ครูเคท : เนตรปรียา ชุมไชโย

ปัจจุบันตำแหน่งเป็นผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีทำเนียบรัฐบาล,ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษาครูเคทและผู้อำนวยการสำนักให้คำปรึกษาธุรกิจระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์

 

 

 

        เนตรปรียา เป็นผู้ที่เข้าใจในการเรียนภาษาด้วยวิธีธรรมชาติ จากประสบการณ์ในการใช้ชีวิตศึกษา ในระดับปริญญาโทในสหรัฐอเมริกาเพียง 2 ปีครึ่งโดยก่อนหน้านั้นเธอได้รับการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงปริญญาตรีในประเทศไทยมาโดยตลอด เนตรปรียา สามารถพัฒนาทักษะในการสื่อสาร ได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่าชาวอเมริกัน ซึ่งทักษะนี้พบได้ไม่ง่ายนักสำหรับชาวไทยที่ไม่ได้มีถิ่นกำเนิด หรืออาศัยอยู่ในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ เป็นภาษาหลักเป็นเวลายาวนาน

        เธอได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับประเทศว่าเป็นผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสารที่ถูกต้อง ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ประกาศข่าว และผู้ดำเนินรายการในระดับสากลมาแล้วหลายรายการ ด้วยความสามารถในการสื่อสารอย่างถูกต้องชัดเจนในภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ ประกอบกับ พื้นฐานความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านการตลาดและ การเงินการธนาคารเป็นอย่างดี พร้อมด้วยประสบการณ์ในต่างประเทศที่หลากหลายทั้งประสบการณ์ในเชิงธุรกิจและเชิงการฑูต

        เนตรปรียา ได้รับเกียรติและความไว้วางใจจาก ทั้งหน่วยงานราชการและเอกชน ให้เป็นผู้ดำเนินรายการและถ่ายทอดข้อมูลที่สำคัญ ในการประชุมและการแนะนำบริษัท / สินค้า ในระดับประเทศและระดับสากล มาโดยตลอด

        นอกจากคุณสมบัติที่กล่าวข้างต้นและ เนตรปรียา ยังมีความสามารถด้านการร้องเพลง การสอนการบรรยาย การแปลภาษาไทย / อังกฤษ และการพากษ์เสียง ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะช่วยส่งเสริมการทำงาน ด้านพิธีกร และ ผู้ดำเนินรายการเป็นอย่างดี.

รางวัลนักเขียน Best Seller สำนักพิมพ์สุดสัปดาห์ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งและพับลิซซิ่ง จำกัด 4 รางวัล จากหนังสือ
   - Women of Year 2002 นิตยสาร Cosmopolitan
   - Working Women of Year 2002 นิตยสาร Working Women
   - เรียนภาษาอังกฤษกันเข้าไปแต่พูดไม่ได้ซักที เล่ม1
   - เรียนภาษาอังกฤษกันเข้าไปแต่พูดไม่ได้ซักที เล่ม2
   - ฝึกภาษาอังกฤษกันยังไง ทำไมไม่สำเร็จสักที (ผลงานเล่มที่3)
   - ใครอยากไปเรียนเมืองนอกจะบอกให้ ( ผลงานเล่มที่ 4)
   - Women of Year 2002 นิตยสาร Cosmopolitan
   - Working Women of Year 2002 นิตยสาร Working Women

บทสัมภาษณ์ คุณครูเคท
Q.นิยามของความสำเร็จของคุณครูเคทคือะไร...ครับ.
A.ความสำเร็จเหรอคะ..ความสำเร็จคือ ความภาคภูมิใจในสิ่งคิดได้ฝัน แล้วทำมันได้อย่างสำเร็จน่ะคะ.


Q.สำหรับหลักการหรือข้อพึงปฏิบัติสำหรับผู้ที่อยากจะประสบผลสำเร็จ คุณครูเคทคิดว่าเค้าควรจะทำอะไรบ้างครับ.
A.จริงๆ ถ้าเกิดว่าเราจะประสบความสำเร็จในทุกสิ่งทุกอย่างที่เราจะทำนี้นะคะ สิ่งแรกที่เราจะทำ คิดให้เห็นภาพรวมซะก่อนและก็มีการเตรียมการอย่างเป็นขั้นตอนว่าเราจะทำอะไร อย่างไร ที่นี้ปัญหาของคนไทยทั่วๆ ไปที่ครูเคทได้พบนี้นะคะ  ที่ทำอะไรแล้วไม่ค่อยสำเร็จนะคะ เป็นเพราะว่า...คิดฝันไว้แล้วแต่มองไม่เห็นวิธีการที่จะเดินไปถึงจุดนั้นมันต้องเดินไปกี่ก้าว แล้วเราต้องผ่านอะไรบ้าง แล้วถ้าเกิดว่าใครอยากจะประสบความสำเร็จในสิ่งใดก็ตาม ควรจะต้องเห็นภาพรวม ภาพความสำเร็จของงาน แล้วจะต้องเห็นด้วยว่ากว่าจะสำเร็จนั้นจะต้องประกอบไปกี่ขั้นตอน แล้วจะต้องเห็นด้วยนะคะว่า แต่ละขั้นตอนมีวิธีการทำวิธีการปฏิบัติอย่างไร อย่ามัวแต่ฝันถึงภาพความสำเร็จแต่เพียงอย่างเดียว แต่มองไม่เห็นหนทางที่กำลังจะเดินไป เพราะฉะนั้นถ้าใครจะประสบผลสำเร็จ จะต้องเห็นทั่งภาพรวม ภาพที่สำเร็จแล้วและก็เห็นหนทางที่จะเดินไป รวมทั้งวิธีการคิด.


Q.หากขั้นตอนนั้นหรือสิ่งที่เราต้องการจะทำนั้นเป็นสิ่งที่ยาก บางทีอาจจะยากมากเลยนะครับ..อ่า!..โดยส่วนใหญ่แล้วคุณครูเคทใช้อะไรเป็นแรงบันดาลใจการฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อที่จะได้รับความสำเร็จนั้นๆ ครับผม.
A.จริงๆ เมื่อพูดถึงภาพรวม หรือ สิ่งที่เราฝันเอาไว้หรือ Step ที่เราจะก้าวในแต่ละก้าวนี้นะคะ...หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องที่ยาก คนที่มองว่าเป็นเรื่องที่ยากนั้น ปัญหามีเพียงอย่างเดียว คือมองไม่เห็นภาพที่ชัด..ส่วนคนที่มองเห็นภาพความสำเร็จที่ชัดเจนแล้ว แล้วมองเห็นด้วยนะคะ แล้วก้าวที่จะเดินไปนั้นเป็นอะไรอย่างชัดเจน ก็จะพบว่าการวางแผนและการลงมือปฏิบัตินั้นไม่ใช่สิ่งที่อยากเลยนะคะ ทีนี้คนที่มองเห็นภาพเบอ ๆ เป็นภาพฝันมองไม่ชัด และก็มองไม่รู้ด้วยว่าจะต้องเดินไปทางไหนตรงนี้เราก็จะพบว่าจะเกิดเป็นปัญหาเป็นอุปสรรคเป็นสิ่งที่ยาก เพราะฉะนั้นแล้วก่อนที่เราจะก้าวไป สู่ความสำเร็จ ไม่ว่ะทำอะไรก็ตามนะคะ เราจะต้องเวลาให้เวลา ให้เวลากับความคิดของเราะนะคะ คือเราจะต้องคิด ค่อยๆ คิด และก็ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ทีนี้คนส่วนใหญ่จะเป็นโรคอย่างนี้ค่ะ คิดไปแล้วพอเจอปัญหา..อุ๊ย!ไม่เอาปวดหัวและเลิกคิดนะคะ เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องคิดให้เสร็จภายในวันนี้นี่คะ เรายังมีเวลาคิด ความคิดของเรามันเป็นเรื่องที่แปลกมากเพราะมันสามารถที่จะสะสม มันเกิดความพัฒนาแล้วมันก็ต่อยอดตัวของมันเองได้ เพราะฉะนั้นถ้าใครมีความฝันอะไรบางอย่างนะคะ คิดแล้วค่อยๆ คิดๆ ให้เวลับมันอย่างเต็มที่ ในที่สุดภาพที่คุณต้องการให้มันประสบความสำเร็จนะคะรวมทั้งขั้นตอนที่เราจะเดินไปให้ถึงจุดๆ นั้น แล้วเราก็จะพบว่าการทำงานให้ประสบความสำเร็จนั้นไม่ใช่สิ่งยากคะ.


Q.การตีความแรงบันดาลใจก็จะผุดขึ้นมานตัวของมันเองหลังจากที่เราได้ไตร่ตรองแล้วถูกต้องมั้ยครับ.
A.ค่ะ..การที่จะทำอะไรให้สำเร็จนั้น ทุกคนก็จะต้องมีแรงบันดาลใจนะคะ หรือครูเคทชอบเรียกมันว่ามันจะต้องมีไฟนะคะ ที่จะอยากทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ ทีนี้แรงบันดาลใจของแต่ละคนนั้นจะมีไม่เท่ากัน คนที่ให้เวลากับความคิดและมองโลกในแง่บวกนะคะก็จะมีรงบันดาลใจที่สูงกว่าคนที่ไม่ให้เวลากับความคิดหรือบางคนอาจจะคิดฝันเฟื่องนะคะแต่ว่าคดแล้วไม่ยอมคิดใน D-tail ไม่ลงในรายละเอียด คือ คิดฝันอย่างเดียวฉันอยากจะเป็นเศรษฐี,ฉันอยากจะรวย,ฉันอยากจะเรียนเก่งนะคะ แต่ไม่ลงไปในรายละอียด “ ทำอย่างไรที่จะไปถึงจุดๆ นั้น ” คนที่คิดไม่ลงรายละเอียดก็จะมีแรงบันดาลใจน้อย แต่ก็ยังไม่ร้ายแรงเท่าคนที่คิดในแง่ลบนะคะ คนที่มองโลกในแง่ลบตลอดเวลานะคะ ชอบบอกตัวเองว่า เช่น ฉันมันเกิดมาบุญน้อย ฉันมันโง่ ฉันมันซื่อบื้อ มองทุกอย่างให้กับตัวเองเป็นแง่ลบนี้นะคะ คนเหล่านี้จะไม่มีแรงบันดาลใจ เพราะฉะนั้นเราจะพบว่าคนที่ประสบนั้น จะต้องเป็นคนมองโลกในแง่ดีนะคะ และที่สำคัญที่สุด จะต้องเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น ถึงแม้จะเจอปัญหาอุปสรรคไม่ย่อท้อ ขอให้รู้ว่าเรากำลังก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา ถึงแม้บางวันจะก้าวยาวหน่อย บางวันก้าวสั้นหน่อย เค้าจะรู้ว่าเราก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา ถ้าคิดได้อย่างนี้เราก็จะประสบความสำเร็จ.


Q.อย่างนี้แสดงว่าคุณครูเคท..ไม่เคยท้อแท้เลย  จะพูดอย่างนั้นได้เปล่าครับ.
A.จริงๆ ถามว่าไม่เคยท้อแท้เลยก็คงผิดมนุษย์ไปนะคะ แต่ว่าสมัยเด็กๆ น่ะคะสมัยเป็นวัยรุ่นนี้ก็เคยจะท้อแท้กับเรื่องต่างๆ นะคะ เช่น พอเรียนหนังสือเสร็จ..โอ้ย!มันยากเหลือเกิน รู้สึกท้อแท้ หรือช่วงที่ไปอยู่ต่างประเทศแล้วพูดภาษาอังกฤษไม่ได้  ช่วงนั้นมันเกิดอาการท้อแท้ อันนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาของมนุษย์นะคะ ...แต่ว่าเมื่อเราท้อแท้แล้วไม่เป็นไรไม่ต้องโทษตัวเอง..ท้อแท้ได้  แต่เมื่อเรีเวลานั่งนิ่งๆ เราหันกลับไปมองที่ปํญหา แล้วลงมือแก้ไขปัญหาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนนะคะทีละนิดๆ ไม่ใส่แรงกดดันให้กับตัวเองมากเกินไปนะคะ ความท้อแท้นี้มันก็จะหายไป เพราะว่าเราจะรู้ว่าเรากำลังเดินไปข้างหน้าเสมอ ไม่ว่าบางวันอาจจะเดินน้อยบางวันก็เดินได้เยอะ ขอให้เดินไปข้างหน้าความท้อแท้ก็จะหายไป


Q.แล้วปัจจุบันคูณครูเคทคิดว่าตัวเองประสบความความสำเร็จหรือยังครับ.
A.เออ!...ถ้าถามว่าประสบความสำเร็จหรือยังนี้นะคะมันอยู่ที่ว่าเป็นมุมมองของใครนะคะ ถ้าเป็นมุมมองของบุคคลภายนอกนี้นะคะ บางคนก็อาจจะมองว่า  แม้....ครูเคทนี้ประสบความสำเร็จน่าดูนะคะ หรือบางคนที่เค้ามีอะไรที่เหนือกว่าครูเคทเค้าก็มองว่าครูเคทยังไม่ประสบความสำเร็จยังมีอะไรที่สามารถเติบโตก้าวหน้าไปอีกได้เยอะนะคะแต่ถ้าเกิดมุมมองของครูเคทแล้วเนี้ย ครูเคทคิดว่าครูเคทประสบความสำเร็จในทุกเรื่องที่ครูเคททำค่ะ
เพราะว่าครูเคทนั้น..เออ!..มีความตั้งใจที่จะทำอะไรแล้วก็จะเดินไปจนกว่าจะประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นครูเคทก็ไม่เคยมองว่าตัวเองล้มเหลว เพราะว่าเรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ และสิ่งที่เราทำนั้นเป็นสิ่งที่เราต้องการจะทำเป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่เราภาคภูมิใจนะคะ และมันเป็นการพิสูจน์ให้เป็นด้วยค่ะว่าเรานั้นเนี้ย..สามารถฝึกฝนตัวเองเพื่อให้ต่อสู้กับอุปสรรคได้  เพราะฉะนั้นถ้าถามตัวเองว่า...ประสบความสำเร็จมั้ย ครูเคทคิดว่าครูเคทประสบความสำเร็จในทุกๆ วัน ในทุกๆ สิ่งที่ครูเคททำนะคะ.
…..ครับผม...ขอบคุณมากครับ....

สัมภาษณ์โดย : วรวุฒิ ชุณหพงศ์

 

 

1 Comments add comment

watcharasak said:

  Thank You Krub...
ตุลาคม 14, 2007 | url

Login or Sign up to comment on this

busy
 
© 2008-2009 Liferevo Foundation. All right reserved.


Powered by RJ   |   Privacy   |   Term of Use   |   Contact