบันมีหลายโรงงานรวม ๆ กันผลิตใช้ถั่วเหลืองเยอะ สต็อกของเราต้องอยู่กลางทะเล ลอยลำเข้ามาแล้วก็วนเข้าโกดัง อันนี้ก็เป็นภาพทีมบริหารชมโรงงานนิดนึง ก็เป็นหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้อง พวกเราก็ต้องไปตรวจงาน ถั่วเหลืองปัจจุบันนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา บราซิล มาถึงเกาะสีชังแล้วก็ใช้เรือเล็กลำเรียงเข้ามาที่แม่น้ำนครชัยศรี แล้วก็ใช้รถตักอะไรก็ว่ากันไป เมื่อถึงช่วงหนึ่งไม่มีวัตถุดิบใช้โรงงานก็ต้องปิด ดิ้นรน ดิ้นรนมาก เอาล่ะออกไปท่องเที่ยวข้างนอกหน่อยคิดไม่ออก ก็ไปเที่ยวลาว เขมร เวียดนาม หาวัตถุดิบว่าสตาร์ทจากศูนย์ ประเทศที่ไม่เคยไปพวกนี้เค้าเป็นคอมมิวนิสต์เพิ่งจะหลังเลิกสงคราม ก็ไปดูไปสังเกตการณ์ก็เก็บภาพพวกนี้มา เอาล่ะมาแย่งซื้อถั่วตรงนี้แหละแล้วก็ขนไปเมืองไทยลองดู ตรงนี้เป็นอีกโครงการในเขมรที่ระหว่างท่องเที่ยวแล้วคิดว่าน่าสนใจก็ไปจับจอง จ่ายต๋งอะไรก็ว่ากันไป เป็นสปอร์ตคลับของทหารเก่า ประเทศเขมร สปอร์ตคลับของทหารผมก็กะว่าจะไปสร้างโรงแรมเล็ก ๆ ก็ขนเสาเข็มจากอรัญประเทศผ่านตรงนั้นเข้าไป ช่วงนั้นผมได้สิทธิพิเศษ ทั้งหมดแถวอรัญ ปอยเปตเนี่ย มีผมเอารถสิบล้อเข้าออกได้คนอื่นไม่ได้ เพราะผมมีโครงการคือสปอร์ตคลับของทหาร ทหารอนุญาต ใหญ่ ๆ มากเลยตอนนั้นแล้วก็เริ่มมันละสนุก สนุกกับการที่ได้ลองของใหม่ ประเทศไทยคนอื่นพี่น้องก็ช่วยกันทำได้ เราก็มาทำตรงนี้เยอะหน่อย ก็มาทำกิจการลอจิสติกส์ ขนปูนมั่ง รับจ้างทั่วไปแหละ แต่ตัวเองก็เริ่มจะมาสร้างโรงแรม ว่าจ้างปั้นจั่นเข้าไป ขนเสาเข็มกก เขมรไม่เคยเห็นเสาเข็มกก พอเอาเข้าด่านเรามีใบอนุญาตว่าเราขนมา ศุลกากรเขมรก็เคาะ ๆ เอาค้อนมาเคาะ เอ้ยนี่อะไรอ่ะ เราบอกท่อประปา เอาไปทำอะไร ไม่เห็นหรอเจ้าเมืองพระตระบองให้ผมมาเดินประปา ผมรับจ้างทำประปาที่พระตระบองด้วยนะ ทำหมดทุกอย่างมีลูกน้องเยอะอ่ะ พูดง่าย ๆ ลองดู ๆ ทำทุกอย่าง จัดสวน รับจ้างทำประปา ขอโทษนะครับวันนี้ผมยังรับจ้างทำประปาอยู่หลายตำบลแล้วซื้อเครื่องของผมทำน้ำประปาแจกทั้งหมู่บ้าน เครื่องของผมนะ ผมมีโปรเจ็คนี้เริ่มจากศูนย์อ่ะ ทำไอ้ท่อเนี่ยไปหลอกเค้าว่าท่อน้ำประปาแต่ความจริงมันคือเสาเข็ม ก็ทำธุรกิจเริ่มต้นสร้างโรงแรม เนี่ยสมัยก่อนด่านมีแค่นี้ประตูนิดเดียว ศุลกากรของฝั่งไทยอนุญาตให้แบกให้หามให้รถเข็นนำของ ชาวบ้านสองฝั่งเนี่ยสามารถนำข้าวของค้าขายกันได้ แต่ห้ามใช้รถ แต่มีผมเนี่ยแหละคนแรกไปซื้อถั่วของทางเหนือของเขมร แล้วก็ลำเรียงผ่านพนมเปญทางรถยนต์นะครับ เพราะไปซื้อชายแดนติดเวียดนาม ไม่รู้ถั่วเวียดนามหรือถั่วเขมรก็ไม่รู้เพราะตอนที่เราหิวโรงงานไม่มีวัตถุดิบ ก็ต้องคว้าทุกวิถีทางก็ไปซื้อถั่วลำเรียงมาเป็นคาราวานเลย พอวันที่คาราวานมาถึงชายแดนเนี่ยประเทศไทยสมัยนู้นยังกลัวคอมมิวนิสต์ก็บอกว่า ค้าขายกับคอมมิวนิสต์ไม่ได้ยกเว้นสิ่งที่รัฐจะอนุมัติ เราก็ยื่นแบบมีเหตุผลนี่โรงงานเราไม่มีวัตถุดิบขอไปซื้อถั่วเหลืองอย่างเดียว ท่านก็ใจดีอ่ะถั่วเหลืองอย่างเดียวให้ แต่กติกาชายแดนมีอยู่ว่า ศุลกากรชายแดนเนี่ยมีสิทธิรับเงินค่าภาษีในการตีสินค้าข้ามแดนเนี่ยไม่เกินห้าร้อยบาทต่อราย แต่สินค้าผมสิบล้านจะข้ามแดนยังไง กติกาบอกไม่รู้คุณต้องไปเสียภาษีที่กรุงเทพ สมัยนู้นยี่สิบกว่าปีก่อนถนนหนทางยังแย่มาก เอาในกรุงเทพก็ยังแย่เลยกว่าจะขับจากกรุงเทพไปถึงอรัญเนี่ยใช้เวลายาว แต่ด้วยความที่มียศพลทหารมาก่อนความอึดมันมี เอาลุย บอกลูกน้องวางแผนอย่างดีเรียนวิชาทหารมาแล้วนี่ ก็วางแผนเช้านะนาย ก หกโมงเช้าไปรอท่านศุลกากรใหญ่เลย ถือสตางค์นี่ไปค่าภาษีไปจ่าย จ่ายปุ๊บเค้าก็จ๊อบให้ จ๊อบเสร็จก็บึ่งรถมาเลยที่อรัญก่อนฝั่งไทย เพราะว่ากติกาสมัยนู้นเนี่ยมีห้าหน่วยงานที่ควบคุมตรงนี้ ก็คือศุลกากรต้องอนุมัติ ตำรวจต้องยอม ทหารต้องให้สินค้าผ่านแดน เพราะว่ามี สมช. คือหน่วยงานของทหารและรัฐบาลเนี่ยเพื่อป้องกันสิ่งที่ไม่คาดคิด เพราะฉะนั้นเราก็ได้อนุมัติจากสี่หน่วยงาน วันนั้นลูกน้องพอจ๊อบเสร็จก็ตีรถด่วยมาเลย มาด้วยกันสี่คนมาพบผมที่อรัญ ส่วนลูกน้องผมอีกชุดนึงสองสามวันก่อนออกเดินทางขนถั่วที่ผมไป ล็อกตามโกดังซื้อไว้ละเรียบร้อย ก็ขึ้นสิบล้อรัสเซีย สมัยนู้นเป็นรถรัสเซีย ก็พูดง่าย ๆ ว่าเป็นคาราวานยี่สิบกว่าคันรถสิบล้อลำเรียงจากพนมเปญ มาถึงพระตระบอง แล้วก็มาออกที่อรัญประเทศ แต่ต้องวางแผนอย่างดี ผมเหมือนเสนาธิการเลย ต้องไปว่าจ้างจับกังเพราะถั่วเหลืองเนี่ยมาทีเป็นพันเป็นหมื่นกระสอบเนี่ย ต้องขนภายในคืนเดียวให้จบเพราะเช้าเนี่ยห้าม ๆ ให้คนเห็นเดี๋ยวเค้าจะเอาตัวอย่าง เอาเยอะ ๆ แต่ของผมเยอะเพราะถูกกฎหมาย เพราะผมจ๊อบที่กรุงเทพ จ่ายเงินภาษีล่วงหน้าแล้วเอาตั๋วมาให้ศุลกากรที่ชายแดน ปรากฏว่ารถผมวิ่งมาครึ่งทางบ่ายสามบ่ายสี่ ยางระเบิดรถตีลังกา ลูกน้องเข้าโรงพยาบาลสองคนบังเอิญโชเฟอร์ไม่เป็นไร เพราะเป็นคนถือพวงมาลัยมันรู้ว่ายางจะแตก มันก็ได้รับคำสั่งว่าต้องถือมาให้ผมก่อนพระอาทิตย์ตกดินผมรออยู่ที่อรัญตรงนี้ เค้าก็ทำหน้าที่เค้าเต็มที่เลย มาถึงผมยังโชกเลือดอยู่เลย ผมก็มีหน้าที่เอาไปให้นายทหาร บอกท่าน ๆ เซ็นให้หน่อยครับ เพราะว่าศุลกากรเซ็นแล้ว พาณิชย์จังหวัดเซ็นแล้ว เรียบร้อยหมดท่านก็เซ็น โอ้โหมากันขนาดนี้เอกสารยังโชกเลือดอยู่เลยเซ็นให้เห็นใจ พอเซ็นปุ๊บจบผมก็กลับมา เพราะว่าถ้าผมมีหลักฐานถูกต้อง เค้าจะปล่อยรถคาราวานข้ามมาฝั่งไทย ที่ปอยเปตถ้าเราเคยไปจะเห็นว่ามีสะพานที่แบ่งแดนกัน เพราะฉะนั้นรถรัสเซียรถของเขมรก็ข้ามแดนมา จับกังเราก็ทำงานกลางคืนนะครับ ก็มากันมืดฟ้ามัวดินเลยเยอะแยะ เราก็เตี้ยมรถสิบล้อไทยเนี่ยถ่ายรถกัน ถ่ายเอาสินค้าขึ้นรถฝั่งนี้ ปรากฏว่าพอจะเริ่มถ่ายสินค้า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขวิ่งมา คุณ ๆ ยังไม่มีใบกักกันพืชเลย ตายไม่ได้นึกใบกักกันพืช มี ๆ แป๊บนึง ๆ ผมก็วิ่งมอไซด์กลับไปปอยเปตวิ่งไปถึงหน้า ตม. ของปอยเปต ยืมหน่อย ๆ พิมพ์ให้หน่อย เพราะเราเข้าออกจนเราคล่อง พิมพ์ตามที่ผมบอกละกัน เป็นพิมพ์ดีดเขมรอ่ะนะ เค้าพิมพ์อะไรผมก็อ่านไม่ออก ผมก็คว้าจ๊อบ ตม. หนึ่งจ๊อบ แล้วก็วิ่งกลับมา สาธารณสุขครับผมมีนะแต่ลูกน้องผมลืม เนี่ยแก้ปัญหา อยากได้ใบกักกันพืชว่าพืชนี้ฆ่าเชื้อโรคเรียบร้อยแล้ว ผมมาถึงตรงนี้แล้วเงินผมสิบล้านกองอยู่ ถ้าผมไม่ได้ข้ามแดนผมตายแน่กลับมาพ่อผมเขกหัวแน่เลย เอาตังค์ไปแล้วอ่ะ เพราะฉะนั้นชีวิตมันต้องแก้ปัญหาตลอดอันนี้ก็เป็นเรื่องเล่าสู่กันฟังว่าเวลาวิกฤติเนี่ยมันมีทางออกเสมอ อย่าได้ย้อท้อนะครับ เพราะผมเรียนรู้ตรงนี้จากไหนเรียนรู้จากฮ่องกง สมัยเป็นนักเรียนในฮ่องกงเนี่ย ผมไปผมก็สตาร์ทจากศูนย์ ฮ่องกงเวลาสอนหนังสือเป็นภาษากวางตุ้ง ผมก็ไม่เป็นเลยสักคำ เพราะคุณพ่อส่งไปเพราะอะไร เพราะกลัวทฤษฎีโดมิโน่ ประเทศข้างเคียงคอมมิวนิสต์หมดแล้ว เดี๋ยวเมืองไทยจะไหวมั้ยน้อ ก็ไม่รู้ก็โยนผมไปปล่อยเกาะเลย ผมก็พูดไม่เป็นก็สตาร์ทจากศูนย์ เรียนหนังสือเนี่ยตอนนั้นเรียนพูดง่าย ๆ มีวิชาวรรณคดีภาษาจีน อาจารย์ก็ทดสอบไอนี่มันตั้งใจฟังดี ก็ถามหน่อยให้มันอ่านหน่อย ผมก็ขึ้นมาอ่านผมก็อ่านได้นะ เพื่อน ๆ ก็งงไอนี่ยังพูดไม่เป็นเลย อ่านได้ไงจดภาษาไทย ภาษาไทยนี่สุดยอดเลยกล้ำเสียงได้เยอะแยะ ก็อ่านวรรณคดีให้เค้าฟังได้แต่แปลอะไรไม่รู้อ่ะ ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่จากศูนย์อ่ะมันต้องเริ่ม แต่ผ่านไปสามเดือนนะเวลาคิดเนี่ย หนึ่งบวกหนึ่งเป็นสองเนี่ย เพราะว่าอาจารย์เวลาสอนเค้าพูดเป็นภาษากวางตุ้ง มันซึมเข้ามาในสมองเลย มันก็แปลกถ้าพวกเราเคยไปอยู่นอกก็จะรู้ว่าเออมันมีช่วงนึงของเราเราจะคิดเป็นภาษาของเค้า วันนี้หลาย ๆ คนที่พูดได้คล่องเนี่ยเพราะว่าคุณต้องไปบ่มครับ ถ้าคุณไม่บ่มเรียนเมืองไทยก็งั้น ๆ อ่ะ พอจะพูดเนี่ยเดี๋ยวเรียงก่อน ประโยคนี้เราเรียงภาษาไทยก่อนเดี๋ยวค่อยแปลเป็นภาษาอังกฤษไม่ทันกิน มันต้องออโตเมติกออกมา เอาล่ะกลับมาที่เขมร ซื้อถั่วยุคนั้นเราเริ่มเก๋าและ ไปอยู่ที่นั่นสองสามปีเริ่มเก๋านะครับ ผมไปก่อนยูเอ็นไปนะ ไปก่อนยูเอ็นจะไปจัดเลือกตั้งให้เขมร ตอนนั้นยังไม่มีนายกฮุนเซ็นนะครับ เพื่อนผมบอกไม่กลัวหรอ ก็ไม่รู้สิบอกไม่ถูก แล้วก็มีอยู่ช่วงนึงที่จุฬาจองตัวผมเพราะผมมีคอนเน็กชั่นนิดหน่อย อาจารย์ก็บอกมาพูดเรื่องเขมรหน่อย เพราะรู้ว่าคุณวิชัยอยู่ที่นั่นจริง พอจองตัว อ่ะพูดเรื่องไร บังเอิญมีบริษัทมอเตอร์ไซด์ชื่อดังแห่งนึง ย้อนนิดนึงคือทหารไทยไปถึงที่นู้นเวลาจะไปไหน พี่ ๆ ผมอยากไปเมืองนี้ไปยังไงอ่ะ เราเป็นเขมรดำดินนะเพราะเราชำนาญและ สาเหตุเพราะว่าผมอยู่ฮ่องกงเนี่ยผมมีเพื่อนเยอะแยะเลย เพราะว่าเค้าเป็นโดมิโน่ เพราะทุกคนก็จะส่งลูกหลานออกนอกไปอเมริกา ไปแคนาดา ไปฮ่องกง ไปอะไรก็แล้วแต่ใครสะดวก เพราะฉะนั้นก็จะมีหลายชนชาติ เขมร ลาว เวียดนาม ไต้หวันก็มี ก็ไปเรียนอยู่ในหอพัก เพราะฉะนั้นผมก็จะมีเพื่อนพวกนี้เยอะ สรุปก็คือว่ามาที่นี่ก็มีคนแนะแนวบ้าง บวกกับประสบการณ์ทหารนะครับ ก็เข้าออกที่นี่ ครับอันนี้ก็เป็นภาพสปอร์ตคลับทหารที่ผมไปเช่าไปได้สัมประทาน ทหารยูเอ็นก็เข้าออกแถวนั้นที่พระตระบอง อ่ะนี่ภาพอะไร มอเตอร์ไซด์อาจารย์ที่จุฬาขอให้ไปพูดให้นักธุรกิจค้ามอเตอร์ไซด์ เพราะรู้ว่าธุรกิจที่นั่นดีมากแต่จะไปขายยังไง เพราะภาษีก็แพงอะไรก็แพง แต่ผมทำมอไซด์ด้วยนะ อาชีพจากศูนย์เหมือนกัน เหตุมันเกิดว่าผมมีเพื่อนที่พนมเปญ ไปถึงนั่นพอวันที่จะกลับเนี่ย แกเอาสตางค์ใส่ถุงหนึ่งล้านบาท พี่ ๆ หามอเตอร์ไซด์ฮอนด้าสองจังหวะ สี่จังหวะ ห้าสิบซีซีก็ได้ เก่า ๆ ไม่เป็นไร เพราะตอนที่ผมไปก่อนไปเดินตลาดเชื่อมั้ยครับ ซื้อมอเตอร์ไซด์เนี่ยมีตาชั่งใหญ่อันนึง แกหิ้วเลยนะหิ้วคอมอเตอร์ไซด์ขึ้นมาชั่ง ห้าสิบโลแล้วพอวางปุ๊บสตาร์ท ถ้าติดจ่ายทองราคานึง ค้าขายกันเป็นชั่งน้ำหนักอ่ะมอไซด์ ขอให้สตาร์ทติดเท่านั้นอ่ะ เราไปเห็นอย่างงั้นเรางงเค้าค้าขายกันอย่างนี้ เพราะเค้ากลัวดอลล่าปลอม กลัวธนบัตรไทยปลอม คือไม่เชื่อถือ paper ไม่เชื่อ ทุกคนพกทอง พอสตาร์ทติดปุ๊บแกก็ดึงทองออกมาแท่งนึง ส่วนใหญ่จะสอดไว้ที่ถุงเท้าแล้วก็เลื่อย ๆ มาชั่งน้ำหนัก ชั่งปุ๊บขาดหน่อยก็ล้วงกระเป๋าหยิบมาสองเม็ด สามเม็ดอ่ะน้ำหนักได้โอเค มอไซด์เอาไปค้ากันอย่างเงี่ย เพราะฉะนั้นแปลว่าอะไร แปลว่าของยอดนิยมเท่าไหร่ก็จ่าย เพื่อนที่พนมเปญก็ให้ตังค์มาเอาเลยนะ ปรากฏว่าผมก็ลองก็เทเล็ก เทเล็กเป็นญี่ปุ่น ผมอยากได้มอเตอร์ไซด์ second hand รุ่นนี้ ๆ ยัดมาหนึ่งตู้คอนเทนเนอร์ เค้าก็ชิปมาเลย ชิปมาเนี่ยประเทศไทยมีนโยบายห้ามค้าขายยุทธปัจจัยนะครับ ผงชูรสห้าม ยานพาหนะห้าม แล้วจะส่งไปเขมรยังไงเนี่ย ก็ส่งไปสิงคโปร์ เพื่อนที่สิงคโปร์ก็โทรมาสินค้าคุณมาแล้วคุณวิชัย เราก็บินไปเค้าก็ช่วยเราเคลียร์ออกจากตู้ พอออกจากตู้ปุ๊บเราก็ต้องมีผ้าชุบน้ำมันมานั่งทำความสะอาด เลขเครื่อง ทำรายการให้ถูกต้อง รุ่นอะไร สีอะไร แล้วสิงคโปร์ก็จ๊อบ ยกเว้นภาษีออกได้ เพราะผ่านเฉย ๆ ไม่ได้เอามาค้าขายในสิงคโปร์ เราก็จ้างเรือสิงคโปร์ส่งไปพนมเปญ ปรากฏว่าเที่ยวที่หนึ่งกำไรดี เที่ยวที่สองเอาใหม่อยากได้กำไรดี พอไปถึงที่นู้นเพื่อนก็โวยน่าดูเลย เนี่ยสินค้าคุณแบตเตอรี่ก็ไม่มี ไฟใหญ่ก็ไม่มี คือมันโดนขโมยระหว่างทาง เพราะบังเอิญเราไปเหยียบหางของสิงคโปร์เข้า มันค้าของมันอยู่อ่ะ แล้วเรามาทำอย่างนี้ตัดหน้าเขาอ่ะอะไรทำนองนั้น ก็ล็อตสองขาดทุนเจ๊ากันไป เลิก ๆ เนี่ยมันมีอะไรที่แปลก ๆ มากมาย ครับใครรู้จักมั้ยครับท่านนี้ใคร ท่านรัฐมนตรีคลัง นายแบงค์ไทยพาณิชย์ ไทยพาณิชย์เริ่มเข้าไปเปิดสาขาหลังมีรัฐบาลแล้วที่พระตระบอง ตู้เซฟก็ใบเบ้อเริ่ม เค้าเตอร์ก็ต้องเอาไปเพราะคนฝั่งนู้นทำอะไรไม่ถูกใจสักเรื่อง ทำเค้าเตอร์ก็ไม่เก่งทำไงดี จ้างนายวิชัยขนข้ามไปผมเป็นลอจิสติกส์ผมมีอาชีพลอจิสติกส์สมัยนู้นเขมร ผมมีสิทธิเอารถสิบล้อเข้าออก รับจ้างแบงค์ไทยพาณิชย์ไปเปิดแบงค์อันนี้ก็เป็นภาพเก่า ๆ แล้วก็ทอดกฐินที่พระตระบอง มัคคุเทศก์พอได้ปัจจัยแล้วนับ ๆ ๆ ก็ทะเลาะกันใหญ่เลย ทะเลาะกันเรื่องอะไร เค้าบอกเค้านับสูงไม่เป็นเพราะเงินเรียวมันเล็ก เงินเขมรเค้าเรียกเงินเรียว ไม่รู้หนึ่งต่อพันหรือไงไม่รู้ผมจำไม่ได้แล้ว หกร้อยเจ็ดร้อยนะครับ ผมทอดกฐินเงินมากกว่านายกรัฐมนตรีฮุนเซ็นทอดอีกในช่วงนั้น มันก็เป็นเรื่องในอดีต ก่อนที่จะเข้าช่วงที่สามในเขมรนั้นก็ทำเรื่องค้ามอไซด์ รับจ้างขนของ ไปช่วยเค้าเปิดแบงค์ ก็เป็นอะไรที่ สนุก ๆ ครับก็เป็นช่วงหนึ่งของชีวิตของระยะที่มีวัยยี่สิบถึงสามสิบ ทีนี้ภาพนี้ก็จะมาต่อกันที่สามสิบถึงสี่สิบ แต่ก่อนจะไปยี่สิบสามสิบเพราะว่าบังเอิญข้ามศูนย์ถึงยี่สิบจากเด็กนะครับ เด็ก ๆ เนี่ยสิ่งหนึ่งที่ผมจำความได้ก็คือ คุณพ่อคุณแม่ให้ knowledge base ไว้เยอะ ยุคนี้พวกคุณขอโทษนะครับบางท่านอาจจะมีโรงงาน มีธุรกิจแต่ว่าพ่อแม่ไม่ได้ใช้งานคุณ ไม่ได้เรียกคุณไปช่วยงาน เพราะ know how เหล่านี้เนี่ยมันฝ่อไปมันหาย แต่ของผมเนี่ย ป.3 ป.4 ไปโรงเรียนต้องทำงานถึงจะได้ตังค์หนึ่งสลึงไปกินขนมที่โรงเรียน เพราะฉะนั้นต้องอัดจารบี ต้องทำอะไรหลายอย่างนะครับ เลิกเรียนกลับมาขี่จักรยานเอาข้าวสารไปส่งเพราะที่บ้านค้าข้าวด้วย ทำเส้นด้ายเย็บผ้า เทคนิคอะไรเยอะแยะ แม้กระทั่งฝรั่งยังงงเลยว่า คุณมี know how อย่างงี้ได้ยังไง ตอนที่ผมสั่งเครื่องจักรเยอรมัน เรื่องย้อมเส้นด้ายนะครับ ผมบอกทำตามที่ผมอยากได้ละกันกี่ตังค์คิดไป แต่คุณออกแบบเครื่องเก่งก็ออกแบบให้ผม คนอื่นเค้าย้อมด้ายนี่เป็นด้าย สมัยก่อนเป็นด้ายเข็ด ด้ายใจรู้จักคำว่าด้ายใจมั้ยครับ แบบไหมอ่ะไหมเป็นใจ ๆ วงกลมเนี่ยแล้วก็เอาไปแขวน เออป๋องแป๋งอ่ะ ย้อมสีแบบป๋องแป๋ง นะครับ แต่ผมบอกไม่เอาคือจากป๋องแป๋งเนี่ยพัฒนามาเป็นถังใหญ่ ๆ ของเราก็ทำไงให้มันแน่นที่สุด แต่คนอื่นนี่ทำไงให้มันหลวมที่สุดเพื่อจะได้แช่น้ำได้ง่าย แต่ผมบอกทำให้แน่นที่สุด ปรากฏว่าฝรั่งทำอย่างงั้นให้ผม แล้วผมประสบผลสำเร็จในการผลิต เพราะแน่นแปลว่าได้ volume เยอะการผลิตผมก็มีความได้เปรียบตรงนี้ แต่แน่นอนเครื่องมันแพงใหม่ ๆ มัน prototype เหมือนกันแต่ฝรั่งรวย แต่ผมจนครับเพราะผมมัวลองเครื่องอยู่ก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่สอนตัวเองนะครับ เอาล่ะพ่อแม่เนี่ยให้พื้นฐานเราเยอะถ้าวันนี้พวกเรามีโอกาสเกาะติดสิ่งที่ท่านมีอยู่ผมเชื่อว่าท่านจะต่อยอดได้อีกเยอะเลย แต่อาจเป็นเพราะการสื่อสารมันต่างวัยต่างวิธีการมันก็เลยดูตรงนี้มันจะหดหายไปเยอะ แต่บอกได้เลยคุณขาดทุน ถ้าคุณไม่ต่อยอดคุณขาดทุนแน่ครับ ช่วงวัยเด็กเนี่ยก็มีกิจกรรมเยอะแยะ แต่เนื่องจากเวลาเหลือไม่เยอะผมคิดว่าตรงนี้ผ่านไปก่อน มาถึงช่วงวัยสามสิบสี่สิบเนี่ยมีเหตุการณ์นึงที่วันนี้อยู่ในมือของท่านแล้ว หนังสือเล่มนั้นที่ทุกท่านได้นะครับ ผมมีเขียนอะไรไว้ในนั้นเป็นหนังสือวารสารที่เราให้กับสมาชิกของเราที่นครปฐมนะครับ เอ่อ..พู่กันจีนยุคนั้น ประเทศจีนเนี่ยหลังบ้านไม้ไผ่เนี่ยเป็นคอมมิวนิสต์แต่อยากจะออกมาค้าขายกับโลกภายนอก ก็รู้สึกอึดอัด เพราะคอมมิวนิสต์ค้ากับคอมมิวนิสต์ โลกเสรีค้ากับโลกเสรี มันก็ขาด ๆ เพราะฉะนั้นเป็นช่วงที่ประธานประเทศของเค้าคือเติ้งเสี่ยวผิงนะครับ ก็ดำรัสว่าประเทศจีนเนี่ยควรจะปฏิบัติตามนี้คือท่านกำหนดเป็นเป้าหมายเลย เป้าหมายของท่านนั้นเขียนไว้สามอย่างด้วยกัน อย่างที่หนึ่งคือจีนจะต้องพัฒนาอุตสาหกรรมหนักชายฝั่งทะเลตะวันออกตั้งแต่เซี่ยงไฮ้ลงมาจนถึงกวางเจาเนี่ย อุตสาหกรรมให้พร้อม อุตสาหกรรมพื้นฐานหนัก ๆ เนี่ยต้องเตรียมพร้อม สองเชื่อมเส้นทางสายไหมเพื่อจะไปถึงยุโรป สามเป้าหมายที่สำคัญข้อที่สามก็คือต้องลงต๊ะผ่านยูนานออกทะเลอันดามันครับ ตรงนี้เป็นเหตุที่ทำให้มีการเปิดประเทศตรงนี้ ช่วงนั้นเนี่ยอาจจะหลังจากเติ้งเสี่ยวผิงจากไปแล้วเนี่ย พวกรัฐบาลก็สานต่อนโยบายอย่างเงี่ยจนกระทั่ง จูหลงจี ประธานาธิบดีจูหลงจีประมาณไม่นานนักก็ดำเนินการเรื่องนี้ แต่ช่วงที่ท่านเติ้งเสี่ยวผิงยังอยู่เนี่ยก็ได้วางวิธีการไว้โดยให้เผยแพร่วัฒนธรรมมาที่ประเทศไทยเพราะว่าท่านเลือกประเทศไทยเป็นอันดับต้น ๆ ที่ควรจะมาค้าขายด้วย ครับลูกสาวเติ้งเสี่ยวผิงเนี่ยร่วมกับคณะเดินทางมาที่โรงแรมแม่น้ำในกรุงเทพ เพื่อจะเปิดนิทรรศการพู่กันจีน คือจีนเนี่ยต้องใช้วัฒนธรรมออกมาก่อน เหมือนกันอเมริกาอยากจะไปคุยกับจีนเนี่ย แหมมันเย็นชาเหลือเกิน จะเอาอะไรก็ท้าแข่งปิงปองนะครับท่านอ่านประวัติศาสตร์คงจะทราบกันดี อเมริกาท้าแข่งปิงปองกับจีนเพื่อให้เปิดประตูได้คุยกัน จีนจะออกมาค้าขายกับโลกเสรีก็บอกว่ามาเผยแพร่วัฒนธรรม แล้วก็ได้อานิสงค์ตรงที่โรงแรมแม่น้ำก็รับปากรับคำจะทำเรื่องนี้ บังเอิญผมอยู่ในเหตุการณ์ก็ได้มีส่วนร่วม ลูกสาวเติ้งเสี่ยวผิงก็คือเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน แต่คอมมิวนิสต์เค้าไม่ถือว่าเป็นราชวงศ์อะไรนะครับเพราะว่าท่านมาก็คือสามัญชนแต่ก็เป็นที่รู้กัน เพราะฉะนั้นโรงแรมแม่น้ำก็ได้รับเกียรติมีโอกาสได้เชื่อมโยงสิ่งเหล่านี้ ผมเองบังเอิญพ่อตาผมเนี่ยพอเซ็นสัญญารับปากรับคำจะช่วยเรื่องนี้แล้วไม่นานนักท่านก็จากไป ตอนนั้นที่บ้านบังเอิญมีผมพูดภาษาจีนกลางได้ ทางครอบครัวก็ว่าอย่างงี้ต้องสานต่อนะลูกจีนเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ผมก็รับอาสาจนกระทั่งสมเด็จพระเทพกับท่านเติ้งหลิวซึ่งเป็นลูกสาวของเติ้งเสี่ยวผิงเนี่ยก็ได้มาพบปะกัน เพราะฉะนั้นสิ่งดีดีก็เกิดขึ้นมาโดยตลอด อันนี้เป็นภาพเติ้งหลิวหนังสือที่เติ้งเสี่ยวผิงเขียนไว้ก็มามอบให้ผมไว้เป็นที่ระลึกเล่มนึง ครับก็เป็นภาพเหตุการณ์ในหนังสือที่ท่านถืออยู่เนี่ยก็จะมีเรื่องเหล่านี้นะครับ ว่าง ๆ ไปอ่านดูมันเป็นประวัติศาสตร์ผมให้หัวข้อว่า ตำนานสองแผ่นดินทำไมไทยกับจีนจึงรักใคร่ปรองดองช่วยเหลือสัมพันธ์ดีขนาดนี้ ช่วยไปอ่านด้วยนะครับจะได้เกร็ดความรู้เพิ่มเติม ผมก็มีโอกาสได้พาท่านเที่ยว เปิดนิทรรศการ ระหว่างโรงแรมแม่น้ำกับคณะศิลปินใหญ่ของจีน ครับนั่นก็เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สตาร์ทจากศูนย์เพราะว่าใช้เวลาเกือบสองปีเชื่อมโยงกับคอมมิวนิสต์เพื่อให้ได้หนังสือถือว่าเป็น คอลเลกชั่นของ artist ใหญ่ของจีน 16 ท่านเนี่ย เป็นหนังสือเป็นชุดเพื่อมาแจกจ่ายให้มหาวิทยาลัยทั่วโลก ในเมืองไทย โรงแรมแม่น้ำก็เป็นเจ้าภาพในการให้หนังสือเหล่านี้กับหลาย ๆ มหาวิทยาลัย ครับนั่นคือเหตุการณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน เริ่มต้นก่อนที่จะทำการค้าขายทุกวันนี้ ในการสานต่อนโยบายของโรงแรมแม่น้ำเรื่องพู่กันจีนแล้วเนี่ย ทำให้ผมทุกวันนี้เนี่ยนึกถึงนโยบายของผู้นำจีนสามนโยบาย นโยบายที่สามคือลงใต้ อันนี้ผมจะข้ามไปเลยเนื่องจากเวลามีไม่มากนะครับ ผมก็เคยเป็นเอเย่นค้าเครื่องจักร แหมธุรกิจมันหลากหลายทำไม่หมดอ่ะเยอะแยะ แต่เริ่มได้แค่หกเดือนตั้งบริษัทอย่างดีนะครับ เซ็นสัญญาเป็นเอเย่น exclusive จากสเปน จากอิตาลีนะครับ เครื่องพลาสติกบ้างอะไรบ้าง ฟองสบู่แตกช่วงนั้น วัยอยู่ระหว่างใกล้ ๆ สี่สิบช่วงนั้นเป็นเอเย่นเครื่องจักร แล้วก็พลาดเพราะว่าฟองสบู่แตก จากยี่สิบห้าบาทกลายเป็นสี่สิบห้าบาทเลิกขายเลยครับ โรงงานยังเลิกเลย ครับก็เป็นเหตุการณ์ที่เจอความยากลำบากสารพัด เคยมีตังค์ก็ลงไปที่ศูนย์ใหม่ตั้งต้นใหม่ มันก็ขึ้น ๆ ลง ๆ ชีวิตมันมีสิ่งเหล่านี้อยู่ เป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึง ครับเมื่อนโยบายที่สามของท่านเติ้งเสี่ยวผิงว่าลงใต้สู่อันดามัน ผมก็นั่งนึกว่าจากยูนานมันจะลงใต้มาออกอันดามันได้ยังไง ผ่านพม่า ผ่านลาว ผ่านไทย ทางเหนือก็มีแต่ภูเขามีป่าทึบ ไม่เป็นไรไปเที่ยวเพราะผมเป็นคนชอบท่องเที่ยวก็เดินทางไปจีน ไปเห็นข้างในจากยูนานเข้าสิบสองปันนา สิบสองปันนาก็จ้างรถไปเรื่อย ๆ จนถึงชายแดน ก็เห็นความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลจีน ตอนนั้นเส้นทาง R3 เริ่มมีข่าวออกมาแล้วว่าเอาจริง รัฐบาลไทยก็ประสานด้วยเอาด้วย ก็มีการรวบรวมทุนสร้างทางให้กับพม่าบ้าง ลาวบ้าง ปัจจุบันมีหลายเส้นทางที่เชื่อมโยง ตอนแรกเมื่อห้าหกปีก่อนก็คิดว่ามาออกที่จังหวัดน่านแน่นอน ผมกับเพื่อน ๆ ก็มีโอกาสได้ไปสำรวจ พยายามสำรวจจากชายแดนไทยเข้าไปในลาว เข้าไปในพม่า ไปไม่ไหว ก็ย้อนขึ้นไปทางจีนลงมา มาจนกระทั่งถึงแม่น้ำโขง ก็ถึงบางอ้อ อ้อ..ที่ท่านเติ้งพูดไว้เนี่ยถนนนี้จะต้องเจาะทะลุมาถึงประเทศไทย เพื่อจะเข้ากรุงเทพแล้วหาทางออกทะเลอันดามัน แปลว่าอะไร ตรงนี้เป็นแม่น้ำโขง ระหว่างทางก็มีเพื่อนฝูงกินขันโตกแบบสิบสองปันนา ที่บ้านก็มีคุณยายอุ้มลูกอุ้มหลานกันอย่างเงี่ย เพื่อนฝูงมีบ้าง เนี่ยแหละครับเป้าหมายของท่านเติ้ง ข้อที่หนึ่งพื้นฐานอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ เตรียมพร้อมมุ่งสู่ยุโรปเส้นทางสายไหม รวมไปถึงมุ่งใต้ เอาล่ะแผนที่มันอยากจะโชว์แผนที่จัง เชียงรายถ้าขึ้นทางนี้ท่าขี้เหล็กขึ้นไปเรื่อย ๆ มาออกฉิ่งหงคือสิบสองปันนา แต่ถ้าจากเชียงรายมาเชียงของตรงนี้เรียกว่าห้วยทรายบริเวณนี้คือชายแดนปัจจุบัน วิ่งไปเรื่อย ๆ สองร้อยห้าสิบกิโล ผ่านสองแขวงคือแขวงบ่อแก้ว แขวงหลวงน้ำทา ถึงบ่อหาน บ่อหานก็คือชายแดนจีน แล้วก็ขับรถขึ้นไปอีกถึงฉิ่งหง ตรงนี้ประมาณร้อยเจ็ดแปดสิบกิโลเมตร จากตรงนี้ลงมาถึงแม่น้ำโขงสองร้อยห้าสิบกิโลเมตร อดีตจะเห็นว่าสี่ห้าปีก่อนทุลักทุเลนะครับ ผมก็ต้องเช่ารถออฟโรดอย่างเนี่ยแล้วก็ลุย บางทีลุยไปถึงมันมีช่องทางเค้าก็บอกว่า ค่อยหยุดครึ่งชั่วโมงก่อนนะไปไม่ได้เค้ากำลังเกลี่ยทาง เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้มันก็เป็นภาพที่ให้เราเห็นบนเส้นทางนี้เมื่อหลายปีก่อน ไปบางทีก็นอนเนี่ย ๆ ซอกรถ ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ก็ซอกรถ บ่อยครั้งที่ผมนอนโรงแรมพันดาว โรงแรมแม่น้ำเดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป็นห้าดาวแล้วนะครับ รามาด้าห้าดาวละ แต่ที่นู้นที่ลาวเค้ามีโรงแรมพันดาว เอาผ้าใบปูแล้วก็นอนละกันเพราะไม่รู้เมื่อไหร่ถึง มันเจอปัญหาอย่างเนี่ย อ่ะรถตายก็ต้องนอนข้างทาง แต่มีความสุขมาก ขอโทษนะครับกลางคืนมืดตึดตื๋อเลย ฉี่เนี่ยมีความสุขโอ้โหดาวสดใสมาก เพราะฟ้าเค้าปลอดมลภาวะ สวย ป่าเขาอันนี้ก็อีกเรื่องนึงแล้วแต่คนชอบยังไง ตรงนี้ก็จะเป็นชายแดนระหว่างลาวกับจีน ข้างนี้เป็นของลาว ข้างนี้เป็นของจีน เอ่อ..แท่งหินแท่งเดียวกันอ่ะนะครับเป็นพรมแดนระหว่างลาวกับจีน อันนี้หมู่บ้านในสิบสองปันนา วันนี้ในเมืองสิบสองปันนา ตรงนี้คือกลุ่มนักธุรกิจจีนที่เริ่มเข้ามาลงทุนแล้วหลังจากถนนหนทางดีแล้ว ดีแล้วดียังไงเมื่อเดือนที่แล้วผมขับรถเดี๋ยวนี้ผมขึ้นร่อนด้วยรถนะครับ เพราะเครื่องบินมันไม่มีมันหยุดมันขาดทุนบ้างมันเลิกบินหมด ผมก็ขับรถจากสิบสองปันนา เจ็ดนาฬิกาเค้าเอารถมาถึงเชียงของคือประเทศไทยเบิกเงินธนาคารเอาไปจ่ายค่าแรงลูกน้องฝั่งตรงข้ามแม่น้ำโขงเนี่ยผมมาทัน ออกรถเจ็ดนาฬิกามาถึงบ่ายสามโมงเบิกเงินทัน แปลว่าไร แปลว่าถนนเยี่ยมมาก อันนี้เป็นภาพของนักธุรกิจจีนมาลงทุนห้าพันล้านบาทที่เชียงของ จัดสร้างโรงแรมห้าดาว สนามกอล์ฟ แต่ผมเอี่ยวเค้าไปหมดอ่ะ แปะไว้หน่อย ๆ แล้ววันนี้ทำอะไร จุดเริ่มต้นการทำธุรกิจบนเส้นทาง R3 E หมายถึงด้านตะวันออก W หมายถึงด้านตะวันตก ผมก็เริ่มต้นไปซื้อเรือเก่า ๆ ของเค้านะครับ เนี่ยครับไปซื้อเศษเหล็กเค้ามาต่อเอง ลูกน้องเยอะต่อจนเป็นเรือ เรือแพขนานยนต์สำหรับข้ามกว้าง เจ้าหน้าที่ลาวก็มาตรวจเช็กความปลอดภัย ออก certificate เรือลำนี้วิ่งในน่านน้ำลาวได้ละโอเค จ่ายต๋งไป พอถึงวันจะเริ่มทำธุรกิจโชคดีที่เชียงของเนี่ยเค้ามีพิธีจตุคามเมื่อปีกว่าที่แล้วนี่เอง ฮิตมากเจ้าอาวาสบอกต้องปั๊มจตุคามกลางแม่น้ำถึงจะดัง อันนี้ก็เป็นภาพเหตุการณ์ เชิญเกจิอาจารย์จากสี่ประเทศเลยนะ ลาว พม่า จีน ไทย แห่แหนเป็นขบวนแต่เป็นวัฒนธรรมที่สวยงามมากที่เชียงของ ผมทำเป็นสารคดีไว้แล้วนะครับ ยังมีเป็นหนังเลย อันนี้เป็นภาพเหตุการณ์ช่วงที่ดำเนินพิธีจตุคาม ขอโทษนะครับรุ่นข้าปั๊มเองหนึ่งอัน มีเก็บไว้และ ข้าปั๊มเองอันนึง แล้วผมก็โชคดีเพราะว่าเจ้าอาวาสบอกโยม ๆ ขอยืมเรือทำพิธีกลางน้ำหน่อยเราก็เอาสิ เพราะฉันกำลังคิดว่าฉันจะเจิมเรือยังไง โชคดีมากเกจิอาจารย์สี่ประเทศเจิมเรือให้ผมอ่ะที่ไหนมีอ่ะ ลำที่หนึ่งผ่านธุรกิจพอใช้ได้ ซื้อเรือลำที่สองเลยผมก็ไปซื้อ มุกดาหารสะพานสร้างเสร็จปุ๊บการทำมาหากินภายในขนานยนต์ก็จอด ผมก็ไปซื้อมาลำนึง แล้วก็ลำเลียงขึ้นมาจนถึงข้างบน ฝ่าแก่ง ฝ่าน้ำขึ้นมาก็ไปเชิญผู้ใหญ่เจ้าแขวงทางนู้น อ่ะเขย่าแชมเปญหน่อย ตัดริบบิ้นหน่อย อ่ะพิธีสงฆ์นะครับ วันที่ทำพิธีเนี่ยมาเลเซียออฟโรดมากันอย่างเนี่ย นี่ ๆ เจ้าของเรือใครอ่ะ ขอข้ามหน่อย ๆ เนี่ยครับออฟโรดมาจากมาเลเซีย นี่เรือผมลำนี้ พวกนี้เป็นเรือท่องเที่ยวไปหลวงพระบาง คือมาลงที่นี่แล้วก็นั่งเรือไปหลวงพระบางครึ่งวัน วันนึงจอดครึ่งทางเพื่อพักค้างแรม ก็มีกิจกรรมท่องเที่ยวอะไรของเค้า น่าสนุกนะ ถ้าคุณไม่กลัวน้ำอ่ะ ครับเส้นทาง R3 วันนี้ที่ผมขับเจ็ดชั่วโมงมาถึงแดนไทย ถนนเป็นอย่างนี้ครับในลาว ซุปเปอร์ไฮเวย์ ชาวบ้านส่วนใหญ่จะเป็นชนเผ่านะครับ เนี่ยอันนี้เปรียบเทียบอดีตเมื่อสี่ห้าปีก่อน ปัจจุบันถนนก็ไฮเวย์นั่นเองขับมันมาก เมื่อกี้ก็หลับมั่งให้คนอื่นขับ ตรงนี้คือด่านชายแดนจีนเรียกว่าบ่อหาน รถคู่ชีพผมครับวิ่งไปเจอภูเขาเจาะอุโมงค์ จีนนี่เจอภูเขาเจาะอุโมงค์ ลาวนี่เจอภูเขากวาดต้นไม้สองข้าง เหมือนพี่ไทยทำถนนจะเอาต้นไม้อย่างเดียวอ่ะแต่ของจีนนี่อนุรักษ์มากไม่ยอม ไปตัดต้นไม้เค้าเนี่ยเป็นเรื่องยากมาก เพราะฉะนั้นเจอภูเขาเจาะอุโมงค์ ๆ ออกจากอุโมงค์มีเหวเสาตั้งรับเลยสามสี่สิบเมตร ไฮเวย์เหมือนอิตาลีเลย จีนเค้าวางแผนยาวเค้ากล้าลงทุนวันนี้เงินเค้าหนา เค้าทำอย่างนี้กัน เนี่ยพระรามหกของสิบสองปันนา ในเมืองสิบสองปันนา ร้านค้าร้านขายในสิบสองปันนา อันนี้ภัตตาคารของผม ผมไปเปิดภัตตาคารชื่อภัตตาคารข้าวหอมจะโชว์อาหารไทยให้ได้นะครับ สิ่งนึงที่ทำได้ไอตรงนี้ยังไม่ได้วางเก้าอี้นะครับ อันนี้เป็นภาพเก่าหน่อยนึง ภาพใหม่ก็เปลี่ยนไป อิมพอร์ตเชฟไทยเข้าไปเลย ร้านค้าก็อย่างเงี่ย แต่นี่ ๆ สาวสิบสองปันนาจับแต่งชุดไทยพนักงานเสิร์ฟ อันนี้มาถึงลาวละ ลาวก็มีภัตตาคารชื่อใบลาว เวลาข้ามแม่น้ำโขงขึ้นมาเดินขึ้นฝั่งปุ๊บก็เจอภัตตาคารแห่งนี้เลย ข้างในก็มีขันโตกนะครับ นั่งขันโตก ขันโตกผมนี่ไม่ซุงเป็นท่อน ๆ เลยนะ เพราะลาวไม้ซุงเค้าเยอะ เราก็ใส่ไม้เต็มที่เลย เนี่ยเอาไม้มาผ่าครึ่งทำเป็นโต๊ะนั่ง ครับบรรยากาศลูกน้องที่ฝั่งลาว เราไปทีก็เลี้ยงข้าวลูกน้องละกันก็นั่งรวมกัน อันนี้ก็เป็นกิจกรรมปฐมฤกษ์ฟ้าชัยโย นำคณะผ้าป่าโดยทางรถยนต์ เพราะว่าเมื่อประมาณสองปีครึ่งที่แล้วถนนยังแย่อยู่ แต่ผมไปหาเจ้าอาวาสที่สิบสองปันนาบอกว่าผมอยากจะมาทอดผ้าป่าที่นี่ ท่านก็บอกว่าท่านก็ไม่ค่อยรับอ่ะ เพราะคนไทยไปเบี้ยวหลายรายเพราะมันมาลำบาก แต่ผมไปหาท่านหลายเที่ยว ๆ ท่านก็บอกอ่ะโยมนี่เอาจริง ๆ ก็นัดวัน นัดวันผมก็พาคณะไป อันนี้เป็นภาพเหตุการณ์เพราะว่าเวลาผมจะข้ามแดนผมก็โทรไปบอกท่าน พอข้ามไปฝั่งลาวผมก็โทรบอกท่านผมมาถึงตรงนี้แล้วนะ พอถึงชายแดนจีนผมก็โทรบอกท่าน เฮ้ยหมอนี่มันเอาจริงเว้ยแปลว่าเราไม่เบี้ยวอ่ะ ชาวบ้านก็มาต้อนรับให้เกียรติผมมากผมโชคดีมากนะครับ เพราะคงไม่มีใครบ้าขับรถไปสมัยนู้นอ่ะ มันลำบากอ่ะ เราเอาคณะไปทางรถ ครับนี่ก็เป็นภาพเหตุการณ์นำขบวนจากที่พักมาที่วัด อันนี้ก็คล้าย ๆ กับถังปัจจัยของเราเรียกถังผ้าป่านะครับ กลองยาวแห่กลองยาว ก็ถวายพระคุณท่านนะครับ ตอนท่านจะแจกของดีพระเครื่อง ครับนี่ก็เป็นภาพเหตุการณ์ทีนี้สิ่งสุดท้ายเวลาล่วงเลยพอสมควร ก็อยากจะพูดถึง CSR ตรงนี้อ่านว่าโรงเรียนสามัญ แขวงบ่อแก้ว กินนอน โรงแรมกินนอน แขวงบ่อแก้ว โรงเรียนสามัญนะครับ คือที่นี่เนี่ยเป็นที่ที่ชนเผ่าที่กำพร้า เค้าก็รวบรวมส่วนใหญ่จะเป็นกำพร้าก็รวบรวมมาที่นี่ผมก็ทำ CSR ที่นี่ เริ่มต้นด้วยโครงการที่หนึ่งสะอาดกับน่ารัก สะอาด น่ารัก เนี่ยครับชนเผ่า ผมเรียกไม่ถูกเผ่าเยอะเหลือเกิน เพราะว่าเค้าอยู่ตามภูเขากัน เพราะฉะนั้นเราเข้าไปทำกิจกรรม พยายามจะช่วยเหลือในสิ่งที่เราไหวนะครับ ก็ทำไปเรื่อย ๆ ก็ไปสอนอิงลิชแคมป์มั่ง ให้เค้าสนุกสนาน ให้เค้าเริ่มเปิดความรู้สึกที่ต้อนรับคนไทยมากขึ้น เพราะว่าอดีตเนี่ยเมืองนี้เนี่ยไม่ค่อยชอบคนไทย มันมีปัญหากันระหว่างชายแดนนะครับ แต่วันนี้ก็ดีวันดีคืนนะครับ เด็ก ๆ ชนเผ่าก็ช่วยกันทำของที่ระลึกขายนะครับ CSR อีกตัวนึงก็คือช่วยอุทกภัยเพราะผมถนัดเรื่องน้ำ ที่ซึนามิ เป็นภาพเหตุการณ์ที่ซึนามิ ครับใช้เวลาพอสมควร ถึงคิวของ MC นะครับ ผมคงจะจบภาพที่มีมาให้ พร้อมกับขอบคุณที่มาแชร์ความเข้าใจกัน อย่างน้อยหนังสือเล่มนั้นคงจะทำให้ท่านเพลิดเพลินได้บ้าง และก็ได้ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ไทยจีนช่วงนึง ทำไมไทยกับจีนถึงสัมพันธ์เยี่ยมขนาดนี้นะครับ ก็ฝากเป็นที่ระลึกให้พวกเราได้ถือติดมือกลับบ้าน


Login or Sign up to comment on this

busy
 
© 2008-2009 Liferevo Foundation. All right reserved.


Powered by RJ   |   Privacy   |   Term of Use   |   Contact