คุณสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง
ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการและผู้ก่อตั้งบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) อดีตเจ้าพ่อธุรกิจเหล็กรายใหญ่ผู้ซึ่งเคยเป็น 1 ใน 500 มหาเศรษฐี ของโลกจากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ กลายเป็นหนี้แสนกว่าล้านแค่เพียงข้ามคืน หลังธนาคารแห่งประเทศไทยลอยตัวเงินบาทเมื่อปี 40 เจ้าของวลีเด็ด “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” จากวันนั้นถึงวันนี้กับชีวิตที่ไม่ท้อถอย ยืนหยัดต่อสู้ เพื่อวันนี้ที่ภาคภูมิใจ

 

คุณสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง

       สวัสดีครับ เพื่อนๆนักธุรกิจลูกๆหลานๆ วันนี้นะครับ จะเอาชีวิตของผมมาเทียบกับวัยรุ่นนี้นะครับ มันไม่เป็นธรรมกับพวกคุณที่กำลังจะจบหรือจบแล้วนี้นะครับ จริงๆแล้วนะครับ ผมจบมัธยมหก ผมเข้าเรียนตอนอายุ 10 ขวบ คุณพ่อคุณแม่มาจากประเทศจีน พอเข้าเรียนโรงเรียนจีน สมัยก่อนเรียน ป. 1 ถึง ป.4 ก็เรียนภาษาจีนกับภาษาไทย ช่วงนั้นการเรียนภาษาจีนนั้นนะครับ เมื่อตำรวจมาต้องเก็บหนังสือแล้วก็รีบเผาทิ้ง เพราะผิดกฎหมาย เจอข้อหาการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พอจบ ป.4 ก็อยากไปเรียนต่อ เพราะเห็นลูกๆเพื่อนๆพ่อ เห็นเขาใส่กางเกงสีน้ำเงินใส่เสื้อสีขาวเรียนอยู่อัสสัมชัญ เราก็อยากใส่บ้างเลยไปหาโรงเรียนที่จะเข้าเรียน ผมจบ ป. 4 ตอนอายุ 16 อายุเพราะฉะนั้นตั้งแต่อายุ 1ขวบมาถึง 16 A B C ไม่เคยเห็นเลย ก็ไม่มีทางเข้าอัสสัมชัญได้เลย ก็ไปหาโรงเรียนเอง สมัยก่อนพ่อแม่เขาไม่สนหรอก มัวแต่ทำมาหากิน เราก็ไปหาโรงเรียนให้แต่งตัวเหมือนๆกับอัสสัมชัน ตอนนี้ไปอยู่ไหนรู้มั้ยครับ ธีรพัฒวิทยาลัยอยู่พระโขนง ซอยพึ่งมี ข้ามสะพานพระโขนงไป ซ้ายมือก็จะเป็นโรงงานวิเศษนิยมนะครับ ก็เดินเข้าไป ถนนก็เป็นโคลน เป็นทุ่งนา ก็เข้าไปเรียน พอหยิบหนังสือเล่มแรกมานี่นะ ชั่วโมงแรก ตอนนั้นเริม ม.1ไช่ไม่ครับ เขาก็ copy หลักสูตรมาจากอัสสัมชัน อ่านตามถอดแบบมาสอนเลย โอ้โหทีนี้สอนควายเลยละ ทีนี้ก็หนีเรียนแล้ว ก็คงจะเรียนไม่ใหว แต่ว่าก็กัดฟันนะครับ จบ ม.1 ทีนี้ก็ไปหาโรงเรียนที่มันไหวดีกว่า ก็ไปโรงเรียนสาธรวิทยา โรงเรียนซีอวย สมัยก่อนคุณสหัส มหาคุณเป็นนายกสมาคม แล้วก็ถูกปิดในข้อหาสอนภาษาจีน แล้วท่านมาเปิดใหม่ แล้วท่านก็สอนภาษาอังกฤษกับภาษาไทย ผมก็เข้าไปเรียน ม.2 ทีนี้ห้องผมนะครับ บางคนอายุ 21 จะไปป็นทหารแล้ว นะครับ ผมก็ปาไปอายุเท่าไหรแล้ว 17 ,18 แล้วผมก็เข้าเรียน ความที่เราไม่รู้ภาษาอังกฤษนี่นะ มันก็เลยหนีเรียนทุกวัน หนีทุกวันเลยนะครับ แต่ว่าถามว่ามีแรงกดดันมั้ย ไม่มี ไม่มีแรงกดดันเพราะว่า คุณพ่อผม คุณแม่ผม หากินทุกวันทุกคืนเลยนะ อ่านภาษาไทยก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นสมุดพกมาถึงนี่นะ ผมก็เซ็นแทนพ่อ ภาษาจีน ครูก็อ่านภาษาจีนไม่ออก เห็นไม่ครับ เวลาสอบนี่นะครับ เวลาประกาศผมสอบทีนึง ก็ Happy เพราะว่าคุณพ่อถามคำเดียว “ว่าสอบได้หรือป่าว” “ได้” “จบ”ไม่ต้องถามด้วยว่าได้กี่เปอเซ็น เมือก่อนเขามี ABC เมื่อก่อนได้ 50 %ก็ขึ้น และทีนั้นเรียนภาษาอังกฤษ เพราะฉนั้น ที่นี้ความเป็นครูสมัยก่อนมีความเป็นครูร้อยเปอเซ็นต์ ครูเขาก็สังเกตนะครับว่า ทำไมผมหนีเรียนทุกวัน บังเอิญก็มีครูคนใหม่เข้ามา ตอนอยู่ ม.3 นะครับ อายุ19 แล้วอยู่ ม.3 ครูคนนี้เก่ง เป็นนักเรียนนายร้อย จ.ป.ร. จะจบอยู่แล้วนะครับ ก็บังเอิมมีการแข่งขันกีฬาระหว่างมหาวิทยาลัย นักเรียนนายร้อยก็ไปตีกับจุฬาถูกไม่ครับ เล่นกีฬาก็ตีกัน ก็มีคนเจ็บ ก็ปรากฎว่านักเรียนจุฬาก็คงสู้นักเรียนนายร้อยไม่ได้หรอกนะครับ ทีนั้นก็ถูกโรงเรียน ครูใหญ่มาบอกว่า ใครเป็นต้นเหตุ ครูผมกับเพื่อน ครูสถิตนี้นะ รีบรับผิด เพราะถ้าไม่มีใครรับผิด จะไล่ออกหมดทั้งรุ่นนะครับ แกก็ออกมารับสองคน เพราะเป็นตัวต้นเหตุ เขาก็ถูกออก เขามาสอนผม จำชื่อเขาได้ดีเลยนะครับ ครอบครัวเป็นนายทหารนะครับ ก็คือครูประทีพ อำนาจสรเดช ครอบครัวเป็นทหารหมด เขาก็มาสอนผมนี่นะ เขาเป็นครูเก่ง เขารู้ได้ไงก่อนเขาจะมาสอนเขารู้หมดว่าเด็กแต่ละคนเป็นอย่างไง แสดงว่า เขาเอาเรกคอตไปดูหมดเลย เห็นไม่ครับ พอเข้าเรียนวันแรกเขาก็เข้ามาเลยเขาก็เรียกพมกับเพื่อนๆสาม สี่คนมานัง เขาบอกเลยว่า ฉันเชื่อว่า ฉันไม่เชื่อว่าในวิชาทั้งแปดชั่วโมงเป็นไปไม่ได้ว่าเราไม่ชอบทุกวิชา เอาอย่างนี้ดีกว่าชั่วโมงใหนที่เธฮอยากจะเรียนก็มาเรียน ถ้าไม่อยากจะเรียนนี้นะยกมือขึ้นแล้วก็เดินออกไป ถือว่าไม่ขาด เออครูคนนี้ดีเว้ย ถูกไม่ครับ ชั่วโมงใหนอยากเรียนเราก็เรียน แต่บังเอิญนะครับวิชาที่ผมชอบเรียนไม่มีคะแนนเลยนะครับ เขียนไทย เรียงความ อ่านเนาเรื่อง ย่อความ หน้าที่และก็ศีลธรรมนะครับ วาดเขียนก็พอวาดได้วาดอยู่งอย่างเดียวนั้นแหละครับ วาดภูเขาแล้วก็มี ทะเล มีพระอาทิตย์ขึ้น แล้วมีนกสองตัว มะพร้าวนี้ก็วาดง่ายไช่ไม่ ก็โอเค วิชาที่ผมเก่งนี้นะครับ ไม่มีคะแนนให้ผมเลย 10-20 คะแนน ไอ้เพื่อนผมมันทำ 5 ข้อ มันได้ร้อย วิทยาศาสตร์มันได้ 100 คณิตมันได้ 100 เลขามันก็ได้ 100 อีก แล้วไอ้เด็กพวกนี้ พอมันเก่งแล้วมันก็ไม่เกเร ทุกอย่างมันได้หมดเลย ไอ้ผมนะครับ คัดไทยนี้นะ ให้ผมเก่งขนาดไหนผมก็ได้ 10 ทั้งคัดความ ย่อความ ทั้งหมดแล้วที่ผมรู้ รวมเบ็ดเสร็จ ไม่ถึง 40 % เพราะฉะนั้นอย่างไงๆ มันก็ตก สมุดปกอย่างไง มันก็ได้สองส่วนยี่สิบ ถูกไม่ครับ พละศึกษาเราก็ไม่อยากเล่นใช่มั้ย เพราะกีฬาแต่ละอย่างที่เล่นแล้วนะครับ มีโอกาสถึงแก่ชีวิต เพราะครูเขาถาม ทำไมไม่เล่นบา ผมบอกบา บาคู่นะครับ เหวี่ยงไป ดัดหน้าดัดหลัง ตีลังกา ผมบอกครูครับ ถ้าพลาดลงไป มีโอกาสพิการถึงตายได้ ผมไม่เอาหรอกครับ ท่านก็ดี๋ดีนะครูคนนี้ ผมบอกเอาอย่างนี้ดีกว่า ผมบอกครู เรามาแลกกัน ผมกับเพื่อนที่อ้วนมันเล่นไม่ไหวหรอก ผมก็มีหน้าที่ยกเบาะ ชั่วโมงพละผมก็เข้าไปโรงยิม ยกเบาะออกมา พอเล่นเสร็จผมก็ยกเข้า ผมก็บอกว่าผมขอเต็มได้มั้ย 40คะแนน ถูกมั้ยครับ ครูก็โอเค 40 คะแนน ครูก็ให้เต็ม เพราะฉะนั้นที่ผมผ่านมาได้ ผมเจรจาหมดหมดนะครับ อะไรที่เกิดเรื่องในโรงเรียนทั้งหมด ครูมักจะถามผม มึงมานี่ดิ ใครเป็นคนทำ ผมก็บอกกับครูว่า บอกว่า“เดี๋ยวผมหาตัวให้ แต่ว่าครูสัญญากับผมก่อน” ครูก็ถามว่า “เรื่องอะไร”ผมก็บอกว่า “ครูลงโทษทุกอย่างได้เลย ที่อยู่ในโรงเรียน ครูสามารถลงโทษได้หมด แต่อย่าไล่เด็กคนนี้ออก” ครูผมเก่งนะ ครูก็ถามว่า “ทำไม” ผมก็บอกว่า “ความผิดนี้มันเป็นความผิดที่โรงเรียน ถ้าไล่เขาออกมันกลายเป็นปัญหาของครอบครัว ครูผมเก่งนะ ครูก็บอกว่า “เออมึงพูดถูก” ผมก็บอกว่า จะให้เรียนซ้ำชั้นก็ได้ โอเค ซ้ำเทอมก็ได้ แต่ว่าห้ามไล่ออกนะครับ เพราะฉะนั้น ผมเป็น Negotiator ตั้งแต่เด็กนะครับ ครูผมนี้เก่งมาก ผมหนีเรียนไปไหนเขาก็รู้หมด เขาเอารูปผมนี้นะครับ ครูเขาก็ถามผมว่า “ปกติแล้วหนีเรียนไปทำอะไร” ผมก็บอกว่า “ปกติแล้วผมหนีเรียนไปเช่าหนังสืออ่าน ที่วงเวียน 22กรกรฏา” เป็นร้านหนังสือ สี่ ห้า ห้องนะครับ หนังสือเต็มเยอะเลย แล้วบางทีอ่านหนังสือ ผมก็ไปเช้าที่7ชั้นก็คือ อ่านโตแชะ เป็นภาษาจีนที่มีรูป บู้อะไรต่างๆนี้นะ โอเคผมก็ไปอ่าน แล้วก็ดูหนัง แกก็เอารูปนี้ครับไปถามเถ้าแก่ “เถ้าแก่เห็นเด็กในรูปคนนี้มั้ย” เขาบอก “เห็นมันมาทุกวันเลย ผมเก็บมัน สองบาทให้มันอ่านทั้งวันเลย” เพราะฉะนั้นนะครับ ความรู้จริง ในห้องเรียนผมไม่มีเลย แต่ความรู้นอกห้องเรียนผมเยอะนะครับ ผมมีแต่ความรู้ข้างนอก แต่ครูนี้เก่ง สอนภาษาอังกฤษนี้นะ เวลาท่องภาษาอังกฤษพยานนี่นะ พวกเราก็คงเป็นรุ่น ใกล้ๆกันนี้นะ? My lady love her shoe.เคยท่องมั้ยครับ ผมท่องให้ตายห่าเลยอย่างไงก็ไม่รู้ มีแต่ว่า My lady love ชั้นแอบดูนี้ก็พอไหว ถูกมั้ย เพราะฉะนั้นครูเขาบอก “เอาอย่างนี้ดีกว่า เอาอะไรก็ได้ ที่เธอพูดออกมา ร้องออกมาเป็นภาษาอังกฤษ แล้วก็แปลได้ เอาไปเต็มเลย” ทีนี้หมูเลย พอเข้ามาเสร็จปับ เอาเธอว่าไง “ผมมาร้องเพลงครับ เพลงอะไรวะ ประตูจีน China Gate”ตอนนั้นมีหนังด้วยนะ ฉายที่โรงหนังเฉลิมเจ็ด ผมก็ร้องเลยว่า China Gateๆ แล้วร้องไปให้จบแล้วแปลให้จบแล้วได้เต็ม พอเทอมหน้าครูประกาศเลย ปีนี้ไม่เอาแล้ว China Gate ผมก็บอก “ไม่ร้องแล้ว” ผมก็ร้องเพลงของ Oh!Baladine ที่ผมร้องมานี่ เวลาครูถามว่า Baladine แปลว่าอะไร ชื่อผู้หญิงนางเอก ผมก็ร้องจบแปลถูก ผมก็ได้เต็ม ครูสมัยก่อนเขา Very Flexible เขาก็ได้หมดอะไรก็ได้นี้นะ ให้คุณแปลออกมาได้ ทีนี้ภาษาอังกฤษผมก็ไม่เป็นหรอกนะครับ เพราะหนีเรียนทุกวัน และผมก็ไม่มีตังค์ ก็ข้ามรั่วจากโรงเรียนนี่ครับ ไปที่โบสถ์เซ็นหลุย เพราะว่าชอบฟังเพลงของฝรั่งแล้วก็ร่มรื่น แล้วก็มีพวก Organ มันฟังแล้วก็เพลินแล้วก็หลับ อยู่ๆก็มีหญิงอายุมากแล้วนะครับ ก็เดินเข้ามาหาแล้วถามว่า “หนูทำไมไม่เรียนหนังสือ” ผมบอกว่า “ผมไม่อยากเรียนผมเรียนไม่รู้เรื่องผมไม่ชอบ” เธอเลยบอกว่า “อย่างนั้นเธอบอกว่านั้นฉันจะสอนให้ไม่เก็บเงินด้วย” บ้านเขาอยู่ในเซ็นหลุยซ์ซอยสามก็ไปสอนภาษาอังกฤษผม ครูคนนี้ชื่อ มิสซิเอร่า เธอก็ถามผม เป็นพี่สาวของคุณแอนนัส ศรีตรานนท์ เธอสอนผม แล้วเธอก็ถามว่า “เรียนอยู่ม.อะไร ม.3” แล้วเธอก็หยิบหนังสือ ม.3 มาแล้วผมก็บอกว่า “มิส ผมไม่รู้เรื่อง เรามาเริ่ม ABC เลยดีกว่า” ผมก็กัดฟันเรียน ตอนหนีเรียน เธอบอกไม่ต้องหนี พอ สามโมงกว่า ผมก็มาเรียนกับครู มิสซีเคร่าไม่เสียตังค์สักบาทนึง ได้กินข้าวเย็นด้วย ก็เรียนด้วยกันเขาก็สอน ครูสมัยก่อนนี้นะครับ เมื่อก่อนดูทีวีมีอยู่3ช่อง เน้นอยู่ช่องเดียวคือช่อง4ๆ เพราะฉะนั้นเวลาเรียนภาษาอังกฤษนี้นะ คุณครู ชัยสิทธิ์ ไกรฤกษ์ นี้นะ สอนภาษาอังกฤษ แล้วผมก็หลับทุกทีเพราะเรียนไม่รู้เรื่อง ครูก็เรียกขึ้นมา เอาช่องอะไร ไอ้พวกพรายกระซิบ เอยช่อง 4 ๆผมก็ยกมือตอบว่า “ช่องสี่ครับ” ครูก็บอกว่า “ภาษาอังกฤษพ่อมึงเหรอมีสี่ช่อง”ขนาดGo Went Goneยังไม่รู้เลย เวลาแกปาด้วยช๊อกนั้นนะผสมแปรง ท่านพูดอย่างนี้เลยนะ “ภาษาอังกฤษพ่อมึงหรอมีสี่ช่อง” ความที่เราอายนี้ครับ ทีนี้ด้วยความที่ผมอายก็กัดฟันเรียน ทีนี้ผมเรียกว่าหน้าด้านก็ได้ เจอหน้าใครผมก็คุยภาษาอังกฤษไปเรื่อย แต่ว่าที่ผมได้ภาษาอังกฤษจริงๆจากการ ฟังเพลง ดูหนัง แล้วก็ครู มิสซิเอร่ามาสอบ พอไปสอบผมก็สอบได้ 70 เพื่อนมันก็บอก “ไอ้ห่ามึงไปรู้มาจากไหนถึงเวลาก็หลับทุกทีมึงไปเรียนมาจากไหนวะ” ทีนี้โรงเรียนสาทรวิทยา ไม่ได้รับวิทยฐานะ เวลาสอบก็ไปสมทบสอบ กับอำนวยสิน ทีนี้ก็ทดสอบกันเลยว่าใครเก่งจริงเพราะว่า แอบดูกันไม่ได้ แต่ครูก็มาแก้คะแนนให้ ครูประจำชั้นก็แก้ จาก 2 ส่วน20 เป็น20ส่วน20 เป็นนักเรียนที่เก่งที่สุดในโรงเรียน เพราะแก้ง่ายนี้ครับมีเลข 2 เพิ่ม 0 อีกตัวก็เป็น 20ส่วน20 เพราะฉะนั้นลูกเสือก็ได้เต็ม พละศึกษาก็ได้เต็ม ที่นี้ก็ได้ 40 เปอร์เซ็นแล้ว อย่างไงมันก็สอบได้ เพราะฉะนั้นปีนี้ ปีสุดท้าย มัธยมหกครูก็แจกประกาศณียบัตรทุกคนเลย ยกเว้นผมกับเพื่อนสองคน ตอนนี้เพื่อนคนนี้ ก็คือเป็นเจ้าของวีวัฒนาทำเกี่ยวกับเรื่องของ Excercite ครูก็เรียกมาสองคน ครูก็บอกว่า นี่เอ็งไม่รู้อะไรเลย ครูเขาแก้อย่างไง ครูเขาแก้ให้ผมนี้นะ ได้ 50 ส่วน 50 คือได้ 50.00 ผมบอกว่าครู อย่างนี้ประจานผมไปหน่อยรับไม่ได้ ครูบอกเอาก็ 50 ก็ผ่านแล้วไง เอาซัก 51.0 กว่าได้มั้ย เอาให้มันมีฝีมือหน่อย ใช่มั้ย ครูก็บอกว่าเออ ท่านก็ดีนะ ท่านก็บอกว่าเออ ก็จริงวะ ทีนี้ครูใหญ่เขาก็เก่ง ครูใหญ่อาจารย์ถนอม นาควัชระ ขุนชำนิกระบวนศาสตร์ เป็นคุณพ่อของ จันตนา ยศสุนทร ท่านก็ถามครูประจำชั้น “นี่ครูสุนธร คุณคิดอย่างไงให้เด็กสองคนนี้ถึงจบออกมา คือมันไม่รู้ห่าอะไรเลย” ถูกไม่ ครูเขาพูดแทนอย่างไงรู้ไม่ครับ พวกนี้รู้มากกว่าเด็กพวกนี้เยอะเลย เวลาครูก็จะคุยกับผม คิดอย่างไง คือคุยกับผม คุยทุกอย่างเลยนะครับ แล้วท่านก็ถาม ถามว่ากรุงศรีอยุทธยาแตกสองครั้งนะครับ คือเวลาลาออกข้อสอบนะครับ มันน่าเบื่อมากนะครับ พระเจ้าแปรตเบงชเวตี้ยกทัพมาตีข้างขึ้น ข้างแรม ไม่รู้อะไรทั้งนั้น คือจำไม่ได้สักอย่างเลย คือมันไม่ได้คิดถึง ตรรกกะของมัน ทำไมนี้นะครับ พม่าอยากจะได้ประเทศไทยถูกไม่ ครูก็ว่าอย่างนี้ถูกเว้ย เพราะว่าการที่เป็นพระเจ้าแผ่นดิน เมื่อครั้งอดีตนี้นะครับ เขามี Absolute Super Power จะมีเมียกี่คนก็ได้ มันจะมาทำไมวะจากกรุงย่างกุ้งมาตีกรุงศรีนี่นะ ต้องเป็นทัพหน้ามาด้วย มาตีประเทศไทยเนี่ยะนะ มัน Means Something ไม่ได้ซาดีสแน่ เค้าเป็นกษัตริย์ เขาต้อง จีเนียส โอเค ผมก็บอกว่าเรามาดูแผนที่ สมัยก่อนเขาเรียน ภูมิศาสตร์ กับประวัติศาสตร์ อยู่ในอันเดียวกันเชิง เปรียนเทียบ ผมบอกว่าทำไม พม่าอยากได้ประเทศไทยถึงสองครั้ง ไม่ไช่ว่าเหตุผล คนไทยแตกกันเองอย่างนั้นก็ว่ากันไป เพราะเขาอยากได้เพราะเทศไทย เพราะว่า พม่านี้นะครับ มีทางออกทางเดียวก็คือ มหาสมุทรอินเดีย แต่เขาได้ไทยเมื่อไหรนะครับ เขาได้ แปซิฟิก แล้วเขาได้ทั้งแหลมอินโดจีนนี้นะ ไปถึงหมู่เกาะชวาทางออก แล้วเขายึดทางออกทางแปซิฟิกถูกไม่ ครูเขาบอกมึงนี้คิดมากจริงเลย เอย มึงรู้มากจริงๆ ผมก็บอกว่าครูครับ “มันต้องเป็นแบบนี้” เพราะตอนที่ผมเรียนอยู่นะ ไม่ไช่อายุ สิบสอง สิบสามนี้สิบเก้าแล้ว มันคิดได้อยู่แล้วอะ เพราะครูที่มาสอนผมนะกำลังจะจบแผนกครู แล้วมาสอนนะเรายังจีบครูเลย คนไทยเขาเรียนหนังสือเก่ง เขาเรียนมาตั้งแต่เด็กเลยเห็นมะ เขาอายุ 18เขาจะจบแล้วอะ เราอายุ19 ยังเรียนมัธยมอยู่เลย ถูกมั้ย เพราะฉนั้น เวลาสอนขับร้องนะครับ สอบขับเห่ เขมรไทรโยค ผมบอกว่าร้องทั้ง วันยังไม่ได้เนื้อเลย มันมีแต่น้ำทั้งนั้นนะ แล้วครูก็มาถามว่า แล้วเธอจะร้องเพลงอะไร ใกล้ถึงวันวิวา ครูก็ร้อง โอ๊ย ไช่ไม่ เพราะฉะนั้นนะไอ้ตรรกะนะ มันมี เพราะฉะนั้นนะ “ทำไมพระเจ้าตาก พระนเรศวรนะครับ พอแข็งแรงพุบ ตีพม่าออกพุบ ไปถึงแม่น้ำสะโตแล้วก็หยุด” ผมบอกครู “มันไม่มีความจำเป็นสำหรับประเทศไทยที่จะไปยึดพม่าเลย เพราะว่าไอ้คนที่อยู่ข้างบนเนี่ยะ ยักษ์สองตัวเลย อินเดียกับจีน เพราะฉะนั้นเรารักษาเมืองหลวงก็พอแล้ว” ครูเขาก็บอก “มึงคิดมากจริงๆ” เสร็จแล้วเวลาจบนี้นะครับ ก็ครูให้คำตอบกับอาจารย์ถนอมนี่นะครับ Very Classic แล้วเขาก็บอกครูใหญ่ว่า “โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนมัธยม แล้วผมเรียนพละเอกมานี่นะครับ แล้วผมเป็นครูมาแล้วเกือบสองปี ผมคิดว่าน่าจะเป็นครูไปชั่วชีวิต แต่เด็กพวกนี้ นักเรียนสองคนนี้โลกเขาอยู่ข้างนอกไม่ได้อยู่ข้างในนี้ แล้วเด็กพวกนี้ก็ไม่ได้โง่ เสร็จแล้วก็เอาสมุดพกผม ท่านแก้ให้ผมหมดแล้วนะ เป็น 51 กว่า” เสร็จแล้วแกก็ถามผมว่า “จะไปเรียนต่อที่ไหน”ตอนนี้ถึงทางสองแพร่งแล้ว เลือกทางแล้ว ที่นี้เพื่อนผมก็ไปเรียนนู้นเรียนนี้ แล้วท่านก็ตัดสินใจแทนผม ท่านบอกกับผมว่าเธอไม่ต้องเรียนแล้ว เธอเก่งกว่าเด็กพวกนี้เยอะมาก แต่สิ่งที่เธอรู้ มันไม่ได้อยู่ในห้องเรียนนี้ ถ้าเธอไปเรียนที่ไหนต่อเอ็งก็หนีเรียนอยู่ดี” ผมเลยตัดสินใจไม่เรียน พอนั้นผมรับสมุดพก จบเสร็จก็ตัดสินใจไปเกณฑ์ทหาร อุตสาห์ไปเล่นกล้ามนะอยากเป็น เพราะว่าไม่รู้ไปทำงานอะไร เพราะจบ ม.6 อ่านกระดาษหนังสือพิมพ์นะครับ เขารับสมัครงาน เป็นบ๋อยนะครับ ผมก็ไปสมัครที่กรมประชาสงเคราะห์ สะพานขาว ไปกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง ไอ้เพื่อนคนนี้มันกำลังรอเข้ามหาวิทยาลัย ผมจบหกมันก็สอบเรียนลัดได้แปด มันจะเข้าจุฬา มันก็เลยไปสมัครเป็นเพื่อนกับผม ก็ไปสอบสัมภาษณ์เรียบร้อยจบ เขาบอกว่า “เขารับเด็กอาชีวะมึงจบ ม.6 กูไม่รับ”แค่เป็นบ๋อยขนาดพูดอังกฤษได้ มึงยังไม่รับเลย ผมยังจำคำพูดของครูบอกผมได้เลยเขาบอกว่า ธรรมชาติหรือพระเจ้ายุติธรรมเสมอ คนฉลาดหรือเรียนเก่งท่านก็ได้ให้ไปอีกอย่างนึง คนที่ไม่ได้เรียนเก่งแต่ท่านก็ชดเชยมาให้อีกอย่างนึง ความอดทน ถูกมั้ย เพราะฉะนั้นผมก็ไปทำงานที่โรงน้ำตาล บังเอิญผมรู้ภาษาจีน โรงงานน้ำตาลที่คุณพ่อผมถือหุ้นอยู่นะครับ อยากได้ล่ามภาษาจีนเพราะว่าช่างเป็นคนไต้หวันทั้งนั้นที่มาดูงาน เป็นดร.อะไรต่างๆนี้นะครับ มากันหกเจ็ดคน เมื่อก่อนโรงน้ำตาลเขาทำแบบหลับหูหลับตาทำ น้ำตาล100 กิโล ใช้อ้อย2ตัน ก็คือ 50 เปอร์เซ็น ก็ตลาดดีก็กำไร ตลาดไม่ดีก็เจ๊ง ทีนี้ช่างไต้หวันเขาก็มา ตรวจดูเครื่องจักรตรวจ ดูพันธุ์อ้อย แรกๆที่ให้ผมไปช่วยคือให้ผมไปรับที่สนามบิน เพื่อไปซื้อเครื่องมือ Lab แค่นี้ พาเขาส่งไปโรงงานก็หมดหน้าที่นะครับ ก็จบ ม.6 นี่ แล้วก็อยู่กรุงเทพซัก หก เจ็ดวัน เสร็จแล้วผู้จัดการแกก็ไปขอผมกับคุณพ่อผม พี่เขยผมคือกลุ่มโรงงานน้ำตาลไทยรุ่งเรือง Shangri-La นี่นะครับ ก็เลย อยากได้ ไอ้เด็กคนนี้มาทำงาน ผมก็ไป เขาให้ค่าแรงผมเท่ากับชั้นโท เมื่อก่อนชั้น ตรี 450 ชั่นโท 750 ผมก็ได้เงินเดือนเท่ากับชั้นโท กินอยู่ฟรี แต่ว่าต้องเข้าไปโรงงานน้ำตาล อยู่ที่ศรีราชา แต่ว่าลองหลับตาแล้วกัน เมื่อ 40ปี ที่แล้วนะครับ มันเป็นนิคมแล้วเป็นป่าเลย เป็นป่าชัดๆเลยนี้นะครับ แล้วเขาก็ให้ผมเข้าไป ผมก็เข้าไปอยู่ พอไปวันแรกนี้นะครับ แล้วก็ให้เป็นหัวหน้า Labเสร็จปุ๊บ แกก็ให้หนังสือผมมาเล่มหนึ่ง Handbook เป็นหนังสือภาษาอังกฤษของ Arthur King ก็คือการวิเคราะห์น้ำตาลในอ้อย ผมไม่ได้จบอะไรมาเลยผมไม่ได้จบเคมี วิศวะมันมาให้ผมอ่านภาษาอังกฤษผมก็อย่างนั้นๆแหละ ผมต้องมานั่งเปิดดิกร์ แล้วเลขผมก็ตกมาตั้งแต่ ป.1 อยู่แล้วนะครับ เสร็จแล้วก็ให้ผม ไปเป็นหัวหน้าแล๊ป ห้องแล็ปเลยนะครับ เสร็จแล้วก็ให้ผมไปTest อ้อยเลยนะครับ มันให้ผมคิดอย่างไงรู้มั้ยครับ มันให้ผมนี้นะเอาลูกคิด แล้วก็คิดนะ บวก ลบ คูณ หาร ห้าตำแหน่งนี่นะ หาเปอร์เซ็นของความหวาน หาเปอร์เซ็นของ ไฟเบอร์ในอ้อยนะครับ ว่าน้ำตาลออกหมดแล้วนี่นะ ออกมาเป็นกากเท่าใหร่ เหลือใบเท่าใหร่ เป็น Trash ได้เท่าใหร่ แล้วก็เหลือเป็นน้ำตาลได้เท่าใหร่ แล้วให้ โยนอันนั้นมาให้ผมนะ ลูกคิด ตายห่า สองคูณสอง คูณถึงแม่สิบสอง กูยังท่องไม่ได้เลย ให้ผมบวก คูณ หารตั้งหลายตำแหน่ง impossible โอเค ผมก็ออกจากโรงงาน ไม่ได้ลาออกนะครับดึกเลยนี่นะครับ ผมก็นั่งรถนะครับ ออกจากป่ามาเมืองชลแล้วเข้ามาหาเพื่อนที่กรุงเทพ เพื่อนคนนี้ เป็นศาสตราจารย์มันเก่งมาก ชื่อ ดร.วสันต์ พงษ์สาพิศอยู่ที่จุฬา ผมบอกว่า เฮ้ยมึงช่วยกูหน่อยวะ กูเห็นมึงถอดสไลด์ให้ดูนี่นะ มึงสอนกูถอดสไลด์ ให้ดูหน่อยใช่มั้ย มันคูณหารได้อะ มันก็เดาๆเอา ไอ้จุดๆ นี่อะนะ มันก็สอนผม ผมก็ถอดสไลด์มา เพราะฉะนั้นนะ ผมถือว่าผมเป็น Pioneer สำหรับการทำห้องLabของโรงงานน้ำตาล ในประเทศไทย และแบบฟอร์มทุกแบบฟอร์ม ที่โรงงานน้ำตาลในประเทศใช้อยู่นี่นะ มาจากผม ผมแปลจากภาษาอังกฤษนี้เป็นภาษาไทย เพราะว่าอ้อย นี่นะ เวลามามันจะต้อง Test หมดเลย อ้อย ควรจะตัดยอดเท่าใหร่ ตัดยอดทิ่งตัดใบทิ่ง แล้วก็เอามาบีบ เอาความหวานนี่อะนะ เป็นน้ำตาลเท่าใหร่นะครับ แล้วก็ไม่เป็นน้ำตาลนี่นะครับ มันสามารถนำมาทำเป็นเหล้าเป็น แอลกอฮอลล์ได้ ผมเป็นคนทำ ทำเสร็จพับ ผมก็เบื่อ ผ่านไป3 ปีผมก็ลาออกพ่อถามผม ทำไมถึงลาออก ผมก็บอกว่าถ้าผมอยู่ต่อไป ผมก็โง่ โง่อย่างไรครับ ไอ้น้ำตาลอ้อย มันเป็น Seasoning ทำ 4 เดือน หยุดแปดเดือน แล้วทำอยู่ 4 เดือน เหมือนทำอยู่ 4 ปี เพราะว่า ผมทำงาน 24 ชั่วโมง ไม่ได้หยุดเลย นอนอยู่ในนั้นแหละ แล้วไอ้วิเคราะห์อ้อย ต้องวิเคราะห์กันทุกๆ หนึ่งชั่วโมง แล้วต้อง Sampling แล้วก็น้ำอ้อยออกมาต้อง Sampling หมด แล้วไอ้กากอ้อย ที่เหลือมาสุดท้ายแล้ว Moisture ต้องไม่เหลือแค่นี้ แสดงว่า 24 ชั่วโมงของการทำงานนี้อะนะ ผม แทบจะไม่ได้ออกไปไหนเลย ผมต้องนอนอยู่ที่นั้น ต้องมาทำอยู่อย่างนั้นทุกวันนะ ตอนหลังผมเบื่อ แล้ว ผมไม่ทำเลย วัน Sampling นะ พอรุ่งเช้าเดินเข้าไปเลย ได้น้ำตาลหนึ่งกระสอบ ผมก็เขียนเอาแค่นี้ตัน แล้วก็ถามว่าอ้อยเข้าไปเท่าไหร่ ผมก็เขียน แค่นี้ตัน เข้ามาได้น้ำตาลร้อยกระสอบก็ โอเค ถูกไม่ ทางหัวหน้าผมเขาก็รู้ ว่าผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะ เอาของเมื่อวานนี้มาเปรียบเทียบ ก็อย่างนั้นแกก็บอกว่า โอเค ออกไป ผู้ใหญ่บอกงานนี้ไม่เหมาะสำหรับเธอ ผมก็ออกไป แล้วพ่อก็ถามว่าอยากจะทำอะไร ผมบอกผมตั้งโรงกลึง เห็นไม่ครับ เดียวนี่คนเห็นแก่ตัวเยอะ สมัยก่อน ผมตั้งโรงกลึง ทำปั้มน้ำนี้นะ ตั่งแต่สองนิ้วไปจนถึง 24 นิ้ว ลดไปถึง สองนิ้ว สำหรับ ฉีดเหมือง เหมืองที่ราชบุรี กาญจนบุรี ตั้งเซ็งฮวด อะไรนี่นะ ซื้อจากผมทั้งนั้นแหละนะครับ คือผมไม่ได้เก่งคำนวล คือผมก็ใช้สามัญสำนึกว่าถ้าพัดเท่านี้รอบ ใบพัดกินน้ำเท่าใหร่นี้นะครับ ไอ้ 2 นิ้ว 24 นิ้ว เราก็บวก ลบ เกินๆบ้างก็ช่างมัน ขอให้ปั้มอย่าแตกก็แล้วกัน ถูกมั้ยครับ ผมก็ไปดูที่เวิ้งมันชื่อที่ญี่ปุ่นใช่มั้ย ผมก็เลยมาตั้ง ของมันคามูริ ผมก็เลยตั้งของ ผมคิมูล่า ทำปั้มน้ำ ในเวิ้งทั้งหมดนี้อะนะ ปั้มน้ำผมทั้งนั้น ก็เหมืองทุกเหมืองประเทศไทย นี่อะนะ ก็ถ้าเราสั่งนอกนี่นะแพงมาก แต่ว่าผมทำเอง เสร็จแล้วก็ทำคอนกรีตต่อทำเครื่องผสมคอนกรีต สมัยก่อนนี่นะครับ ก่อสร้าง ไม่ต้องใช้เครื่องโม่ปูน ใช้กระบะผสม แต่หลังจาก กทม. ก็ได้ออกกติกาขึ้นมา ถ้าหาว่าสร้างตึกเกินสองชั้นขึ้นไปต้องมีเครื่องผสมคอนกรีต ผมก็ไปซื้อมาเครื่องหนึ่ง Mixer Maxim ของอังกฤษ ติดเครื่อง Lister ผมก็ซื้อมาเครื่องหนึ่ง ผมถอดแบบหมดเลยนะครับ แล้วก็ผมก็ทำ Center Mixer มี Catalog เสร็จเรียบร้อย ทำมาครั้งแรกนี่นะครับ ไม่ได้ขายให้ตลาดหรอก เถ้าแก่เจริญแสง เจ้าของ United Machinery จะเข้าประมูล ก็ขอให้ผมทำ 10 ตัว ปรากฏว่า 10 ตัว ผมก็ทำอยู่ 6 เดือน แกก็เลยถูกปรับ แกก็เลยไม่เอาเลย ผมก็วางโชว์ไว้ที่บางไผ่ ตอนนั้นบางไผ่ เพชรเกษมยังเป็นคลองอยู่เลย ยังไม่ได้ถม เป็นถนนเพชรเกษมมาถึงทุกวันก็เลยโชคดี กทม.ประกาศ ใครสร้างตึกสองชั้นขึ้นไปต้องมีเครื่อง ผสมคอลกรีต ผม 10 ตัว ผมขายภายใน 2 วัน ผมขายหมดเลย ขายให้ใครเป็นคนแรกรู้มั้ยครับ ขายให้สุโขทัยคอนกรีต ก็ซื้อไปหมดเลย ผมก็เลยทำ ผมซื้อแท่นโรงงานแถวนั้นแล้วก็เอาแบบไปให้ทำ เอาคนนี้ไปทำชิ้นส่วนนี้ เสร็จแล้วผมก็เป็นคนประกอบ นะครับ Brand Name อยู่ที่ผม ตอนนั้นผมทำเดือนละเกือบ 200 ตัว Exportไป มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ นะครับ ขายทีนี้ก็มานั่งคิดกับตัวเอง เอ๋ ทำไมเราสร้างเครื่องจักรอย่างเดียวนะ ทำไม เราทำให้คนอื่นรวยมาเยอะเลย ทำไมเราไม่สร้างเป็นของตัวเราเอง ผมสร้างโรงเหล็กให้เพื่อนคนหนึ่งรวยไปแล้ว ผมก็เลยไม่ทำโรงกลึงมาสร้างโรงเหล็ก ทำวันละ 20 ตัน ถ้าผีไม่เข้าเครื่อไม่ตายไม่นะครับ ถ้ากระท่อนกระแท่น ก็ได้ 8 ตัน ซื้อเหล็กหนาพอ กว้างพอ แล้วก็นำมาเผา แล้วก็รีด ใช้คนอยู่คนละข้างกัน ก็รีด กูทิ่มไปให้มึง แล้วก็ให้มึงทิ่มกลับมา ค่อยๆให้มันเล็กลงไง มันก็ออกมาเป็นเหล็กเส้น คือเมื่อก่อนมันก็ไม่มีมาตรฐาน เราก็ Make Money แล้ววันนั้นเริ่มแล้ว เริ่มที่จะไปเมืองนอก ก็ไปซื้อเหล็ก เมืองนอกโรงเหล็กเขามีมาตรฐานบอก อะไรที่ Chemical Contentไม่ได้ Strengthไม่ได้ Carbonไม่ได้ เขา Reject ทั้งแผ่นเลยแล้วค่าแรงที่เค้าจะตัดเป็นเศษเหล้กหลอมใหม่เนี่ยเขาไม่คุ้ม เพราะฉะนั้น ตอนอายุ 20 กว่าก็บินออกนอกเลย ประเทศแรกที่ไปก็คือ America Detroit Chicago เพราะที่นั้นมีโรงเหล็ก โรงประกอบรถยนต์ เราก็ไปเอาเหล็กของเขามา เราจะรู้ว่าเหล็กพวกนี้คือคาร์บอนสูงมันจะกรอบ รีดแล้วมันแตกกับคาร์บอนต่ำมันก็นิ่ม เราก็รีดได้ไม่แตก การเลือกทำไง พอฝรั่งเผลอ เราก็เอาชะแลงตีปัง ถ้ามันสะท้านมือ แข็งอย่าเอา ถ้าตีแล้วบุบลงไปหน่อยอันนี้ใช้ได้กองนี้เราเอา เหล็กนิ่มมากเรารีดได้แต่ Strength ไม่ถึงตอนนั้นเรายังไม่มีมาตรฐานกลุ่ม TIS (Thai Industry Standard) ไม่มี เพราะฉะนั้นเราก็รีดนะบางทีเราแบกเหล็กมา 10 เมตร เราเอามาแค่ ห้า หก เมตร แล้วมันก็จะโค้งแล้วค่อยๆหย่อน แล้วมันก็ยืด เพราะคาร์บอนมันต่ำ ใน Detroit เขาทำเหล็กที่คาร์บอนมันต่ำมาเพื่อเขาจะทำ Car Body ขึ้นรูป เราดันเสือกไปซื้อมาทำเหล็กก่อสร้าง พอนั้นถ้าเราขายเหล็กให้เขาไปสร้างตึก แล้ววันไหนตึกถล่ม ผมนอนไม่หลับมัน เป็นเหล็กจากเราป่าวเนี่ยะ เพราะว่ามีโทษถึงอาญา ถ้ามีคนตายก็ติดคุกหัวโตเลยนะ เอ้ยมันเหล็กกูหรือป่าววะ เสร็จแล้วก็มีมาตรฐานใช้ แล้วเราก็มีสภาอุตสาหกรรม พูดถึงสภาอุตสาหกรรม ผมเองก็ถือเป็น ผู้ก่อตั้งก็ว่าได้ เพราะว่าผมใกล้ชิดกับน้าชาติผู้ร่วมก็ตั้ง แล้วตั้งสภาอุตสาหกรรม ตอนนั้นสภาอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติ พอตั้งเสร็จเรียบร้อยนะครับ น้าชาติบอกว่า เอ้ยเอ็งเข้าไปเป็นกรรมการดิ ผมบอกไม่เป็น เพราะอะไร เพราะที่เป็นอยู่ในนั้น ปูนซีเมนท์ไทยเอย เขามีอะไร เขามีเตาหลอมนี่ เขาก็ Against เรา ผมบอกผมไม่เป็น แต่ความที่ผมดันทุรังนี่นะ เขาออกกฎหมายมาตรฐานใช้ ผมก็ไปคุยกับป่าเปรม ตอนนั้นท่านเป็นนายก ผมขอว่าอย่าพึ่งใช้มาตรฐาน ขออีกสองปี ท่านก็โอเคผ่านท่านพันเอกเลขาท่าน ท่านก็โอเค ยื่นหนังสือนายกเปรมก็โอเค นะครับ แล้วก็ต่อมาเรื่อยก็รวยมา ก็ตอนนี้เรือก็ไปถึงฝั่งแล้ว เราก็มาดูนะครับ เพราะฉะนั้นเวลาคุณทำงานนี้นะครับ เดี่ยวจะเล่าให้ฟังนะครับว่าไอ้ Tariff ของกรมศุลกากรเมื่อก่อนอัปลักษณ์มากๆ เหล็กแผ่น นะครับเสียภาษี 10 % ถ้าหากว่าไปซื้อเหล็กที่เขา Reject ออกมานี่นะครับ มันก็เป็นเหล็กแผ่นเหมือนกัน แต่มัน Reject เพราะQuality เหล็กแผ่นมันไม่ได้ เราไปซื้อมา แต่ Physical แล้วมันก็เหมือนเหล็กแผ่น มันก็ Charge เรา 30 % ถูกมั้ย เพราะฉะนั้นเราต้องไปคิดว่าจะทำอย่างไงวะ จะทำให้เขา Charge เราแค่ 10% หรือแค่ 1% เพราะว่า ถ้าเป็นเศษเหล็กเหลือแค่ 1% เลย เพราะว่าเตาหลอมเขาสั่งเศษเหล็กเข้านี่ เพราะปูนซีเมนต์ไทยเขาใหญ่มาก สมัยนู้นนะครับซื้อเศษเหล็กเข้ามาเสียภาษี 1 % เราก็มาดูนี่ครับ เราก็มาดูนิยามภาษาอังกฤษตอนนั้นก็ใช้ได้แล้วนี้หว่า ผมบอกว่า เอ้ยบอกกับผู้ขายที่อเมริกา เอ้ยเปลี่ยนที่ Invoiceให้หน่อย เป็นRejected copper rate : Suitable only for re-rolling สำหรับรีดซ้ำ เหล็กเส้นมึงทำ Invoice มา ผมเสีย 1% เราก็สั่งเข้ามาได้ 1% โดยไม่ต้องเสีย 30% ก็โอเครอดมาได้ ที่นี้อีกพิกัดนึงที่ตลกกว่ามันอีกคือ Billet นี้นะครับ เสีย 30% Square Bar เสีย 10 % Billet นี่คือกลุ่มที่มีเตาหลอมเศษเหล็กแล้วก็ Cast ออกมาเป็นสี่เหลี่ยมแล้วก็รีดออกมาเป็นเหล็กเส้น ผมดูรูปพรรณ สัณฐานมันแล้วมันก็เหมือนรูปทรงสี่เหลี่ยมละว่ะ เพียงแต่ว่ามันเป็นถ้า Cast ออกมาแล้วหน้าตัดมันมนแต่ถ้ารีดออกมาแล้วหน้าตักเป็นฉากเขาเรียก “เหล็กสี่เหลี่ยม” เราก็โอเค ถ้าอย่างนี้ไม่เป็นไรนี่หว่า เราก็ให้มันทำ Invoices มานะครับ เป็น Rolling billet not casting billet โอเคมั้ย ก็โตมาได้ทุกวันนี้เกียวกับเรื่องพวกนี้นี่แหละ เสร็จแล้วก็รวยนะครับ จาก 20 ตัน ก็กลายเป็น 100 ตัน 200 ตัน จากนั้นก็เกิดภาวะเงินไทยครั้งแรกป๋าเปรมลดค่าเงินบาท 18บาทต่อดอลล่าร์ เป็น 22 บาท นั้นก็เจ๊งรอบนั้นไปอีกรอบหนึ่ง แต่วันนั้นไม่มี IMF หรือ World Bank มากำกับ ผมเป็นลูกค้าแบงค์ผู้จัดการก็เรียกผมเข้าไปเที่ยวนี้เจ๊งหลายตังค์ แอลซีก็เปิดไว้หมดแล้ว ท่านก็บอกว่าต้องการ Credit Line อีกเท่าไหรถึงจะสู้ได้ ผมบอกต้องการ X Millions ท่านบอกว่าได้ ก็ฟื้นกลับมาอีกรอบหนึ่ง จาก 18 เป็น 22 พอผ่านไปไม่อีกกี่ปีแล้วก็เจออีกรอบนึ่ง 22 เป็น 26 ตอนนั้นผมใช้เงิน Swiss Dollars โอ้ที่นี้ก็จ่ายเละเทะเลย วันนั้นที่ประกาศนะครับลดค่าเงินบาท ผมอยู่ชลบุรีกำลังไปหาอาจารย์นั้ม กำลังจะไปดูดวงอยู่กับเพื่อน เพื่อนมันแนะนำ อาจารย์นั้มแป๊บเดียว ทุ่มสองทุ่มประกาศ ผมก็จะกลับกรุงเทพ ไอ้เพื่อนผม มันบอกว่ามึงจะกลับไปทำหอกอะไร วันเสาร์พรุ่งนี้ วันศุกร์มึงกลับไปมึงก็ทำห่าอะไรไม่ได้มึงไปเทียวพัทยาดีกว่า นะครับ เราก็ไปเที่ยว Little Duck ไอ้นี้ก็ตามนะครับ เสร็จแล้วนายแบงค์ก็เรียกผมกลับมาเลย เขาก็บอกว่า นี่คุณสวัสดิ์รีบกลับมาเลย เอาหัวจดหมายมาด้วย คำสั่งของท่านนายกเปรม Very Very Fair ก็คือว่า ประกาศลดค่าเงินบาทปุ๊บนะครับ ทุกคน ทุกแบงค์นี้นะครับ ที่ถือเงินตราต่างประเทศ จะต้องคืนแบงค์ชาติหมด เอากำไรไม่ได้ Outstandingนี้นะหยุดเลย วันจันทร์ต้องส่งแบงค์ชาติคืนหมด ไม่ว่าจะเป็นสกุล Deutsch Mark หรือว่า Dollars ก็ต้องคืนแบงค์ชาติ ทีนี้เขาก็รู้อยู่แล้วว่าเงินที่ผมถืออยู่ก็คือแบงค์ชาติ ผมถือแบงค์ชาติอยู่ เขาก็เรียกลูกค้าทีที่บาดเจ็บทำ Hedging backward หมด ย้อนหลังกลับไป LC ที่ทำ PR แล้วมึงกำลังจะจ่ายมึงเจ๊งแน่ ก็ทำย้อนหลังไป ก็ปรากฎว่าทำเสร็จเรียบร้อยนะครับ วันจันทร์เช้านะครับ ก็เรียกกลับมาอีก เอ็งกลับมาๆ เขาขอคืนหมด เพราะอะไร ไอ้แบงค์นะครับ ดันเสือกมีลูกเป็นไฟแน้นซ์ ไอ้ไฟแนนซ์ก็ดันเสือกไปกู้ดอลล่าร์ต่างประเทศมาจมเลย แล้ววันอาทิตย์มันก็ตามหาตัวมันไม่เจอ มันก็ต้องเอาจากเราไปช่วยลูกๆมันก่อนใช่ป่าว ไม่นั้นก็ตายดิ เราก็คืนหมดเลย ที่นี่เจ๊งจริงๆเลยนะ แต่ว่าท่านก็ดีมาก ต้องการอีกเท่าไหร่ไม่ต้องมี Audit ไม่ต้องมี Due Diligence มาบ้าบอคอแตกเลยครับ เรียกมาเลยว่าต้องการอีกเท่าไหร่ ผมบอกต้องการ X Millions ท่านบอก “โอเคเอาไป” เราก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วนะ ที่นี้เราก็คิดหนักแล้ว How to survive? ผมจะอยู่รอดอย่างไร ทีนี้เลยไปหาเพื่อนที่นิวยอร์กที่ผมซื้อเศษเหล็กจากมัน ไอ้นี้นะมันเป็นเจ้าพ่อ กับ Mark Rich ใครรู้จัก Mark Rich ไม่ครับ ตอนที่ Clinton ก่อนจะหมดสมัยเป็นประธานาธิบดี เขา Donate ไปหลายร้อยล้านเหรียญแล้วเขาได้รับอภัยโทษจากอำนาจประธานาธิบดีให้กลับประเทศได้ ไอ้คนนี้เขาเป็นกรรมการผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัท Philippe Brother ใต้ร่มของ Solomon Brother เขากับผมสนิทกันมาก ผมก็เลยบอกกับมันว่าเอยทีนี้กูเจ๋งแน่เลย เขาก็บอกว่า “What can I do?” ผมก็บอกว่าเปิดแอลซีให้ผม 5 หมื่นตัน ได้มั้ย ผมจะส่งเหล็กเส้นออกนอก แต่ว่าแอลซี 5 หมื่นตัน เปิดมาเป็นมาเป็นอย่างละหมื่นตันๆนะ เขาก็ถามว่า “คุณจะเอาไปทำอะไร” ผมก็บอกว่าผมจะเอาไป “Packing” เมื่อก่อนแบงค์ชาติ เขาสนับสนุนการส่งออกไง ได้ 75% ต่ำกว่าเอาโฉนดไปกู้แบงค์ ผมก็เอาแอลซีไป Packing ทีนี้ เดิมพันด้วยชีวิตเลย Pack,Pack,Pack แล้วก็เอา 75% นั้นเปิดแอลซีสั่งของ เพราะวันนั้นนะไม่มีคู่แข่งของผมคนไหนมีแอลซีวงเงินเพราะว่าหลังจาก 26 บาทแล้วทุกคนก็ตายเหมือนกัน ผมก็ได้เอาแอลซีไป มา Pack,Pack,Pack เปิดตามธนาคารจากนี้ไปนั้นนะ สมมุติล้านบาทได้มาเจ็ดแสนห้า ผมก็เอาเจ็ดแสนห้าไปอีกแบงค์หนึ่งวางมัดจำอีก 25% เพราะฉะนั้นเที่ยวนี้ผมซื้อเหล็กเนี่ยะนะ เหล็ก Copper Plate นะ แล้ว Plate ผมไปจ้างรัสเซียทำ เอาชีวิตของผมเป็นเดิมพันเลย เพราะว่าเหล็กรัสเซีย กะว่าไปอยู่ลี้เจียงแน่ๆเลยเที่ยวนี้ เพราะว่าที่นี่สวยนี่ถูกมั้ย กะว่าครั้งนี้เที่ยวสุดท้ายของชีวิตนะครับ แล้วก็ผมก็ส่งเหล็กออกเหมือนกันนะ ส่งเหล็กเส้นออกส่งไปที่อเมริกาส่งไปนิดหน่อยเพื่อให้มีRecord ส่งไปอเมริกาปรากฎว่าเราเครื่องจักรเฮงซวยนี่ เหล็กของผมฝรั่งมันพูดอย่างไงรู้มั้ย If he could fly มันมีปีกมันก็บินได้ มันลงน้ำ มันก็ว่ายได้เพราะมึงมีครีบมีปีกเต็มไปหมดเลย ผมส่งไป อเมริกาก็ถูกมัน Claim นะครับ แล้ววันดีคืนดีนะครับกงศุลอเมริกากับทูตเขามาหาผม เขามาหาผมเลยนะ เขาสุภ่พมากเลย เขาบอกว่า เขาเอาหนังสือจากรัฐบาลมาขอ Investigate ผมหน่อย เขาสงสัย เขาสงสัยว่าประเทศไทยไม่เคยส่งเหล็กเส้นส่งออกเลยนี้นะครับมันเป็นไปได้อย่างไง ผมส่งเหล็กเส้นออก มันมานะครับ มันกลัวอะไรรู้ไม่ มันคิดว่าผมเอาเหล็กจาก แอฟริกาใต้แล้วไปส่งอเมริกาเพราะตอนนั้นมัน Boycott แอฟริกาใต้ ถูกมั้ย พอมันมาถึงปับนี้นะ ผมก็บอกว่า โถ่เอ้ย ผมคิดว่า ผมด่ามันนะ กูคิดว่ามึงฉลาด แต่มึงโง่ฉิบหายเลย เอาอย่างนี้ดีกว่ามึงเอาแผนที่โลกมา ผมก็ให้เด็กไปซื้อแผนที่โลกมา ให้มันดูแล้วบอกว่า แอฟริกาอยู่นี้ ไทยอยู่นี้ อเมริกาอยู่นี้ มาให้กูส่งฟรีๆนี้นะ กูส่งไปอเมริกากูยังเจ๊งเลยเว้ย แล้วมันนึกได้ มันบอก เออก็จริงวะ แล้วมึงมาทำไมวะ มึงก็เอาแผนที่โลกมาแค่นั้นเองอะ เสร็จแล้วมันก็ให้ผมเซ็นว่า มันมา Investigate แล้วนะ ไม่ได้ข่มขู่ เสร็จแล้วก็รอดตัวไป มันไม่มีทางรู้เลย ผมก็บอกว่า ผมซื้อ Old Detroit ไปซื้อถึงรัสเซีย เวลาผมไปรัสเซียสมัยคอมมิวนิสต์ผมไปอย่างไงรู้มั้ย ผมต้องลักลอบออกจากเยอรมันนี้ครับ เพื่อนพาออกไป แล้วก็ไป Stamp ขาเข้าที่รัสเซียนี้นะครับ Stamp นอก Passport เอาพาสเตอร์ปิดไว้ เวลาออกมันก็ฉีกออก ไม่นั้นติดคุก เพราะฉะนั้นผมไป Moscow นี้นะ ไปไซบีเรียอุณภูมิติดลบ 20 เพื่อไปซื้อเหล็กนี้นะครับ โอ้สู้ชีวิตเลยนี่นะครับแล้วก็เที่ยวนี้มาเยอะเลย มาถึงแล้วนี้นะผมก็เปิด LC at sight นะครับเพราะว่าอะไร เพราะว่าแบงค์ไม่เชื่อผมนี่ ที่จะให้ผมไป LC นี่นะ Credit Term 180 วัน คือเราฝาก 25% เปิดร้อยนึง แต่ว่ามาถึงจ่ายเงินสดก่อนทำ PR ออก ก็ทำยังไง เหล็กก็ไม่ขึ้น เงินสดก็ไม่มี จะทำยังไง ก็บังเอิญนะครับ เรากับAgentเรือกับผมเราสนิทกัน ผมบอกเอาอย่างนี้ได้มั้ย เดียวผมไปเช่าเรือ Lighter มาลง แล้วก็ Discharge Oversize มาลงเรือ แล้วก็มึงออกไปเลย แล้วก็กรมศุลกากรมาเฝ้าเอาผ้าคลุมเรียบร้อยเลย แล้วก็ตีตราประทับตราว่า ห้ามเปิดจนกว่าจะเสียภาษี ก็ปรากฎว่านะครับ ไอ้เรือกะแชในประเทศไทยนี้นะครับ ผมเช่าไว้เกือบหมดเลย หลายๆร้อยลำเลย ลำละ 500 ตัน 100 ตัน จอดเต็มไปหมดเลยนี่นะครับ แล้วบางลำนี้นะ จอดจนกระทั่ง มันรั่ว มันก็จะต้องเอาเรืออีกสองลำนี่นะประคองลำที่รั่ว ผมต้องจ่ายวันละแสนบาท เพราะเขาเอาตันละบาท คิดดูสมัยก่อนมีค่าเท่าไร ผมก็คุยกับน้องชาย สมัยก่อนนี้นะ ผมกับน้องชายผมเป็นนัมเบอร์วันขององค์กรผม ผมบอกว่า เฮ้ยพระอาทิตมันขึ้นด้านตะวันออกเสมอไป ส่วนวันนั้นนะครับ เหล็กเส้นจากที่ 7,000 บาท เชื่อไม่ครับ อีกเดือนนึง มันขึ้นมาเท่าไหร่รู้ไม่ครับ 13,000-14,000 เพราะฉะนั้นไอ้วัตถุดิบของผมนี้นะ ที่กองอยู่แสนตันนี้นะ ที่อยู่ในเรือ เวลาคนมาซื้อนี้นะ ผมบอกผมไม่ขายเหล็กเส้นแล้วผมขาย Raw Material มึงไปเลือกเอาเลยลำไหนมึงจ่ายตังค์ให้กูแล้วมึงเอาไป ทีนี้รวยแล้วดิ รวยแล้ว ผมก็ถามน้องชายผมกับลูกน้องผมทั้งหมด จะเลิกมั้ย มันจบแล้ว เราใช้หนี้เขาหมดแล้ว ก็มีเงินอยู่หลายร้อยล้าน นี่ยี่สิบเศษๆปีเองนะไอ้น้องชายผมก็บอกว่า เขาอยากจะทำต่อ แต่ตอนนี้ Go Hi-tech แล้วผมก็เลิกแล้วตั้งใจว่าจะไปซื้อที่ ถ้า Go Hi-tech แล้วโรงงานอยู่ที่ไหน ไปอยู่สมุทรปราการเหรอ ผมก็บอกว่า No! ถึงมันจะติดแม่น้ำก็ติดไปเหอะตอนนั้น นายกเปรมก็ลง Promote ไว้แล้ว ที่ Eastern Seaboard ผมก็บอกเราจะไป Eastern Seaboard ผมก็ไปซื้อที่นั้น ไปถึงที่นั้นตั้งใจจะซื้อ 500 ไร่ ทำ NTS พอคิดเสร็จเรียบร้อยแล้วมันไม่คุ้มนะครับ ผมต้องเอา Infrastructure ทั้งไฟฟ้าแรงสูง ทั้งอุปกรณ์โทรศัพท์เข้าไป ทั้งน้ำเนี๊ยะนะเจ๊ง ผมก็เลยตั้งบริษัทอีกบริษัทหนึ่งก็คือ เหมราชพัฒนาที่ดิน ค่อยๆซื้อไป ซื้อๆ ซื้อจนกระทั้งจะครบแล้วนี่นะครับ ครบโอน โอนที่นะครับ ทนายก็ถามผม “คุณสวัสดิ์ มันถึงเวลาจะโอนแล้วนะ เพราะว่าวางมัดจำไว้ที่นี่ 5 ล้าน 10 ล้าน 5,000 ไร่ต้องโอนแล้วนะใช่มั้ย ชื่อยังไม่ตั้งเลย ผมก็เลยตั้งชื่อไม่ออกเลย เพราะว่าวางมัดจำไว้เยอะแยะนี่นะ ก็มันก็เดินออกไปบอกพี่มีเวลา 2 วันนะต้องจดทะเบียนนะ ผมก็ยิ้ม ผมก็อารมณ์ดี รวยนี่ก็อารมณ์ดีใช่มั้ย ก็ฟังเพลงพอเพลงนี้ขึ้น ผมก็เลยเรียกมันมากูได้ชื่อแล้ว มันบอกชื่ออะไร ผมบอกชื่อ เหมราชพัฒนาที่ดิน เพราะว่าผมกำลังฟังเพลงคุณเพ็ญศิริ “หงษ์เหมราชเอย” ผมเรียกมันมาเลย เอาชื่อเพลงนี้ เหมราชพัฒนาที่ดิน
 
© 2008-2009 Liferevo Foundation. All right reserved.


Powered by RJ   |   Privacy   |   Term of Use   |   Contact