คุณ สมศักดิ์ ชลาชล
ประธานกรรมการ บริษัท ชลาชล จำกัด ผู้เปิดมิติใหม่แห่งวงการเสริมสวยโดยนำธุรกิจเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ให้สูงขึ้นด้วยการสร้างแบรนด์เพื่อการรองรับกลุ่มลูกค้าที่แตกต่าง ผู้นำความถนัด ในวิชาชีพมาผสมกับการบริหารธุรกิจและนำธุรกิจในเครือชลาชลขึ้นสู่แนวหน้าของ วงการเสริมสวยได้อย่างงดงาม โดยสร้าง 5 แบรนด์ดัง คือ Chalachol Salon, Salon du Guru, Salon de BKK, Q-Cut และ Sak By Chalachol

 

       สวัสดีทุกท่านนะครับ วันนี้ก็มา shareว่าเป็นมาอย่างไร อยากจะเรียนให้ทราบว่า สิ่งที่ได้มา เริ่มมาจากช่างทำผมตัวน้อย สูงแค่ 163 ซึ่งเป็นลูกจ้างเขามา ซึ่งพี่แมวได้ดูแลผมมาตลอด แล้วก็เริ่มเปิดร้าน อย่างน้อยที่มาพูดให้ฟังอยากที่จะให้เราได้เห็นว่า อาชีพอะไรก็แล้วแต่ที่เราต้องทำนั้น อย่าไปตาม Trend ตอนนี้เขาเรียกว่า ที่เรียกว่ามันเคลือบพวกเราอยู่ เราต้องเลือกในสิ่งนั้นๆ นะครับ เรามาดูกันเลยว่าทุกอย่างมันไม่ได้ง่าย อย่างที่เราเห็นกัน แล้วมันก็ไม่ใช่ภาพลวงตา มันเป็นภาพมันที่เกิดจากสิ่งที่เราทำ วันนี้จะมาบอกทุกท่านว่า ก็มีนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอยู่ในนี้เยอะ แต่ว่าอันนี้อาจจะเป็นมุมนึง ของอาชีพขนาดเล็กๆ อันนี้ต้องเรียนให้ทราบก่อนว่า อาชีพชั่งทำผมนี้อะ ในสมัยก่อนจะถูกดูถูกนะครับ มากว่า โอ้โฮมายึดอาชีพอย่างนี้ได้อย่างไง ตัวเองนี้ในอดีตไม่ได้รักอาชีพนี้เลย ด้วยความที่ว่าเรามาเห็นที่บ้านทำกงสี ที่บ้านก็อยากให้ทำธุรกิจ แต่ขณะเดียวกัน บังเอิญมันมีการผิดทางเพศขึ้นมานะครับ ที่บ้านไม่เป็นนะครับ ที่บ้านครอบครัวดีมาก มีระเบียบ ไม่ได้มีสองเพศคือมันมีความรู้สึกที่ชอบงาน ประดิษฐ์ประดอยเฉยๆ ต่อสู้กัดฟันสูงมาก ผมต้องเล่าให้ฟังก่อนว่า มันไม่ไช่ว่า แค่จะอยากทำแล้วได้ ปัญหามันเกิดขึ้นเยอะมากมาก ลูกคนจีนสมัยก่อนนี้อะครับ เขาไม่อยากให้ลูกทำธุรกิจ อยากให้ลูกมีอาชีพรับจ้างชาวบ้านเขานะครับ แล้วก็ทะเลาะกับแม่ ด้วยการเราชอบ แต่แม่ไม่ชอบ แล้วโดนคลุมถุงชนให้แต่งงานอีก โอโฮ้มันมาก แม่นี้อะตัดลูกตัดแม่กันเลย ไม่เอาแล้ว อายที่บ้าน อายครอบครัว แม่ก็ให้บ้านมาหลังนึ่ง ให้รถถมาคันนึง ตรงที่รัชดานิเวศ ขายเลย ขายเสร็จไปเรียนทำผมซิ ชอบในสิ่งที่ตัวเองชอบ ไปบอกแฟนดิ บอกคุณถ้าสามีคุณนอนกับผู้ชาย คุณทนได้ แต่ผมบอกอย่าทันเลย อย่าทน ไม่ต้องทนสิไม่ต้องทนได้ เพราะฉะนั้นเราเลือกแล้วที่จะทำอันนี้ เรามันใจ เราอยากทำ ก็ทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ เขาก็มีครอบครัว เขาก็มีความสุขไป หลังจากนั้นเราก็เดินเส้นทางของเรา ตอนนั้นมีความสุขมาก หลังจากClear ทางครอบครัวเรียบร้อยแล้ว คุณแม่ก็ ก็ผมตอนสุดท้ายก็มาได้รางวัลมาเยอะแยะมากมายจากสมเด็จพระนางเจ้า ผมกับแม่ก็เริ่มเข้าหากัน เพราะแม่ชอบสวย แม่ทีมีลูกแบบนี้ ต้องถามตัวเองนะทำไมเลี้ยงให้เป็นแบบนี้ได้ ก็แม่ชอบสวย สุดท้ายก็ทำงานอย่างมีความสุข ต้องเรียนให้ทราบว่าจุดเริ่มต้นนี้อะครับ นักธุรกิจหรือน้องๆที่มาทางนี้ หรือเริ่มอยากทำธุรกิจเป็นของตัวเองนี่อะ พี่ต้องบอกเลยว่า ต้องมาจากความรัก ต้องรัก ต้อง inside out รักที่จะเป็น อยากทำอะไรทำเลย งานทุกงานนี่อะนะ มีคุณค่าหมด ไม่จำเป็นคือไม่จำเป็นต้องว่า เราต้องเป็นอย่างนู้น เราต้องเป็นอย่างนี้ ไม่ไช่ว่าเราไม่มีความรู้เลย อยากจะเรียน MBA เพราะมันเท่ห์ดี แล้วออกมาจะได้อะไร ต้องเรียน ตรงๆเลยนะคะ เออที่ญี่ปุ่น นี่อะ มหาลัย คนจะค้าขายเก่งที่สุดในโลก ก็เอาจำนวนประชากร หารดู อย่าพูดด้วยจีนเพราะประเทศจีนจำนวนประชากรเยอะ เราก็ดูว่าเขาค้าขายเก่ง มหาลัยในญี่ปุ๋นนี่อะ น้อยมากที่จะสอน MBA เพราะเขาสอนให้มีการใช้จิตวิญญาณ คนญี่ปุ่นทำงานได้ได้มาก Detail รายละเอียด ไม่ว่าจะเป็น Package เข้าลงลึกมาก แต่มหาลัยที่เยอะที่สุดสอน MBA คือ อเมริกา นั้นไงฟังแล้วไง แล้วประเทศที่สองคือ ไทย แล้วสอบเสร็จ อีโก้เลย จบ MBA มา ไหนลองมาบริหารธุรกิจบริษัทดูดิ เคยมีนะครับ เราอะไม่ได้มีการศึกษาเท่าไหร่ จากเมื่อปี 40 โหยหากับมันมาก ตอนนี้กำลังทำวิจัย เรียกเด็กเข้ามาวางแผนโครงการ โอว่างแผนโครงการเปิดหนังสือทั้งนั้น เขาบอกว่าน้อง เชิญได้เลย นี่คือสิ่งนึงซึ่ง น้องยังไม่ทราบตัวเองเลยว่าอยากทำอะไร แล้วสิ่งสำคัญอีกอย่างนึงอยากเรียนให้ทราบก็คือว่า Tacit Knowledge คือความรู้ฝังลึกที่อยู่ในตัวเรา มันฝังมาจากครอบครัว แล้วหนูชอบปฎิเสษครอบครัว หนูชอบพลัก ไม่เอาจะเอา แทรน จะเอาแบบนั้นๆๆ บางคนเกิดจากวงค์ตระกูลที่เราทำซ้ำบ่อยๆ แต่ก็ไม่เอา เพราะครอบครัวฉัน ยกตัวอย่าง อย่างเช่นที่บ้านขายกล่องกระดาษ ไม่เอาฉันจะเป็นนักไอทีอะไรอย่างนี้ นักคอมพิวเตอร์อย่างนี่อะ ซึ่งตัวเองจริงๆมีความเป็นนักธุรกิจอยู่แล้วจากครอบครัว แต่ไม่เอามาพัฒนาซ้ำ ที่นี้ก็มากองอยู่เป็นขยะ เต็มไปหมดเลยอยู่ในสังคม พอกองเสร็จหาตัวเองกันไม่เจอเลย ตอนนี้ โลกมันเป็นอย่างนี้แล้ว โดยเฉพาะประเทศไทยเป็นอย่างนี้ นะวิงวอนเลยว่า เป็นห่วงมาก เพราะว่าอยากให้เรานั้นเริมจาก ส่วนนี้ก่อน มันเริ่มธุรกิจมันต้องเกิดจากความรักก่อนนะครับ ตัวพี่เองพี่ก็รัก แล้วก็ฝ่าฝัน เห็นไม่ ฝ่าฟันแม้กระทั้งครอบครัว ฝ่าฟันแม้กระทั่งคุณแม่ แต่ฝ่าฟันแล้วเราต้องนึกให้ดีมีแกนให้ดี ตอนหลังแล้วครอบครัวเราอยู่กันอย่างมีความสุข คุณแม่ก็ไปจับมือเรา คุณพ่อก็ไปจับมือเรา รักกันมากนะครับ ที่นี่ผมก็ค้นพบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทำไปด้วยใจด้วย

       สโลแกนของผมมี 3 ข้อจะใช้มาตลอด คือจริงใจ จริงจัง แล้วเจนจัด จะใช้มาตลอด และเชื่อว่าทำได้ทุกคน ทำได้ทุกอาชีพ ใช้ได้เพราะหนึ่งคุณจะทำอาชีพอะไร คุณต้องจริงใจ ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยลืมตัวเองเลยนะ ไม่ว่าจะมีใครมาบอกว่า เป็นไฮโซ เป็นCelebrity จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ผมบอกผมเป็นช่างตัดผม แล้วผมได้โอกาสจากการเป็นช่างทำผมของผม เราถูกอุปโลกว่าเป็นนู้นเป็นนี่ นั้นก็คือเรื่องของพวกคุณ แต่ตัวผมเองแน่นอน จริงใจ แล้วก็จริงจัง ต้องทำซ้ำ จริงใจกับเขา แต่ไม่จริงจัง เราจะรักใครซักคนเราต้องส่งดอกไม้ งานผีมือนะครับ ขาดไม่ได้เลย งานฝีมือต้องเจนจัด ต้องพัฒนา ต้องฝึกฝีมืออยู่เรื่อยๆสิ่งนี้ที่เราพัฒนา ทำให้เรามีความชำนาญมากขึ้นนะครับ ที่นี้เมื่อเราชอบเรารักแล้ว เราต้องมีเป้าหมาย หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า Inspiration Idol พูดได้ พูดตามหนังสือได้ แต่พอเราทำจริงๆแล้ว เราทำได้หรือป่าว เรามี Destinationที่จะไป สังเกตมั้ยครับเวลาเรานั้งรถเมย์ เรามีเป้าหมายที่จะไป แต่ถ้าเราไม่มี มันก็ไม่รู้มันก็ไปเรื่อยๆเฉื่อยๆมันก็ไปไม่ถึงซักที สมัยก่อน ตัวเองนี้นะ ช่างแถวหน้าสมัยก่อนทุกคนก็น่าจะจำได้ดี พี่ปาน บุญนาค ตอนนั้นดังมากเป็นช่างตัดผมที่ โอ้โห ไฮโซมาก มีผัวหล่อทุกคนเลยนะครับ ก็อยากเป็นอย่างนั้น อยากเป็นอยากเหมื่อน คิดอยู่ในใจว่า เราจะทำไงเป็นพี่ ปา มันต้องทำดิ มันต้องทำไปเรื่อยๆ ถูกไม่ครับ แล้วก็มีโอกาศ อยู่กับเจ้าก่อแก้ว เจ้าก่อแก้วก็รักเหมือนลูกมาก เจ้าก่อแก้วพาไปไหน ผมก็ไป จนผมดังเท่าๆพี่ปาน Check Rating ตลอด แต่ไม่ได้ ไปดูถูก ไม่ได้ข้ามรุ่น เมื่อก่อน วันนึงถ้าเจ้าป้าบอกว่าเอยมึงดังกว่าเขาแล้วแหละ ปานั้นเขาแค่ดังเพราะว่าเป็นนามสกุลบุญนาค แต่มึงมีคนรู้จักเยอะแยะไปหมด เจ้าป้าก็แซวเอา เราก็ค่อยๆเช็ค ตอนนั้นหลังจากมาถึง Regional แล้ว ไอดอลของสมสักชลาชลก็คือ Elton John เห็นไม่ เราต้องปรับ ไอดอลของเราไปเรื่อยๆ ไช่ไม ไม่ใช่ยึดอยู่กับพี่ปานไปเรื่อยๆ ไม่งั้นป่านนี้ตายตามพี่ปานไปแล้วซิใช่มั้ย เราก็ต้องหาเพราะงานของเรามันต้องขึ้นไปเรื่อยๆ ทีนี้เสร็จแล้วเราก็ต้องทำ สมัยก่อนผมตัดผมวันละ 60 หัว พี่แมวผมดีใจมากเลย พี่แมวนี้จะเป็นเขาเรียกว่าเป็น พี่แมวเป็นลูกค้า พี่แมวจะถามผมอยู่ครั่งนึง ตอนนั้นน้องนิค ลูกชายของเขา เรียนอยู่เมืองนอก พี่แมวมาถึงนี้ สมศักดิ์ มีอะไรอะร้านเธออะ ลูกชายลงจากเครื่องบินมาถึงพับ ตรงมาร้านเธอทันที ผมยังจำคำถามนี้อยู่ เลย เอาอะไรให้กิน นะถึงต้องมาหาน้าสมศักดิ์ทันที ก็คือด้วยความที่ว่า เราทำๆ มันไม่ไช่แค่ตัดผมอย่างเดียว เพราะว่าผมไม่ไช่ช่างตัดผม ผมจะบอกกับลูกน้องเสมอว่า อย่าคิดแค่ว่าคุณเป็นช่างตัดผม ถ้าคุณเป็นแค่รับจ้างตัดผมคุณก็เหมือนช่างที่รับตัดผ้าตามสี่แยก ที่คอยซ่อมผ้าให้เขา มีจักรตัวนึง ซ่อมๆไป ไม่ไช่ Creative คุณทำได้ก็แค่ คุณไดร์ผม แล้วพังหมดเป็นลังคุณก็เจ๋งไป แต่ถ้าคุณมองเห็นได้ว่า คุณกำลังเป็นเหมือน Consult ให้กับลูกค้า คุณกำลังเหมือนกับ ให้ความรัก ความสุข ให้ความรู้สึกที่ดีแก่ลูกค้า ทำไมเด็กที่กลับมาจากเมืองนอก มาตัดกันเยอะแยะ ทำไมมันไม่มันอยู่ที่ อังกฤษ อยู่ที่ อเมริกา มันไม่ตัด เพราะว่าอะไร อยู่ที่นู้นนะ แพงก็แพงหนึ่ง แล้วมันไม่สนใจอะไรด้วย มาถึงมันก็ ตัดๆๆ แต่มาอยู่ที่นี้ เอาใจกัน คนไทยService ดีที่สุดในโลก ตัดผมดีที่สุดในโลก ลูกค้าทุกท่านให้เกียจบบาง ไอ้นี้นะครับ เป็นสิ่งที่ผมต้องบอกทาน จะเห็นเป็นสิ่งที่ลูกค้ามอง สมัยก่อน เวลาถามไปใหน โอ้ยคันหัวไปตัดผม คือเราไม่ได้ให้เกียจช่างทำผมเลย แต่ ลูกค้าตอบได้ นัดช่างไว้ บ่าย 3 จะต้องไปตัดผม เขาก็ต้อง เมคอะพร้อยเมนกัน แต่เดียวนี้ ปรับไปแล้วนะครับ ปรับไปแล้ว ก็คือให้เกียจมากขึ้น แล้วก็วิธีการเหล่านี้ เวลาเราเข้าไปเนียะ เราจะไปดึง อารมณ์ของช่างเรา ให้เขามีความสุขในการทำกับผมเรา ไช้ไม่ครับ และเช่นเดียวกัน สินค้าผม ผมค่อยๆปรับจากการดูในหนังสือ ผมจึงรู้ว่า สินค้าของเรา มันเป็น Emotional Product นี่อะ สิ่งที่จะไป Drive ให้มัน โปรดักเราอยู่ได้นี่นะ มันไม่ใช่เครื่องจักร มันคือ Training มันจะเกิดประเด็นอย่างนี้ สมัยก่อน เริ่มตั้งร้านมาใหม่ๆ มีลูกน้องผมแค่ 4 คนตอนนี้ 270 กว่าคน มันเกิดจากการTrain ตลอด โอเคบริษัทของเราอาจจะไม่ได้ใหญ่โต แต่ถามผมว่า เรามีความรู้สึก เรามีความเขาเรียกว่าอะไรอะ การพัฒนาคนมันสำคัญมาก แล้วก็สิ่งตรงนี้อะ เราไม่สมารถ ขายายเป็นสาขาใด้ หลายๆคนบอกว่า ที่อืนเขาขยายกันแล้วเป็นร้อย สาขา ผมไม่ทำผมทำม่ได้ เพราะว่าประเด็นมันอยู่ที่ เราหา Emotional Product เพราะฉะนั้น เซอร์วิส สำคัญที่สุดนะครับ อันนี้หมายความว่าให้เราทำ ลองทำผิด ทำถูก แล้วทำไปเรื่อยๆ แล้วแก้ ปัญหามันนะครับ อุปสรรค และความสำเร็จเมื่อพูดถึงอุปสรรค คุณนึกถึงอะไรนะครับ อุปสรรค ขวากหนาม คือการทำงานนะครับ ประเด็นมันก็คือว่า เดี่ยวนี้พวกเราชอบไปอ่านหนังสือ อยากเป็น อยากประสบอย่างนี้ โอยหนังสือออกเยอะมาก อยากเป็นเราก็ซื้ออ่าน ร้านหนังสือก็รวยไป แต่ปรากฎว่าไม่เคยลองทำเลย ทฤษฎีเยอะมากในโลกนี้ แต่เขามีไว้เป็น Guide ทฤษฎีนั้น ถ้าเราไม่เลือกที่จะปฎิบัติ ปัญหาที่เกิดขึ้นใช่ยอมรับว่าปัญหาที่มันเกิดยอมรับว่ามันตรงที่มัน Fact แต่สิ่งที่ทำให้ปัญหานั้นเปลี่ยนไปคือ Time&Place ต้องเข้าใจตรงนี้เยอะๆ เวลาและสถานที่ ทำให้ทฤษฎี มันเปลี่ยน คนมันเปลี่ยน ทุกอย่างมันเปลี่ยน เรานั่งอยู่ตรงนี้ แป๊บเดียว เดียวไอ้นี่ก็ ไปใหน อีกครึ่งชั่วโมงไปใหนแล้วก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นคุณเอาทฤษฎีเป็นตัวอย่างได้ แต่คุณไม่ต้องเอาเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิต ทีนี้ เวลาถ้าคุณไม่กระทำคุณก็ไม่เกิดปัญหา ทีนี้ คุณก็นังกังวล เดียวจะเกิด ปัญหาๆนะครับ หว่งอนาคต ต้องเปลี่ยนมุมมอง อุปสรรค์ ใหม่ๆ ขนาด โอบามา ยังต้อง Change มันต้อง Change ไม่ Change เราก็ไม่ได้ เพราะโลกมันเปลี่ยนไป มนุษย์ทุกคน ไอ้ Attitudeทุกคนมันวางไว้หมดแล้ว ถ้าคุณไม่เปลี่ยน ไม่ Change ไม่ปรับปรุง ทำไมครับ มันก็เฮา แล้วตอนนี้เป็นโลกของอะไร Education Base เป็นโลกของการศึกษา โอโห้ อยากรู้อะไร เข้าไปหา อาจารณ์ กู ได้เลย Google เพราะเข้าไปทีเดียวรู้หมดเลย แล้ววันก่อนผมได้ไปเล่นเกมส์ถ้าคุณแน่อย่าแพ้ ป.4 ตกม้าตาย แล้วเขาถามว่าช้างที่มีงาเขาเรียนว่าช้างตัวผู้แล้วถ้าช้างตัวผู้ที่ไม่มีงาเขาเรียกว่าช้างอะไร ซึ่งเราก็ไม่รู้ เขาเรียกว่าช้างสีดอ เราจะไปรู้ไม่คนที่รู้มันก็เป็นควานช้างแล้ว เราจะไปรู้ทำไมนะ แล้วก็มองอุปสรรคเป็น บันได ผมเจอมาเยอะนะครับ แต่ผมว่าน้อยกว่าคุณสวัสดิ์แน่ๆ มีความพยายามและมุ่งมั่น ผมมั่นใจนะว่าคนไทยมีความพยายาม แต่มีสมาธิสั้นไปนิดนึง เพราะมีอะไรต่างๆเข้าน้าวโน้มอะไรต่างๆเข้ามา ก็ยากนิดนึง แนวโน้มประสบความสำเร็จก็ต้องระวังนิดนึง ที่นี้ เรามาดูว่า ชลาชลนะครับเกิดมาตอน Crisis เมือปี 40 ปีนี้ทุกคนพูดว่า โฮ๊ยแย่แล้ว ลำบากแล้ว จริงๆปีนี้ยังไม่ลำบาก เท่ากับปี 40 แบงค์ล้ม ทำให้ล้มไปหมดเลย ถามผมว่าแล้วจะทำอย่างไง วันนั้นมีอยู่วันนึง ไปพูดคุยที่ Saint John เขาก็ให้พูดแบบว่า ฝ่าวิกฤต IMC โอเป็นภาษาหรูมาก ทุกท่านก็คงรู้กัน น้องๆเรียน ปริญญาโท เราบอกมันทำอะไรของมันวะ Integrated Marketing Communication โอโห มันเรียกซะสวยหรูมากเลย แล้วผมก็ถาม แล้วเราจะทำอะไร ไนเมือเรารักในอาชีพนี้ ในช่วงที่มี Crisis มันมีปัญหาในร้านเราเป็นอย่างไร ร้านเราเซอร์วิส คนเครียด เราก็บริการ เขาไปอย่างเต็มที่ แค่นั้นเองเราก็เกิดไม่เห็นจะยากเลย เพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าใจ เรารักอาชีพ เราก็จะรู้ว่า สิ่งที่เราจะเติมเพื่อปรุงเร้าเขาไป มันเป็นดูจากตัวเราเองมาก กว่าที่เราจะต้องไปดูข้างนอกนะครับ ตอนนั้นอะ เราเป็นปี่ ที่แอปปี่มาก คืออย่างนี้ ต้องเรียนให้ทราบดูก่อนว่า Positioning ของ Brand เราเนี่ยเราวางไว้อย่างชัดเจน เราจับลูกค้าเกรด A อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้น เวลามี Crisis มันมีปัญหาปั้บเนี่ย ต่อหน่วยของเรามันไม่แพงเพราะฉะนั้น ลูกค้าจะไม่รู้สึกอะไร แต่สิ่งนึงที่เขารู้สึกคือความพึงพอใจที่จะได้จากเรา ผมจะบอกลูกน้องของผมตอนนี้นะ ปัญหาของร้านทำผม ที่มีปัญอยู่คือคือร้านที่ทำเซอร์วิส อยุ่กับ มนุษย์เงินเดือน เพราะพวกนี้นะแน่นอนว่าจะชลอการไช้จ่ายแต่ของเรา Positioning ของ Brand เราเนี่ยเราวางไว้อย่างชัดเจน และสิ่งสำคัญที่เราจะสร้างอะไรขึ้นมา สิ่งสำคัญที่สุดนอกจากแบรนด์แล้วอยู่ที่ไว้เราวาง Positioning ของ Brand เราเนี่ยเราวางไว้ตรงไหน แล้วเรา จะมุ่งไปนะครับ

       และทั้งหมดเลยที่ผมทำมา มันไม่ได้เกิดจากการ โอโห ไปอ่านหนังสือมา หรือว่าไปเรียนเมืองนอกมา สิ่งที่ผมทำมาทุกวันนี้ผมจะใช้วิธีเหล่านี้ ไปสอนไปแนะนำเด็ก บอกน้องทำเถอะ ทำซ้ำบ่อยๆ ทำซ้ำเยอะๆ แล้วน้องจะเกิด Creative กับต้วเอง การทำซ้ำ ทำมาจากตัวเอง ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ นะครับ ชอบแล้วทำ ทำซ้ำเรื่อยๆ มันจะเกิดอะไร มันจะเกิด Creative แล้วมันต่อยอดมันไม่ต้องไปคิด โอโห้ เยอะแยะมากมาย แล้วสมัยก่อนนี้อะ เราทำซ้ำ แล้วเกิดลูกค้า เยอะ ล้นหนึ่งร้าน อีกร้านนึง ลูกค้าก็เยอะๆจนล้นร้าน ลูกค้าก็เยอะ ลูกน้องก็เยอะโฮทำอย่างไงดี เราก็เป็นคนที่เป็นศัตรูกับเงิน มีเงินแล้วใช้หมดนะครับ บริหารเงินไม่เป็น ทุกวันนี้ก็ยัง บริหารเงินไม่เป็น เราต้องรู้ตัวเราก่อน เราเด่นตรงไหนเราด้อยตรงไหน แต่เป็นเรื่องที่แบบชอบมากเลยแหละ สังสรรค์ ชอบบริหารคน เราก็จะค้นคนแบบนี้เจอ ช่วงนั้นเราก็เลยเกิดไอเดียนะครับ เกิดไอเดียคุยกับลูกค้า บอกคุณเนี่ยนะ อึดอัดมากเลย ที่มันแนนมาก เขาก็บอกว่า เขามีที่อยู่มี่ซีคอน ผมก็บอกว่า เอาอย่างงี้ไม คุณลงทุน แล้วก็แคชเชียคุณก็เก็บเงินไป คุณลงทุนแล้วเราก็ส่งช่างให้คุณนะแล้วเราก็ขอค่า ชื่อร้าน ชลาชล แล้วเราก็คิดค่าบริหาร คุณ income มาเท่าไหร่เราก็แบ่ง 10% เป็นครั้งแรก ขายแบรนตัวเองได้ 5 แสนบาท โอ้ยดีใจมาก ทำอย่างนี้โดยที่ไม่ได้อ่านหนังสือ แล้วทานก็เห็น ร้านMacdonald อะไร เป็นระบบ Franchise เอยทำไมมันตรงกับเราเลยอ่ะ แล้วก็ไม่ได้อ่านหนังสือ แล้วก็ไม่ได้เรียนหนังสือเลย ออกมา ยังไม่ได้เริ่มไปเรียน ปริญญาตรีเลยด้วยซ้ำไป แต่มันเกิดจากการทำ มันไม่จำเป็นนิคุณทำคุณตัดผม จะต้องถามแต่เรื่องทำผมอย่างเดียว มันไม่ไช้นิ ทำไปทำมามันคิดนิ เอ๋ถ้าตัดอย่างนี้นิ แล้วเงินก็เข้ามาทางเดียว แล้วเราก็ไช้เก่ง วิธีอย่างนี้เงินมันเข้าทางเดียว เราเราจะรวยอย่างไง ผมคิดอย่างนี้จริงๆนะครับ เอะจะทำอย่างไงวะ จะงับที่เดียวได้เงินเข้า สิบทาง คิดจริงๆ ไม่ไช่ไม่ได้คิด เพราะว่างับอย่างนี้ มันก็ได้คนนี้คนเดียว ผมก็ต้องงับ นี้มันก็เกิดแล้วทุกวันนี้ ผมไม่ต้องงับ เงินก็เข้ามา เพราะคนไทยคิดอย่างนี้ เงินเข้าทางเดียว แต่ออกหลายทาง ผมต้องคิดอย่างนี้ ผมต้องเข้าหลายๆทาง มันจะได้ ใช้หลายๆอย่าง เงินมันไม่ได้มาอย่างนี้ ก็เกิดประเด็นที่ว่า เริ่มเป็น Franchise พอซีคอนเปิดขึ้น มาพระรามสาม ตอนนี้มีคนมาซื้อ Franchise เต็มไปหมดเลย เชื่อไม่ครับ กิจการนี้ก็เริ่มมีเปเปอร์ เริ่มบอกว่าต้องเป็นอย่างนี้ แล้วจะบอกอะไร ก็จะบอกที่ว่า จำเป็นไหม ที่เป็นช่างตัดผมแล้วบริหารไม่ได้ แล้วต้องไปเรียนใหม่ ก็ไม่ได้เรียนนะครับ นี่คือเคล็ดลับการทำซ้ำด้วยนะครับ แล้วก็ทุกวันนี้ อย่างที่เรียนให้ทราบว่า ถ้าทำอย่างนี้มันเป็นความสำเร็จอย่างยั่งยืน แล้วมาดูตัวเราเป็นอย่างเรานะครับ แล้วก็อันนี้ก็บอกว่า คนที่ไม่เคยทำผิด คือคนที่ไม่เคยยอมทำอะไรเลย อันนี้เป็นเรื่องจริง จะเห็นชัดเลย จากการที่เราอยู่ในสื่อบ่อย ทำอะไรก็โดนด่าอยู่เรื่อยเลย บางคนก็เอามาเล่าให้ฟัง ด่าอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วถ้าเราไม่เคยโดนคำด่า เราก็จะไม่รู้อะไรเลย ว่าเขาด่าอะไรเรา เราก็ปฎิบัติตัวไม่ได้ แก้ตัวไม่ได้ คนไทยเสียอยู่อย่างนึงคือ กลัวโดนนู้น โดนนี้ไม่กล้า ไม่แสดงออก แม้แต่จะถามเดียวลองให้ถามดูดิ พอลงไปจะถาม แอบถาม กลัวว่า จะโดนถามแล้วกลัวโง่ ผมว่า อันนี้เป็นข้อด้อยของคนไทย เพราะฉะนั้นถ้าเรากล้าซะหน่อย ทำไม Reality ถึงดัง ทำไมผมจึงเกิดในไอโซบ้านนอกได้ เพราะผม ก็คนมันอยู่ประเภทไม่อยู่ใต้ดิน โลกทั้งโลกนะครับ บังเอิญบรรยากาศแบบนี้มันไม่ถูกกับคนไทยเท่าไหร่ เพราะคนไทยเรามีสัมมาคารวะ ความกตัญญูสูง เวลาจะทำอะไรขึ้นมาหน่อย เอ้ยมึงอย่าทำ อะไรประมาณนี้อะครับ ทำซ้ำบ่อยๆ แล้วทำให้มีวินัย เด็กเหมือนกันนะครับ เด็กต่างจังหวัดเนี่ยะนะ สมมุติว่าเด็กไทยเป็นเด็กที่ โดยเฉพาะเด็กต่างจังหวัด ไม่มีระเบียบเลย เพราะตอนไป ถ่ายไอโซบ้านนอก เด็ก เสาร์อาทิตย์ อยู่เลี้ยงพระ ก็ควรไปสอนศาสนาหรืออะไร แล้วเด็กก็ไปวิ่งเล่นกัน แล้วผมว่าในที่นี้เด็กต่างจังหวัดเยอะ แล้วทีนี้ เวลาเข้ามากรุงเทพ ความระเบียบมันไม่มี มันก็ยิ่งมาเจอ สิ่งพวกนี้มันก็ไปกันใหญ่ แล้วก็อันนี้ ตัวผมเองผมก็กำลัง ทำโครงการ เพื่อที่จะไปสอนให้เด็กต่างจังหวัด เพื่อให้เขามี Discipline มากขึ้นนะครับ อะทีนี้ การทำซ้ำ ผมเอาคนสองคนมาเปรียบเทียบ คือนายบี้ The Starกับนายอาร์ The Star คนสองคนนี้ ประกวดSeasonเดียวกัน คนที่ได้ที่หนึ่งคือนาย อาร์ ร้องเพลงดีมาก เจ้าบี้นี่ร้องผิดจังหวะ เต้นก็ยังเต้นไม่เป็น ถ้าใครได้ดูนะครับ ภายใน 2 ปี ถัดมา คนนี้เป็น ซุปเปอร์สตาร์ คนนี้ซึ่งมีของดีอยู่ในตัวแต่ 2 ปีถัดมา ได้โอกาส ซ้อม มีระเบียบ ออกกำลังกาย ซ้อม ออกกำลังกายซ้อมมีแพทเทิลเป็นของตัวเอง ไม่มีสังคม แต่ขณะเดียวกันอีกคนนึงทำซ้ำเรื่องของ ยืนอยู่ข้างๆ เห็นไม่ครับ อันนี้ผมชี้ให้เห็นว่า ถ้าเราไม่ได้ทำซ้ำมันหลุด ต่อให้คุณมีของมาก็ตาม อันนี้ยกตัวอย่างให้ดูชัดๆนะครับ ทำไมอะทำไมเรามีของดีอยู่ในตัวท ทำไมเราเราไม่ทำซ้ำในสิ่งที่เราชอบ เด็กคนนี้มีแรงบัลดาลใจอย่างมากอยากเป็นซุปเปอร์สตาร์ แล้วก็ไม่ได้เกิด เขาก็ไม่ได้เป็น แต่เขามี Discipline เขามีวินัย แต่เขามีโอกาส เห็นไม่มันจะมีจังหวะอยู่อย่างนี้หมดเลย แล้วเขาก็พร้อมที่จะทำนะครับ วันนั้นดูรายการเรื่องการทำซ้ำ วันนั้นดูรายการคุณวิทวัส มีผู้หญิงคนนึงเขาได้สามีรวยมากนะครับ เป็นฝรั่ง เสร็จแล้วก็สัมภาษณ์ไปสัมภาษณ์มา คุณรู้ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้น ก่อนที่จะมีฝรั่งคนนี้ที่รวยมากนี้อะนะ เขามีสามีมาแล้ว 7 คน เป็นฝรั่งหมด ก็เขาทำซ้ำบ่อยๆไง แต่ไอ้เราหวังจะไปได้ผัวรวยอย่างกับเขา ทำทีเดียวได้อย่างไงละ ก็ต้องหาไปเรื่อยๆ นี้มันเป็นFactของมนุษย์ คุยไปคุยมาบอกคุณวิทวัสได้มา 7 คนแล้วคะตั้งแต่ยาม ตั้งแต่Taxi Driver อะไรพวกนี้อะที่อยู่เมืองนอก แล้วเขากว่าจะขึ้นมาได้เขาบุกมาเท่าไหรแล้วอะเขาจึงได้ผัวรวยมาขาดนี้ คุณก็ไปบุกอย่างเขาดิ อยากได้ผัวรวยแบบเขานิ คือคนเขาไม่ดูตอนที่ชีวิตเริ่มต้นกันมา แต่ไปดูที่เขาสำเร็จแล้วนะครับ อันนี้เกียวกับเรื่องส่วนตัวของผม 30 ปี ที่ผมทำมา ผมไม่รู้เลยว่าที่ทำมาเขาเรียกว่าอะไรก็ผมทำเพราะผมรัก ประสบการณ์มันก็รู้แต่ว่าทำไปๆ แล้วประสบการณ์มันจะสอนเรา นักวิชาการชอบพูดแบบว่าความคิดตกตะกอน อู้ย ตกผลึก ไม่ทำนะ แต่เวลาประสบการณ์ ไม่เรียกว่าตกตะกอนละ ไอ้พวกเถ้าแก่ โอโห ผมชอบมากเลย พวกนี้จีเนียสยิ่งกว่าเท่าไหร่ ก็มันคาดหวังมันทำแล้วมันเซฟอยู่ในนี้ มันอยู่ใน File ตัวเองไง ถึงเหตุการณ์ เวลาวิกฤติขึ้นมา เขาดึงมาใช้ทีละอย่างๆ เครื่องมือเขาอยู่ในตัวอยู่แล้ว ผมอ่านหนังสือ ดร.เทียม โชควัฒนา คนเขาบอกว่าถ้าทำเก่ง เมื่อไหร่ที่ตายเป็นเฒ่ากระดูกเป็นเฒ่าเกรียม จริงๆนะครับ ช่องเป็นช่องติดๆกันเลย อันนี้นะครับสำคัญเราอยู่ในโลกความจริงกันนะครับ อย่าอยู่บนโลกของความฝันซึ่งเรียนกันไปแล้วงงกันไปไปหมดเลย เอาเรื่องความจริงมาพูด 30 ปีที่ผมทำงานมา ผมเริ่มจะโหยหาการศึกษา ก็เลยไปเรียนปริญญาตรี แล้วก็ไปเรียนปริญญาโท แล้วก็ตอนนี้เรียนปริญญาเอกอยู่ ที่เขาบอกว่า Flat Organization โฮ้โห เรียนปริญญาเอกเรียนกันเป็นเรื่องเป็นราว ไปเรียนกับ George Washington ที่นู้นที่มหาลัย ผมก็ไป Take Course มา ปรากฎที่เรียนมา เราไม่ได้ดูถูกนะครับ แต่เรากำลังจะบอกว่า ก็คือบริหารแบบราบๆไง ก็แบบเถ้าแก่ที่สั่งลูกน้องนั้นแหละ แล้วเสร็จแล้วก็มี The World is Flat โลกแบน สมัยก่อนเขาบอกว่าโลกแบน เดียวนี้มาบอกว่าโลกกลมอีกแล้ว ก็เพราะใครก็เพราะมนุษย์นั้นแหละ สมัยเริ่มแรกบอกว่าโลกแบนแล้วเสร็จแล้วก็มาบอกว่าโลกกลม อะไรอย่างนี้ แล้วก็อ่านหนังสือ เล่มพวกนี้ดูเพราะว่า มันจะกลายเป็นเรื่องของ Comunication เป็นเรื่องของ ทุกคนเขาเรียกว่าได้พบปะ พูดคุยกัน แล้วได้คุยกัน ทีนี้เราก็มาดูว่า LO Learning Organization ก็คือในการ Organization ของเราต้องมีการเรียนรู้ ก็จากเรา 4 คน แล้วตอนนี้ลูกน้องเรา 400 กว่าคน เราก็เรียนรู้กันมาตลอด การศึกษามันทำให้เรารู้ว่า โอ๊ย สิ่งที่เราทำมันเป็นอย่างนี้นี่เอง แน่นอนทุกวันนี้มีแต่ภาวะผู้นำ มหาลัยสอนให้เป็นผู้นำ แต่ไม่มีใครสอนเรื่องผู้ตามเลย ไอ้คนที่ทำให้ องค์กรล้มจมนั้นก็คือผู้ตามนะจ๊ะ ไม่ไช่ผู้นำ เพราะผู้ตามนี้มัน ผมชอบดูรายการทีวี เมื่ออาทิตย์ก่อนมี ดร.ปัญญาได้ดูมั้ยครับ เขาพูดถึงเรื่องม้าว่าผู้นำไม่ใช่นำไปข้างหน้า แต่ผู้นำต้องมาอยู่ตรงกลางแล้วหันมาดูไอ้พวกที่ตาม เพราะว่าไอ้พวกนี้แหละ ตัวทำให้องค์กรพัง ม้าบ่างตัวก็ทำกูไม่รับมึง ม้าบางตัวก็ทำหน้าง่อย ม้าบางตัวก็ไปเรื่อย อย่างนี้อะไอ้พวกนี้ภาวะผู้ตาม มหาลัยมันไม่สอน แต่มหาลัยตอนนี้สอนแต่ภาวะผู้นำหมด ทุกคนนำหมด เอ้ยแล้วใครตามวะ อันนี้นะครับมีปัญหาเยอะมาก เพราะ Couching นี่สำคัญ ตอนนี้นะเรื่อง Couching ทางมหาลัยหรือว่าทางเมืองนอก กำลังเรียนรู้มาก เพราะว่าทุกคนเป็นผู้นำหมด ไม่ยอมเป็น Couch กัน การสร้าง Brand ก็ไม่ได้เรียน ไม่ได้เรียนเลย ตอนนั้นอยู่ทองหล่อ 20ปีที่แล้วแถวนั้นจะมีอิสลามเยอะ แล้วจะมีรถเมล์แดง เสร็จไปอยู่ข้างๆแบงค์กรุงเทพ เราก็ขึ้นรถเมย์แดง แล้วบอก ไปชลาชลครับ โอ้โอคนขับไม่รู้จัก โกรธๆมากเลย ก็มันรู้จักธนาคารกรุงเทพนี่พี่ร้านชลาชลอยู่ข้างๆแบงค์กรุงเทพ วันหลังถ้าใครมาบอกว่าร้านชลาชลอยู่ตรงนี้นะ พูดอยู่อย่างนี้ ทำซ้ำอยู่เรื่อยๆ รถเมล์แดงบอกไปชลชลรู้หมด ตอนนี้ชลชลกลายเป็น Legendของซอยทองหล่อไปเรียบร้อยแล้ว เอาจริง พี่อยู่ซอยทองหล่อ อยู่มาตั้งนานแล้วนะจ๊ะ 20 ปี แล้วสิ่งพวกนี้เป็นการสร้าง Brand หรือป่าวครับ มันก็คือใช่ ตัวเองต้องออกงานมันก็เป็น Brand Identity สมศักดิ์ นามสกุลอะไร ชลาชล อ่าวไม่ต้องเสียค่าเข้างาน แต่ผมชอบด้วยนะครับ เพราะผมชอบParty ฉะนั้นผมก็จะบอกว่าตำราที่ดีที่สุดนะครับ สิ่งที่ดี และสิ่งไม่ดีอยู่ที่ตัวคุณพิสูจน์นะครับ ถ้าคุณไม่ได้ลงมือทำ แล้วไม่ทำซ้ำให้บ่อยๆแล้วผมก็ไปถ่ายทอดการตัดผม ถ่ายทอดการสร้างBrandที่ABAC คืออยากจะมาเล่าให้ฟังว่ามันสร้างอย่างไง นะครับ ผมคิดว่าคนไทยมีเสน่ห์ส่วนตัว อย่าไปก๊อป ไอ้ประเภทแบบLogicเยอะๆ เอาตัวเองมาใช้ดีกว่า เอาตัวเองมา แล้วเราทำงานเป็นทีมได้ดีมาก เวลาทำงานเป็นทีมแล้วเรางงกันหมดเลยจริงๆ เพราะฉะนั้นมันเป็นอย่างนั้นไม่มีอะไรถูกและผิดในโลกนี้ ไม่ต้องไป โอ้โอ ทีมเวิอคต้องอย่างนั้นทีมเวิอคต้องอย่างนี้ อย่าไปโอโห อย่าไปสร้างกันเลย เอาที่มันเป็น Fact คนไทยชอบร้องเล่นเต้นรำ อย่าไปเป็น NIC เลย อย่าไปเป็นอุตสาหกรรมเลย คนไทยไม่ทำ ใช่มั้ยครับ เพราะว่าอะไร สมัยก่อนนี้นะครับ ในหมู่บ้านหนึ่งหมู่บ้าน สังคมก็จะมีอะไร ร้านขายยา ร้านข้าวแกง ร้านตัดเสื้อ มี Partition กั้น แล้วก็ร้านกาแฟ สภากาแฟ มีเพิงหมาแหงน โทษนะครับ ตรงไหนใต้ต้นมะพร้าว ก็นั้นแหละครับ ทุกวันนี้ หนังสือGossipขายดีที่สุด ก็ประเทศไทยนี้แหละ เพราะว่ามันเป็น Culture เป็นเนื้อเรื่องของคนไทยอยู่แล้ว เรื่องนินทา เรื่องจุ๊บจิ๊บ เรื่องอะไรพวกนี้แหละ เมื่องนอกเขาไม่เห็นมีหนังสือพวกนี้ขายกัน ขณะที่มันเป็นเรืองของ แล้วเราไปดู Nature ของคน Nature เป็นอย่างนี้ ผู้นำก็จะพัฒนาในเรื่องตรงนี้ เป็นเหมือนฝรั่งเศสไปเลย เย็บปักกถักร้อยทำจนรวยที่สุดในโลกไปแล้ว นี้แหละเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอก หาในสิ่งที่เราชอบในตัวเราแต่เราไม่ชอบค้นหากันนะครับ

       ผมก็อยากจะบอกว่า อย่าตกตะกอนของความคิดนะครับ ขอให้ตกตะกอนในการกระทำบ้างเพราะว่าตอนนี้ปัญหาส่วนใหญที่ยาก ก็คือปัญหาเกิดจากการสร้างแง่คิด มันขี้เกียจอะไม่มีอะไรพูดตรงๆ มันขี้เกียจทำ โอโห เป็นนักคิด imagineแต่ไม่เคยทำเลย ฉะนั้นคนจะเป็นอย่างนี้เยอะ ขอให้ดูหน่อยเออะ ประเทศเกาหลี มาหมดเลยเป็นแผง แล้วก็นั่งคิดนะคนไทย โอ้ยเขาเก่ง โฮ้ยทำอย่างนี้ได้อย่างไง ไปว่าเขาอีกแต่ว่าไม่เคยมองว่า ทำไมเมื่อ 20 ปีที่แล้วเรามอง เกาหลีเป็นอะไรที่น่าเกียจมากที่สุด ดีอยู่อย่างเดียวในตัวคนเกาหลี คือ Power ถูกมั้ยครับ แรงงาน แล้วเขาทำซ้ำบ่อยๆ ผมจะเล่าให้ฟัง เนื่องทำผม ผมมีเพื่อนเป็นคนเกาหลี เชื่อไม่ผมไปเยี่ยมเขา ร้านเขา เขาทำเป็นระบบทหารเลย สระผม 50 คนห้องนี้สระ สระทุกวัน สระๆๆ สระจนมือทะลุอะ ไดร์ผมห้องนี้ ไดร์ๆๆ ห้องนี้เป็นอย่างนี้ ห้องนี้เป็นอย่างนี้ ทุกอย่างนะครับที่เขาทำ เสร็จแล้วทุกอย่างที่เขาทำมันทำซ้ำ จนเกิดความชำนาญ เสร็จแล้วเติม Creative ให้มันนิดเดียว มันก็ไปเลย แต่คนไทยมี Creative ทั้งประเทศเลย Creative ๆๆแต่ไม่เห็นคนทำ นี้เหละที่ผมเล่าให้ฟัง ผมมานั่งพูดอย่างนี้เพราะผมลงมือทำ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ผมตัดผมวันละ 60 หัว ผมทำๆ จนผมหลับตาแล้วรู้เลย ผู้หญิงคนนี้ไปตัดผมทรงอะไรมา ม เพราะนั้นผมก็เลยอยากพูดเรื่องพวกนี้ว่า ผมไปพูดที่ไหนผมไม่พูดหรอกเรื่องวิชาการ ผมพูดเรื่องแบบนี้แหละ เพราะผมทำมาดีและผมก็เข้าใจว่าขณะนี้ ถึงอาชีพเราถึงจะดูเล็กๆ คนดูถูกแต่เราทำให้มันยิ่งใหญ่ได้ แล้วผมก็จะพัฒนาเรื่องนี้ต่อไปนะครับ แล้วจะทำให้มันยิ่งใหญ่ต่อไป ด้วยมือ ด้วยช่างทำผมตัวน้อยๆ สูง 163 ผมจะทำ แล้วจะทำต่อ ให้กำลังใจด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
 
© 2008-2009 Liferevo Foundation. All right reserved.


Powered by RJ   |   Privacy   |   Term of Use   |   Contact