คุณ ชานนท์ เรืองกฤตยา
ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ทายาทหนุ่มผู้สานต่ออุดมการณ์ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของผู้เป็นพ่อ สร้าง อาณาจักรใหม่ของตนเอง นำธุรกิจเข้าสู่การทำตลาดอสังหาริมทรัพย์ด้วยแนวคิดใหม่ ขอสร้างอนันดาฯ ของตนเองเทียบเคียงอาณาจักรกรีนวัลเลย์ของพ่อ ได้รับรางวัล YOUNG GENERATION OF THE YEAR สาขาธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในงาน BOSS OF THE YEAR 2004

 

<
       สวัสดีครับ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มางานนี้ ผมก็ดีใจ ผมได้สอบถามที่มาที่ไปของ Liferevo เป็นยังไง เป็นงานที่ทำให้คนรุ่นใหม่หันมารับผิดชอบ ในการทำงาน พอมันมาสะท้อนกับตัวเองแล้ว ผมเองเรียกว่าไม่ขอตังค์พ่อแม่มาก็ประมาณ สิบปีได้ หลังจบปริญญาโทออกมา ผมก็มากู้เงิน แล้วก็มาสร้าง บริษัทอนันดาด้วยตัวเอง หลังจากช่วยที่บ้านมา ถึงจุดนี้ผมก็ผ่านมาเยอะพอสมควร บริษัทผมชื่อ Ananda Development นะครับ ผมชื่อชานนท์ อายุ 35แล้วนะครับ ก่อตั้งบริษัทมาเกือบจะ 10 ปีแล้ว ผมจบปริญญาตรีจาก Berkley ด้านเศรษฐศาสตร์มา หลังจากนั้นไปทำงานกับคุณเติมใจที่ Finance one ก็จะดูทางด้าน เกี่ยวกับหุ้นกู้อะไรมากกว่าช่วงนั้นยุค ปี 97,98 เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ เห็นว่ามีเวลาเศรษฐกิจก็คงไม่ได้สอนอะไรเรามากแล้วนะครับ ไปหาความรู้ทางเมืองนอกดีกว่า ก็เลยไปเรียนที่ London School of Economics เรียนด้าน International Accounting and Finance ตอนนั้นที่เราเรียนเป็น Compact Course มาก ก็เรียนหนักพอสมควร เรียน1ปี หลังจากนั้นก็มาช่วยคุณพ่อปรับโครงสร้างหนี้ ตอนนั้นกลับมาทุกอย่างเละเทะไปหมดเลยครับ เราดูหนังสือพิมพ์ทุกวัน ดูสภาพธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อเราอะไรต่างๆ Finance ปล่อยสินเชื่อเรา ผู้บริหาร Finance ถูกฟ้อง กระทรวงถูกฟ้องเต็มไปหมด ก็ต้องสู้ช่วยคุณพ่อสู่มาตลอด คุณพ่อทำบริษัท Hi-End แล้วหลังจากนั้นผมก็มาเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง เราอยากจะทำอสังหา แต่ไม่อยากให้มี Conflict of Interest กัน บริษัทของเราก็เลยเลือก Segment ในตลาดที่กว้างกว่าเป็น Consumer Housing ผมค่อนข้างโชคดีได้เจอกับท่านประธานบริษัทซีพี คุณธนินท์ เจียรวนนท์ ได้ไปทานข้าวกับท่านวันนึง แล้วท่านก็บอกว่าชานนท์ ถ้าจะทำเนี่ย ถ้าเป็นอานะอาจะทำ Mass Market เราก็กลับไปคิดดูว่า Segment ไหนที่เราอยากจะทำ ผมก็กลับมาคิด แล้วพยาพามทำอะไรที่มัน Mass Market ช่วงนั้นผมเป็นบริษัทเล็กๆพนักงานเริ่มที่ 30 คน ถามว่าเราเป็น CEO,CEFO อะไรทุกอย่างที่เป็นโอๆทุกอย่างเราเป็นหมดเลย ตอนนั้นก็ต้องช่วยตัวเองทุกอย่างนะครับ ทำ Cash flow นู้นนี้นัน สารพัด ทำเองหมดนะครับ โครงสร้างนามบัตรก็เป็นCEO จริงๆก็เป็นทุกอย่างนะครับ ก็โม้ๆไปก่อนว่าเราเป็นอะไร ตัวเริ่มต้นของผมก็คือชื่อ Ananda Beach Life นะครับ ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดทำอะไรไหญ่โตมากนัก คุณพ่อคุณแม่ก็ให้โอกาส ลองไปกู้แบงค์มาก็ลองหน่อยนะ ลองดูดิ ฝึกดูวิชาตัวเองว่าจะไปรอดหรือป่าวนะ บังเอิญจังหวะดี ต้องใช้ว่ามันจังหวะ ในโซนบางนาช่วงนั้นหลังจากวิกฤตก็ไม่มีใครเปิดอะไรใหม่เลย เราก็ได้สูญญากาศดี คู่แข่งน้อย ไม่เหมือนวันนี้คู่แข่งมหาศาลที่แข่งกับเราทุกวัน แต่ช่วงนั้นเป็นโอกาสของเรา เราขายดีมันก็เลยทบๆมา ก็เลยไปทำโครงการอื่นๆได้นะครับ

       ช่วงนั้น ช่วงแรกของ Branding อันนี้เป็นกลยุทธ์ของเราเอง สังเกตดูว่าส่วนตัวของผมเองจะออกไปด้านเศรษฐศาสตร์ Finance มีคนถามว่าผมเก่ง Marketing เรียน Marketing เรียนจิตวิทยา เรียน Consumer Inside อะไรพวกนั้นหรือป่าว ไม่ได้เรียนเลย เรียนน้อยมากๆ แต่ก็รู้ว่าเราต้องทำเกิดให้ Differentiation ให้ได้ ภาพนางแบบสวยๆก็เป็นเพื่อนผมหมดไม่มีตังค์ไปจ้างเขาหรอก จำได้ AC Neilson บอกหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจออกข่าวของเราว่า Ananda กล้าทุ่มเงินเยอะที่สุดของวงการ เพื่อนผมก็โทรมาบอก เฮ้ยมึงกล้าทุมเงินลงทุนขนาดนั้นเลยเหรอ ที่จริงไม่ให้ตังค์ซักบาท ก็เลี้ยงข้าวบ้าง ก็ช่วยๆกันนะครับ ผมก็ได้ Concept ก็ได้มีคุณแองจี้ ขอคุณแองจี้มาช่วยหน่อยนะครับ ก็มีภาพ Billboard ขึ้นตาม สี่แยกหน้าอาคารนะครับ ก็คล้ายๆ อย่างนี้นะครับ เป็น Billboard ใหญ่บ้านค่อยข้างเล็กๆ ช่วงนั้นเวลาอสังหาจะซื้อขายอะไรนะก็จะมีภาพพวกบ้านขึ้น ผมก็บอกว่า That so boring เราก็บอกว่า เราขายบ้านตาม Consumer ที่เราพยายามปลุกอารมณ์ ตามชายหาด Inspire by the beach life ก็เลยเดาออกพวกนี้ ก็มีคุณแองจี้มาถ่ายรูปให้ ก็มีตัว Ananda beach life ตัวนี้ก็ขายดีมากมียอดขาย สูงถึง 800 ล้านใช้เวลาประมาณ หก เจ็ดเดือนได้ก็ขายหมด เราพยายามดึง Lifestyle มาทำให้เกิดอสังหา

       อยากจะให้ดูทางด้าน Basic ของคอนซูเมอร์ในกรุงเทพ และ Stat ในเมืองไทย Data นี่อันเก่านะแต่ Ratio ไม่ได้เปลี่ยนไปเยอะเท่าไรนะครับ จะเห็นว่าในกรุงเทพเองเนี่ยะเรามี Ownership Ratio ของบ้านเนี่ยแค่ 53 เปอร์เซ็นนะครับ จะเห็นได้ว่าในทั่วประเทศโดยเฉลี่ยอยู่ใน 81 เปอร์เซ็นนะครับ จะเห็นว่าต่างจังหวัดมากกว่า คำถามว่าทำไม คำตอบคือว่าที่มันแพง สิ่งที่เราเห็นทุกเมืองหลวงทุกแห่งบนโลกนี้ที่แพงมาก Affordability ไม่มีเลย ถ้าถามเพื่อนผมที่เป็น Partner ที่โตเกียว Ownership Ratio อยู่ประมาณเท่าไหร่ เค้าบอกว่า Ownership Ratio อยู่ที่ทุกคนเป็น Rent หมดเลย เป็นสิ่งที่ทุกคนบอกว่าเฮ้ยเราต้องเป็นเจ้าของที่เป็นเจ้าของอสังหาซักชิ้นนึง ที่ซุกหัวนอนอะไรอย่างเนี่ยะ มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น ตามทฤษฎีของเศรษฐศาสตร์แล้วแต่ทำไม What’s happen? แต่ทำไม Pricing มันสูง ทุกสังคม Pricing มันสูงหมดเลยนะครับ จะว่าต่างจังหวัดเยอะกว่าอยู่แล้ว เพราะแน่นอนเพราะที่มันถูกนะครับ Affordability จะเห็นเรื่องความสำคัญว่า Afford ability is the name of the game จะเห็นว่าเวลาเราดู What do you mean by affordability? ความหมายเราก็คือ มันใช้ความหมายของคำว่า Household Income ว่าบ้านหนึ่งหลัง นี้อะ มีพ่อ แม่ Contributionในขันที่จะซื้อบ้านเท่าไร มีรายได้เท่าไหร่ต่อเดือน ในส่วนนี้สำคัญมาก สมมุติเรา Household income ของ Mid Manager รับเงินเดือนคนละสองหมื่นห้า สองหมื่นบาท ต่อคนอย่างนี้ ห้าหมื่นๆบาท กี่เปอร์เซ็นต่อคน บางคนบอก สามสิบ สี่สิบ แล้วแต่ทฤษฎี แต่ก็จะเห็นว่า Range นี้ประมาณ ถ้า Household incomeนี้ห้าหมื่นบาทเราเอาเงินห้าหมื่นบาทของเราที่เหลือนี้มาผ่อนหรือมาเช่าเท่าไหร่นี้ Mid Manager นะไม่ใช่พูดถึงว่า Staff ที่ทำหรือโรงงานอะไรพวกนี้เลย ก็จะเห็นว่า Affordability มันยากมากเลยนะครับ นั้นเรามาดูว่า Ratio เสร็จสับแล้วได้เท่าไหร่จะเห็นได้ว่านะครับ ใน Ratio เหล่านี้ คนที่ Afford ส่วนใหญ่ในกรุงเทพแล้วเกือบ 40% Less than 1 ล้านบาท ทำไมนำตลาดพฤกษาถึงโตนะครับ ไม่ต้องถามใครก็มันใหญ่นะครับ พฤกษากินอยู่ก้อนเดียวเค้กก้อนเนี่ย เราเองก็จะอยู่ประมาณ 11 จะสังเกตนะครับเดี๋ยวผมจะอธิบาย IDEO ต่อ แต่จำ Chart แต่จำ Chart นี้ไว้ด้วยนะครับ Pricing นะครับ ว่า IDEO นี้จะเป็น Product ที่ติดรถไฟฟ้า แล้วจะเห็นว่า ถ้าราคาต่อตารางเมตร จะเห็นได้ว่า คือ 9 หมื่น แสนหนึ่ง จะเห็นว่าแพงแล้วนะ แต่ถ้าแสนนึงกับ 35 ตารางเมตร เป็นเท่าไหร่ครับ 3.5 ล้านบาท 3.5 ล้านบาท ก็จะอยู่ Range นี้ ถ้า7หมื่นบาทคูณ 35 ก็อาจจะอยู่ ที่ใกล้เคียงกัน หาลูกค้าหายังไง Identify ว่าเรามีปลาอยู่ในทะเล อยู่ในท้องทะเลหรือป่าว บอกว่าปลาเธออยู่ตรงไหนบ้าง แล้วก็น่าสนใจอยู่ในตัวนี้ สถิติของสังคมบ้านเราจะเห็นว่าของเราอายุเรา เราลองมาSummation Segment นี้เท่าไหร่ ประมาณ 50 อัพ 50 กว่าเปอร์เซ็นอายุต่ำกว่า 34 นะครับ ถ้าดูตรงนี้แล้ว เปรียบเทียบกับญี่ปุ๋น หรือประเทศอุตสาหกรรมที่พัฒนาแล้วนะครับ อย่างเยอรมัน Ratio จะกลับมาฝั่งนี้ Investor ของผมนะครับ เป็น Investor จากเยอรมันซะส่วนใหญ่ เยอรมันบอกว่า ชานนท์ ของฉันนั้นอยู่ตรงนี้หมด เธอทำบ้านให้ไม่มีใครซื้อหรอก คนถึงจะเห็นว่าไปทำ Retirement Home อะไรพวกนี้หมดแล้ว จะทำบ้านหรือ Firsthand Home เนี่ยะ นี่ครับขีด ทำไม Investor ใน Global Crisis ทุกคนบอกว่า Story มันคือ Asia ก็คือหมายถึงทั้ง Asia ทำอะไร Serve อะไร Serve กลุ่มนี้ก่อน ให้นำกลุ่มนี้นะครับ อาจจะทำ Long term retirement villageให้กับ ชาวเยอรมัน ชาวญี่ปุ่นเพราะเขาหนักไปฝั่งนี้แล้ว เวลาเราต้องดูInside ของจิตวิทยาของเขาว่า เขาคิดอะไรอยู่ คนปลายชีวิต คนต้นชีวิต ทำMarketing ทำ Branding นะครับต้องคิด อันนี้ใน Turning point key milestone หลักๆก็คือเราได้ Joint กับทาง Prudential Finance นะครับ Prudential Finance เขาเป็นผู้บริหารกองทุนหลายๆกองทุน รวม Asset Size ทั้งหมด 40 Billions US นะครับ กองทุนที่ผมลงทุน ผู้ถือหุ้นของกองทุนนี้หนักๆมาจากเยอรมันกับเงินน้ำมัน National bank of Kuwait หรือเป็น Sovereign wealth funds ของ Kuwait ก็คือน้ำมัน Definition ของ Pension Fund ของเยอรมัน Sovereign wealth funds สำคัญตรงไหน ถ้าดูสภาพของเงินในโลกนี้ เงินต้นน้ำเป็นเงิน Pension Fund เป็นหลัก กองทุน Pension Fund เป็นกองทุนที่ต้องแบ่งส่วนออก Income กันเองโยนเข้ารัฐบาล รัฐบาลก็มีหน้าที่ Invest ให้ผลผลิต ให้งอกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดย Diverse ดีที่สุด ส่วนเงินน้ำมันเอง น้ำมันจะ 140 เหรียญ ถึงกลับมา 34 หรือ 40 เหรียญ คนก็ต้องซื้ออยู่ดี เขามี Inflow เข้ามาทุกวัน เขาต้อง Invest หน้าที่ของ Prudential ก็คือว่าเขาก็ช่วย Invest เขาก็จะมาหาบริษัทที่ต้องการเงินอย่างเรานะครับ เราจะมีสอง Joint Venture Joint Venture แรกก็เป็น Housing รอบสุวรรณภูมินะครับ 7 Projects ประมาณ 4 พันยูนิต Total Port ประมาณหมื่นสี่พันล้านนะครับ Port ที่สอง Ananda Twoนะครับ ต้อนนั้นเราพูดแค่ 11 Projects ตอนนี้เราอัด 16 Projects แล้ว เพราะว่า Take up rate มัน Surprise เราพอสมควร เพราะมันๆดีกว่าที่เราคิดนะครับ Port นี้จะเกินสองหมื่นล้านแล้ว จำ Pie Chartได้นะครับ ว่า Name of the game is develop affordability เงินผม Investment หมดด้วยซ้ำ ผมซื้อ 7 Sides ถึงเวลาที่ Fund เค้าต้องกด Closing Period ผมก็ไปบอกผมลงทุนได้ เขาก็บอกเราก็ควรจะลงทุนร่วมกัน 75 ล้านยูโร เราลงทุนไปประมาณ 54 ล้าน เหลือประมาณ 20 กว่า ที่ดินมันแพงเกินไปนะครับ เลยเรามี Discipline พอที่ว่าถ้าเราหาที่แล้วเรา Diversify Portfolio เราขอไม่ลงทุน Styleที่เราทำจะเป็น Beach Inspire Concept ส่วน IDEO ไอ้ตัวนี้เข้าใจง่าย ถ้าดูอสังหาแล้วเรา เราดูอสังหาว่า Value มันเกิดตรงไหน ผมทำ ผมลงทุนหลังจากตอนนั้นมีปฎิวัตินะครับ รู้สึกปฎิวัติประมาณ 6-7 เดือน เราเริ่มลงทุน มันเป็นอะไรที่สวนกระแสพอสมควร มันเป็นวิกฤตมันเป็นโอกาสของเรานะครับ Investment เราพร้อม เราก็พร้อม เราวิเคราะห์ตลาดเสร็จปุ๊บ ผมบอกว่าจุดอ่อนของเราทั้งตลาดเนี่ยะ ยังไม่เห็น Playerคนไหนที่เห็นบทบาทความสำคัญของรถไฟฟ้าที่แท้จริง ที่ตามรถไฟฟ้ายังไม่มีใครเห็นValue นี้นะครับ หน้าที่ของเราก็คือว่าต้องไป Claim ว่าเราเป็นผู้นำในตลาดนี้ จะเห็นว่าที่แต่ละไซด์ของเรานะครับ ที่ผมจะหาได้ นี้ก็ Critical Success Factor ในที่ตรงนี้ หาเองด้วยซ้ำ คุยกับนายหน้าทุกคนเอง ใครโทรมาผมรู้หมด ถ้าท่านต้องการหาที่ดินคุยกับนายหน้าที่ดิน ถามผมได้นะครับ ผม Challenge นายหน้าทุกคนว่า Tell me something I don’t know เพราะผมดู Google Earth แล้วจะรู้ทุกอันนะครับ จะเห็นว่าอันแรกของเราคือลาดพร้าว 17 นะครับ ห่างจากรถไฟฟ้า 25 เมตร นี้คือ Definition ของเรา ตอนที่เรามีเงินตอนนั้นเข้ามา Board of Investor เห็นว่า you have to invest and speak of investor อันนี้สำคัญมาก ผมก็บอกว่า ถ้าผมหาที่ไม่ได้ ผมไม่ Invest ผมก็ไม่ Invest ภาวะไม่เน่นอน สูตรสำเร็จคือ ผมรู้ว่าสูตรนี้มันได้แล้วเราก็มี Commitment หาที่จนได้นะครับ เราก็สร้างPortfolio และ Branding ของเรา ให้มัน Re-Enforce ในความคิดของเราเองตลอดเวลา จะเห็นว่าเรามี Strongest Portfolio แล้วตอนนี้เรายังมี Cash Surplus กำลัง Invest ในที่พวกนี้อีกนะครับ แล้ว Fund อีกก้อนหนึงที่เรา Raise ขึ้นมาประมาณ 100 ล้านยูโร คงได้เข้ามาต้นปีหน้า เราได้ Existing Surplus ประมาณ 30 ล้าน Plus ประมาณ 100 กว่าล้านยูโร ปีหน้านะครับ แล้วจะมีตัว IDEO เราทำฝันได้เรื่อยๆนะครับ จะเห็นว่าตัวของ IDEO Brand Concept มัน live คือใช้ชีวิตอย่างเดียว โดยที่จักรวาลของ IDEO ที่เราต้อง Complete full circle ให้ได้คือ Live, Work, Play คือเขาต้องจัดวาง IDEO ให้ได้ Workก็คือ เดี่ยวจะมี Office ติดรถไฟฟ้า ส่วน Play ก็คือ Mall ติดรถไฟฟ้า นั้นคือเวลาเราทำ Brand Strategy Full Realization ของ Brand Concept อยู่นะครับ

       ตอนนี้พนักงานของผมเมื่อกี้ผมบอกว่า 40 ตอนนี้เกือบๆ 400 แล้ว ก็เยอะพอสมควร ก่อนที่เราจะเราเข้ามาตอนแรกๆงานมันเยอะ ผมก็บอกว่าผมเองก็เหมือนเป็นหัวแล้วนะครับ ผมต้องการนิ้วล้างก็คือถ้าหัวสั่งเดินแล้วนิ้วมันไม่เดินเนี่ยะไม่ต้องหรอก ทำอะไรไม่ได้ ทุกวันนี้เรามีเกิน 20 กว่า Projects ภายในระยะเวลา 18-24 เดือนนะครับ Speed of expansion มัน Massive ขนาดนั้น เรา Rely on IT Infrastructure ทุกคนเวลาจะเดินเข้าห้องประชุมของผมอาจจะแปลกใจว่าทุกคนใช้ Blackberry หรือ Push mail กันหมด Instantaneous ถ้านิ้วเจ็บ หัวก็ต้องรู้ ถ้าแตะไฟอยู่ก็ต้องขยับ Basic เกมแค่นั้น ถ้าคุณอยากจะทำบริหารกองทัพได้ แล้วอินสแตนเร็วขนาดนี้ คุณต้องรู้ว่า Nerves system คือ IT Infrastructure สำคัญที่สุด ในการExpand แล้วก็ Accountability ของ KPI ทุกอย่างTranslate ทุกอย่างเป็นเม็ดเงินให้ได้ ทุก Business process ควรจะ Translate ทุกเม็ดเงินให้ได้ตลอดเวลา Impact ของ Financial ของเราคือเท่าไหร่นะครับ ตามทฤษฎี From day one รู้อยู่แล้วว่าต้องลงทุน รายวันกว่า 40 กว่าล้าน ตั่งแต่ซื้อ Strategic Consult เข้ามาแล้วก็วางโครงสร้างเป็น KPI เซ็ทระบบระเบียบทั้งหมดให้เรานะครับ แล้วให้เรานะครับ ผมเรียกว่าเป็นกรรมการนับแต้ม ก็คือพนักงานทำ ผมเป็นเหมือนCoach ทุกคนเตะตามนี้ ผมให้คะแนนทุกคน ระบบคอมพิวเตอร์คือตัววัด Keep it simple พยายามทำง่ายๆแล้วนะครับ นี้ เป็น Strategic Alliance ของเรานะครับ มีพวกบริษัทกฎหมาย เป็นพวกแบงค์ ก็เกือบๆทุก แบงค์ Portใหญ่มาก จริงๆแล้วผมมองว่ามันเป็นจุดอ่อนของเรา ที่ต้องพูดคุยกับคนเยอะขนาดนี้ ถ้าดีกว่านั้นนะคุยกับซักสอง แต่ก็เงินที่เมืองนอก inject เข้ามามันใหญ่เกินที่แบงค์จะรับความเสี่ยงได้ ก็เลยต้องกระจาย Almost every bank ผมว่าวันนี้ Q&A กันดีกว่า

ถาม เมื่อกี้ที่ฟังมาส่วนใหญ่ Investment ที่ได้มาจะมาจาก Current of foreign currency มีวิธีการ Manage กับ Exchange Risk อย่างไรคะ
ตอบ อันนี้ผมว่าเป็น Top Level ของนักลงทุนทั่วโลกถามตนเองตลอดเวลา ก่อนตอบคำถาม เราถอยหลังกลับมาก่อน เรามาดูว่าเอ๊ะทำไมเงินทั้งโลก มัน Move around so much เงินไปหาโอกาส และโอกาสที่ดีที่สุด ถ้าเรามามองดูนะครับว่า Key ของเขาคืออะไร เขาลงทุนในประเทศเค้าได้ Return ที่ต่ำกว่าแล้ว เขาก็บอกว่าไปกระจายความเสี่ยงดีกว่า แล้วตัว Pension Fund กับพวกมหาเศรษฐี พวก Oil Fund เขาไม่ได้มามองว่าโครงการนี้ IRR 10 โครงการนี้ IRR 8 หรือโครงการนี้ IRR 12 ถามว่า 8กับ12 ถ้าคุณมี 5 Billions US สำคัญมั้ย มันเป็น It’s a long large number ตัวนี้มันจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน มันจะหา Return สมมุติว่าจะหา 8% จาก 5 Billions US มันยากมากๆ พวกนี้เขาจะมองอะไร เขาก็จะมองว่า จริงๆแล้วเงินฉันก็จะออกมาจากดินทุกวันยังไงมันก็มา Key ของมันอยู่ที่ว่าอย่าให้มันหายไปไหน มากกว่าที่จะเอา IRR 8 ไป IRR 12 นะครับ Name of the game for them is diversification. Diversification เกิดขึ้น เขาต้องหาที่จอดเงินใน Port ใน Fund ของเอเชียเค้า Allocation เมืองไทยเราก็ได้มาแค่ 5% เองถือว่าสูง ญี่ปุ่นเอาไป 40-50 % ตึกนึงใน Ginza ซ่าสูงประมาณ 10 ชั้น ดูเหมือนบ้านเราก็หน้ากว้าง 25 เมตร ตึก 10 ชั้น ซื้อซักแปดสิบล้านร้อยล้าน ของเขาร้อยล้านเหมือนกันแต่เป็นร้อยล้านUS จะเห็นว่า KEY คือว่าเขาไปจอดเงินที่ไหน เขาเลือกไปจอดเงินอยู่ที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ 40-50 % เพราะเงินมันใหญ่ ซื้อตึกนึงที่ Shinjuku ที่ Ginza เค้าก็รู้ at the same thing at the same time อะไรพวกนี้ สังคมญี่ปุ่นมันเป็น Ultimate IDEO Lifestyle แล้วครับ จะเห็นว่า Value ของ diversification เขาไปจอดเงินไว้ที่ไหนบ้างนะครับ แต่เวลาที่เราเป็น Fund Manager ที่เราไปขาย Strategy ให้ Investor เองอย่างนี้ เราก็ต้องมองดูว่าเราจะขายอะไร เราขาย Diversification Storyนี้ ถ้าบอกทั้งเอเชียมันต้องมี Emerging Market สำหรับเมืองไทยเราเป็น เมืองไทยเขาจะมองเป็น High Riskไม่ใช่ Blue ship ใน Core Asset เหมือนไส้พุง ไข่แดงของเขาเนี่ยะ 40-50 % จะไปอยู่ในวงของญี่ปุ่นหรือว่า ฮ่องกง สิงคโปร์ พวกนี้มากกว่าของเราได้เป็น Risk สูงกว่า แต่ Return สูงกว่าเช่นเดียวกัน เขาก็จะ Balance Port เขา เมืองไทยเราได้ 5 เปอร์เซ็น Let’s say 100 Millions US แต่ที่ญี่ปุ่นอาจจะซื้อ2-3ตึกก็ใช้ Equity หมดแล้ว แต่บ้านเรานี้ 100นึงเนี่ย ผมทำแทบตาย เพื่อที่จะแข่งกับที่ญี่ปุ่นลงทุนมันจะไม่เหมือนกัน Key ของมันคือว่า Diversification แล้ว Change opportunity growth คำถามที่ถามผมว่า เอ๊ะ Paging สำคัญมั้ยนะครับ เขาบอกว่าWe are property people นะครับมันเป็น Fundamental ของ property มันก็หมายความว่า You take ความเสี่ยง ใน Local Market และเขาก็ไม่ได้แคร์ว่า เราจะรู้ไม่ว่าเงินบาทเท่าไหร่ เงินปอนด์เท่าไหร่นั้นเป็นหน้าที่ของ Financial People ซึ่งถามว่าเขา Bet เขา Bet ถูกหรือป่าว ไอ้พวกนี้ก็ Bet ผิดแทบทุกวันอยู่แล้ว พวกนี้ก็บอกว่า That’s not our game. Our game is buy the best property that we like and the investment that we like สำคัญแล้วก็ Take Risk ของ Emerging Market หรือ Growth ของ Asia มากกว่า ถาม เงินทุนที่มาจากต่างประเทศ มีวิธีเสนอนักลงทุนต่างชาติอย่างไรให้เขามาลงทุนกับเราได้ แล้วก็ได้คอนเน็คชั่นมาอย่างไง ตอบ อันนี้ก็เป็นคอนเน็คชั่นหลายๆอย่าง ผมเห็นว่าอยู่ที่เราสะสมขึ้นมา ที่มาของผมพอดีรู้จักกับเพื่อนที่เรียนต่างประเทศด้วยกัน เขาเริ่มช่วย Prudential บริหารเงินที่โตเกียว เขามีไอเดียที่ขยายธุรกิจทั่วเอเชีย เพื่อนผมเองเป็นคนสิงคโปร์ เขารู้จักคนเยอะมากในเอเซีย เขาก็จะเเนะนำให้ในเกาหลีแนะนำให้รู้จัก Lotte แนะนำฮ่องกงแนะนำให้รู้จักตึกIFCตึกสูงที่สุดในฮ่องกงนะครับ ที่สิงคโปร์ตระกูล CEL Large Developer, Private Developer สิงคโปร์ เขาก็เลยจะเลือกPartner ถามว่าผมใหญ่มั้ย ความจริงผมเล็กนิดเดียว แต่ว่าพอดีเรารู้จักกัน แล้วเขาต้องการPartnerที่ไว้วางใจได้นะครับ ผมว่า Event แบบนี้ก็เป็น Opportunity ที่จะแลกนามบัตรกัน รู้จักกัน แล้วเราก็ไม่รู้ว่า Opportunity อันไหนที่มัน Spark มา

ถาม มีวิธีการดูแลพนักงานอย่างไร และมีการ Motivate ให้พนักงานทำงานให้ได้อย่างไร
ตอบ ผมว่าอันนี้เป็น Concept ของผมนะครับว่า เราต้องมี Define mission statement ขององค์กรเรา อย่างเช่น ถ้าเราเป็นพนักงาน Starbucks หรือ MacDonald นี้ เราก็ต้องรู้อยู่แล้ว ถ้าเราเป็น Serve Big Mac หรือว่ากาแฟหนึ่งแก้วเนี่ย What is your mission? เราต้องเสริฟให้ทุกแก้วเหมือนกัน หรือว่า Burger ให้ถึงกี่นาทีออกมาให้ได้นะครับ ต้อง Define ให้ทุกคนเข้าใจ Mission statement ก่อน คือแผนการบุกแล้ว Set a goal. As a coach คุณต้องชนะ What is your goal? ต้องเล็งเป้าให้เหมือนกันก่อนและให้ทุกคน Take part as a player ก่อน ว่าวันนี้เหมือนบนสนามฟุตบอล กองหน้าดี เต๊ะเข้าประตู 4 ประตู แต่กองหลังตายเอาเป็นบัญชีก็แล้วกัน บัญชีบอกว่า Audit ปล่อยให้คนอื่นโกง ออกไป 5 ประตู แพ้อีก สุดท้ายผมว่า มันต้องเป็นทีม As a coach Accountability สำคัญ หรือ Set KPI ให้ทุกคนสำคัญมากนักครับ ถ้าไม่ Accountability หรือถ้าเราเป็นเถ้าแก่ เราบินสูง ถ้าเขาไม่ให้เกียรติ player ทุกคน เขาควรจะมี KPI ให้ความสำคัญกับเขา ให้เขามองเห็นว่า เกลียวที่เขาหมุนอยู่อาจจะเป็นเกลียวเล็กของวันนี้แต่ว่ามัน Contribute to overall mission ของ Team ได้ไง อยากบอกว่า Style บริหาร Coaching strategy เป็นสิ่งที่ work ที่สุด และต้องให้เกียรติพนักงานทุกคน ถึงแม้ว่าเป็นคนขับรถ ทุกคนมี Value ในการทำงาน

ถาม How does small developer obtain finance in this difficult time?
ตอบ Very good question. Thing that difficult in game is big money game. It’s all cash flow and a money game. How does one small firm growth in this economic period with debt? I say almost zero, almost zero chance, from my alliance with all these bank even I have to go beg for money even I have equity replace. Debt of equity ratio is very low already we still have to defense ourselves mass of track record in partnership with other etc firm for debt financing in this environment in this time.

How can small developer can differentiate themselves for a little market? As a niche developer It quite important to find a niche.I think in a lot of ways I’d like to find out Scandinavian or the a region group that come in an want to invest in retirement villages. So this developer has audiences already who would like to come to Thailand. So in a way he knows to identify what is his competitive advantage it is he understands consumers. Let’s say we go out to the market, Let’s say if I want to tap into Norwegians region retirement villages. I say how do I start? I say I have zero competitive advantage but I have good Norwegian right here that can connect the largest entire home operator in Oslo. That is one way to go get it but if you go out into the market and you don’t called out what you familiar applied yourself with,I’ts quite difficult and don’t understand it’s impossible. You yourself have a network of friends, that network of friends is very critical once you have that network the first year network identify what are you good at. Let say if I want to have like in this room, Are you building a network right now? Yes you are. This is where it starts. You go to this event may be you share this event, may be any event, you build a network and you continually go to that event some building would ask only people that come to “Revo” can stay in this building. May be? A lot of Japanese community will do the same thing. People all Japanese like to consume like Japanese. So it’s not impossible. But the way you think you must think different form the corporate. What is the corporate guys think? How much budget we have? We have a hundred fifty millions. Ok. Do it usual. Slice it up. TV 30%, print ads 30%, direct mails, bla bla bla…What do you think about? You really think about ok go to the “Revo” event go to the church gather up with the people. It’s a community. What real estate is… at the end of day… is you building a community of people. So define what community you are, you have in a first tear of circle. I think you can probably find it.

ถาม ธุรกิจบ้านมือสองกับธุรกิจบ้านมือหนึ่ง ธุรกิจไหนน่าสนใจกว่ากันในช่วงภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ครับ
ตอบ บ้านมือสอง อันนี้ต้องถามแต่ละท่านก่อน มันต้อง Define บ้าน ผมต้อง Define ว่าคอนโดหรือว่าทางราบ Liquidity สอง Type of asset ไม่เหมือนกัน Liquidity ของคอนโดมันง่ายกว่าเยอะ มันซื้อขายกันง่ายนะครับ แล้วคนไทยเนี่ยะ Culture ของเรานะ เวลาเราซื้อ คอนโดมือสองจะไม่รู้สึกแปลก แต่เวลาที่ซื้อบ้านมือสอง เอ๊ะบ้านนี้มีผีหรือป่าว คิดนู้น คิดนี้ ว่ามีใครตาย ผัวตบเมียมั้ย เราต้องคิดในเรื่องพวกนี้ เราจะมองเห็นว่าภาวะบ้านมือสองในตลาดเรา Trade น้อยมาก ถ้าเหมือนอยู่อเมริกาอยู่อังกฤษนะ เราซื้อบ้าน London ใครอยู่มาร้อยปี ใครแก่ตายเราก็ยังไม่รู้เลยก็ไปซื้อกับเขาได้ มันก็แปลกเหมือนกันนะ ซึ่งมันเวลาเราบอกว่าลงทุน Asset type ไหนดีกว่า ซึ่งผมบอกว่าผมเลือก Asset type ที่มี Liquidity ในทุกตลาด หุ้นบางตัวบอกว่าหุ้นนี้ดี แต่มันไม่ได้ Trade เลยนะ คุณซื้อสิบล้านกว่าจะ Trade ออกไปได้อาจจะต้อง 15 วันนะครับ ถ้าหุ้นมันใหญ่ เงินใหญ่Trade 10 ล้านได้ transaction จบ ถ้าจะบอกว่าคอนโดมือหนึ่งมือสองอันไหนดีกว่ากันนั้นนะผมจะตอบได้ว่าให้คุณมอง Location เป็น Value ที่เป็น Unique value ของอสังหานะครับ No one asset is the same ฉะนั้นถ้าเราบอกว่า ต่อตารางเมตรแค่ 5 หมื่นเอง แต่ที่มันห้อง 200 ตารางเมตร ฉะนั้น Pie Chart ที่เราเขียน Consumer ของเราว่ามีตังค์ซื้อขนาดไหน นี่นะครับ เวลาคนบอกว่า แค่ 5หมื่นเอง เวลาเราซื้อ 200 ตารางเมตร ก็ 10 ล้าน Versus อีกอันหนึ่งพี่มันแค่ 50 ตารางเมตรเอง แต่ 7 หมื่นบาท ฉะนั้นเราต้องถามตัวเองว่าไอ้คนอยู่ อยู่จริงมั้ย เพราะฉะนั้นเวลาเราดู Price per square meters ของใหม่ของเก่า แน่นอนของใหม่ผมเชื่อว่าแพงกว่าของเก่าอยู่แล้ว ของเก่า ถามว่าไม่ดีเหรอ ไม่ใช่ไม่ดีนะ แต่ต้องตั้งใจหากัน แล้วอีกอย่างต้องคิดอีกหน่อยว่า อย่ามาดู Price per square meters แต่ดูกำลังซื้อผู้เช่าสุดท้ายนะครับ

ถาม ถ้าสนใจลงทุนในอสังหา แต่เงินทุนมีจำกัด
ตอบ ถ้าให้ผมแนะนำ สิ่งนึงที่รัฐบาลให้กลุ่มผู้บริโภคซื้ออสังหาได้ซื้อบ้าน สมมุติว่าเรา อาศัยอยู่กับพ่อ แม่ อยู่แล้ว หรือว่าเป็นทรัพย์สินที่เราไม่ได้กู้เค้ามามีดอกเบี้ยหรือเราไปกู้เขามา เหมือนทุกคนมีสิทธิที่จะบอกแบงค์เลยว่าฉันจะซื้อจริง แต่อาจจะปล่อยเช่าแต่มีสิทธินี้ สิทธินี้ ผมว่าทุกคนน่าจะใช้ สิทธิ์นี้จะได้ผ่อนที่ Rate เช่น 2 ปีแรกผ่อน 0 % แล้วก็ใช้ Advantageนั้นแล้ว Trade มันก็ได้ Trade หมายความว่าเอาสิทธิที่เราได้มาเอาไปซื้ออสังหาแล้วก็ปล่อยเช่า แล้วก็จะเห็นว่า Rate ที่เขา Fix แรกๆมันก็จะถูก At least คุณก็มีเวลาหายใจแล้ว You เก็บรายได้นั้นก่อน Once you exit ก็ดูสถานะการอีกจะ Asset เมื่อไหร่ได้ you ซื้อ Asset ที่...ไม่ได้ขายของนะ สมมุติว่าเป็นที่ใกล้รถไฟฟ้า ทุกวันนี้หาได้อีกหรือป่าวถามผม ผมก็บอกว่าหาไม่ได้เลยนะ มันหายาก นับวันมันยิ่งแพงขึ้น คุณก็ต้องมองไว้เหมือนกัน ถ้าคุณซื้อติด Station หรือห่างจาก Station 500 เมตรนะครับ ลองดูใน Radius ของ Station มันมี Volume ของ Potential due condo ได้ขนาดไหน ผมว่าเลือก Location ให้เป็น แล้วใช้สิทธิที่แบงค์จะให้ ไม่ใช่ให้คุณไปร้องกับแบงค์ฉันซื้อมาแล้ว ฉันจะไปซื้อ 2nd home, 3rd home แล้วบอกอันนี้ชั้นไม่เอา

ถาม ฟังจากประวัติแล้วนี้เป็นเกมแรกที่พี่เริ่มเล่น อะไรที่ทำให้พี่เริ่มจับเกมใหญ่เลยขณะที่บางคนเสียค่าเรียนเยอะแยะแต่จะหาเงินแสนด้วยตัวเองยังไม่กล้าเลย
ตอบ ก่อนที่ผมจะมาวันนี้ ผมก็นั่งคิดว่า Key Message ที่จะบอกพวกคุณจะบอกอะไรบ้าง ถ้าให้ผมศึกษาดูแล้วนะ อันแรกคือ ความกล้า ความกล้าเสี่ยง แต่เสี่ยงไม่ไช้เสี่ยงแบบส่งเดช โง่ๆเล่นไพ่ป๊อกเด้งไม่ไช่นะ คือต้อง Calculate the risk ต้องประเมินความเสี่ยงให้เป็น สถานะตัวเอง สถานการณ์ แล้วเวลามองเนี่ยะ อย่ามองตามเนื้อผ้า อย่ามองตามไพ่ที่แต่ละคนเล่นอยู่ มิติของจิตวิญญาณภายใต้ของแต่ละคนที่เล่นอยู่คืออะไร มิตินั้น คีย์ของมัน วันก่อนผม Interview Internal Audit หนึ่งคน แล้วผมก็เปิดโอกาสเขาถามคำถามสุดท้าย ที่เขาถามมาถามว่า คุณชานนท์ คุณต้องการอะไร คือหมายความว่า ผมต้องการอะไร ผมก็บอกว่าผมไม่ต้องการ Book worm คุณไม่ต้องมาบอกหรอกว่า ระบบระเบียบ มันต้องมี Flow chart ... ผมมองคนที่มี Ability to find it มันไม่ใช่ว่ารัฐบาลทุกวันนี้รัฐธรรมนูญเขียนมารื้อไปกี่ล้านรอบ มันมีหลายมิติที่เราไม่ได้มองตามเนื้อผ้า มิตินั้นคืออะไร นั้นแหละที่ทุกคนควรไปหามา แล้วอย่าคิดว่าคุณไปเรียน ธรรมศาสตร์ จุฬา Harvard หลายคนก็รู้ว่ามันไม่ได้จบเกม มันแค่เป็นMilestoneมาอวดคนอื่นเท่านั้น แล้วอย่ามีอีโก้ว่าเราจบอะไรมา เวลาเข้ามาเล่นในเกมใหญ่แล้ว มันมีมิติในหลายมิติที่เราต้องมองมันให้เห็น หามิติเหล่านั้น ผมเชื่อว่าเราลองถามอาจารย์หลายๆคนดูว่า เกมมันเล่นอย่างไง มิติมันมีอยู่อีก มันมีแผนซ้อนแผน มันมีทุกอย่าง Perspective มันมีทุกอย่าง ผมว่าต้องกล้าเห็นทะลุหลายๆอย่าง แล้ว Calculate ความเสี่ยงเป็น และอีกอย่างนึงผมเห็นว่า ความอดทน สิ่งอย่างหนึ่งที่ผมเชื่อว่าคนรุ่นพ่อเรามีคือความอดทน รุ่นใหม่เราต้องฝึกเยอะ กัดฟันอดทนตากฝนก็ต้องอดทน แล้วไม่มีคำว่าแพ้ ผมทำงานเนี่ยะผมนั้งสมาธิผมฝึกจิต วันนึงผมนั่ง 8 ชั่วโมงขาจะขาดจะหลุด อดทนจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว เราผึกจิตจนเราแกร่งแล้วเราจะลุกขึ้นมาทำอะไรเราก็จะไม่กลัว เราคิดเรานิ่ง เราประเมินผลได้ผลเสียตลอดเวลานะครับ แล้วเราจงมุ่งมันในสิ่งที่เรา Decision making เราต้องชัดเจน แล้วถ้าจะมุ่งแล้วเราต้องมุ่งเลย No looking back

ถาม ในภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ มีผลกระทบต่อยอดขายอนันดาหรือไม่ แล้วถ้ามี จะมีการแก้ไขอย่างไร
ตอบ สินค้าที่เราขายเรา เป็นสินค้าที่ต้องการภาวะที่ถ้าเรามองจากดัชนีของผู้บริโภค Consumer confidence เนี่ยะผมว่ายอดขาย Consumer good บ้านหรือ รถยนต์ เครื่องซักผ้ามัน tide in กับ consumer sentiment เป็นส่วนใหญ่ ผมว่าในภาวะน้ำลง แน่นอนครับผม น้ำลงค้ายังไง จะลดแลกแจกแถมหรือโปรโมชั่นต่างๆ นำ Price, Promotion หลายๆอย่าง อันตรายของอสังหาหรือในหลักเศรษฐศาสตร์ ถ้าทุกคนคิดว่ามันมี Deflationary effect เกิดขึ้น เรารอแล้วราคาถูกนั้นคือจุดอันตรายของเศรษฐกิจ ถ้าซื้อวันนี้แล้ววันหน้าราคาแพงขึ้นก็ซื้อวันนี้ดีกว่า จิตวิทยานี้ถ้าซื้ออสังหาเริ่มลดราคาถามว่าได้มั้ย ผมว่าได้ แค่หนึ่งฉาก ฉากที่สองไม่ได้อีกแล้ว Player ในกลุ่ม Consumer ในตลาดมองว่า เอาฉันก็เตะรอ เดี๋ยวก็ยิ่งถูก ไม่ได้ ไม่ควร ทุกคนควรจะมี Price incentive อาจจะต้องเป็นการให้ Furniture Package อาจจะช่วยผ่อนเงิน Whatever แต่อย่าให้ Pricing ให้มันชัดเจนว่าทุกคน ยิ่งรอยิ่งลดราคา ผมว่าไอ้นั้นมัน Critical Strategy นะครับ แต่ถ้าถามว่ากระทบมั้ย ทุกคนกระทบในท้องตลาดกระทบหมดนะครับ กระทบมากน้อยขนาดไหน แล้วแต่ Location ถ้า Location ดีอึดได้สร้างตึกเสร็จก็ไปได้ ถาม Banker แต่ละคนก็เขาบอกว่า ทุกสถานการณ์ขอให้ตึกเสร็จเถอะ ถ้าไม่เสร็จมันมีปัญหา ถ้ามันเสร็จแล้ว มันจะขาย สามเดือนนี้หรืออีกสองไตรมาศ มันก็ยังขายได้ ทำให้เสร็จแล้วกัน แล้วถามว่าขาลงจะทำอย่างไง สิ่งในอสังหาที่เห็นชัดเจนก็คือปลาใหญ่กินปลาเล็ก ปลาใหญ่หมายความว่าไง ปลาใหญ่ก็คือว่ากิน Market share ของปลาเล็ก เพราะปลาเล็กไม่มี Ability พอที่จะจัดงานใหญ่ๆ Event ใหญ่ๆ Communication ใหญ่ๆได้แล้ว เกมส์อสังหามันเป็นเกมส์ที่มันไม่ต้องมี Layer ของ Communication แอบอยู่ในนั้นตลอดอยู่แล้ว ตลาดดีไม่ดีเธอต้อง Communicate Communicate ให้เขารู้ว่า You are still alive even though you อาจจะขายอะไรไม่ได้ มันต้องบอกให้ได้ ว่าฉันอยู่นี้นะๆ จะเห็นหลายๆครั้ง ครับผมต้องออกข่าวบ่อยๆ มันเป็น Communication game ที่ผมต้องเล่น ก็ถ้าเปรียบเทียบเราเป็น Small firm หรือว่า Cash flow มันตึงนิดนึงมันกระทบทันที ถามว่าวันนั้นจะออกข่าวไม่มีตังค์มั้ย อาจจะไม่มีนะครับ ถามว่า Consumer อาจจะรู้ว่า ผมนึกว่าตึกคุณหมดแล้ว พี่ผมยังไม่หมด เพราะผมไม่มีตังค์ที่จะมาบอกว่าพี่ว่ายังมีอยู่นะ ราคาดีด้วย มันกลายเป็นเกมส์ว่า youไม่มีตังค์ Communicate นะครับ Communication ใน Asset สำคัญมาก

ถาม วันหนึ่งๆทำอะไรบ้าง ชีวิตเคยล้มเหลวอะไรบ้าง
ตอบ ผมเคยเปิดบริษัทดอทคอมมาด้วยนะครับ ตอนนั้นประมาณปี 2000-2001 ผมอยู่ในยุค 94 ยุคของอินเตอร์เน็ต ยุค Microsoft Explorer จะเห็นว่าเมื่อก่อนจะไม่มีแค่ Microsoft ครองตลาดนะ จะมี Opera จะมี Netscape อะไรพวกนี้ แล้วจะเห็นธุรกิจแล้วจะชอบมาก จะเห็นว่าทุกอย่างจะเป็น Paradigm shift ที่มันเหมือนเป็น Evolutionary มันเหมือนมีศัพท์ใหม่ๆเกิดขึ้นในท้องตลาดก็คือโจทย์มันเปลี่ยนไปเยอะแล้ว และเรามีทุนน้อย และในภาวะฟัดเหวี่ยงเนี่ยะ มันต้องมีโอกาสเกิดได้ซักคนนึง อาจจะดูว่าเซอๆซ่า แต่ใจมันแบบสู้ ก็เลยสู้ เปิด Hatchem เราก็ identify ว่า ไอ้คำว่า Hatch มันเป็นการฟักไข่ เราก็ Modify ว่าเหมือน Hatch all them นั้นคือ เราพยายามเป็น interrogator ให้ Entrepreneur อื่นมา work กับเรา Develop Formula หรือ business model กับเรา ตอนนั้นเราก็ได้ไปรู้จักกับทาทายัง และในเครือของผมก็บอกว่าใน Segment ในของตลาด ผมบอกทาทาชอบอะไร เขาก็มีชอบสัตว์ เลี้ยงอะไรพวกนี้ เราก็มี108pets.com บางคนก็คงอาจจะจำได้ ช่วงนั้นในอเมริกามี pets.com ใน US เนี่ยะ Market Caps อยู่ที่ 500 ยูเอส Earning ไม่มีเหมือนกันนะ ก็คือ Dot com bubble. No earning company Market Caps มันมากเกินจีอีหรือพวกนี้ด้วยซ้ำ เราก็เลยบอกว่าYou didn’t really know why แล้วเราก็รู้ว่า ถ้าเราสร้างขึ้นไปถึงจุดนึง มันก็จะมีเงินอีกก้อนนึงมาซื้อเรา That’s all we do ตลาดมันบอกไว้อย่างนั้นเราก็บอกว่า Ok, Lets play the game แต่พอเราวิ่งๆไป ก็ออกมาได้ดี ไอ้ฟองสบู่ที่อเมริกามันก็ Burst ปี 2000 เราก็เอ๊ะถ้าอย่างนั้นทำยังไงดี สงสัยต้องปิด ก็ล้มเหลวนะครับ แต่ถามว่าล้มเหลวมั้ย ในโจทย์ในวันนั้นถ้าย้อนกลับมาดูอีก ผมว่าผมทำเหมือนเดิมนะ ผมก็ต้องเป็น Risk taker เหมือนเดิมเพราะว่ามีโอกาสมันมากกว่าความเสี่ยง ผมว่าถ้าเราลงไว้เยอะแล้วเรารู้ว่าใครเป็นผู้ซื้อในวันนั้น แล้วเกมส์มันสามารถสู้กับยักษ์ใหญ่ได้ เหมือนเวลาไพ่มันเปลี่ยนทีมันน่าเล่นนะครับ

เพราะฉะนั้นเราเกิดแล้วเราตาย สิ่งเหล่านั้นที่เราเกิดจากศาสานาพุทธ จะเห็นว่า เราเองก็ควรจะเรียนรู้เองบ้าง ไม่ต้องไปเชื่อหมดนะครับเราควรจะเรียนรู้ว่า ความจริงมันคืออะไร ความจริงเราเกิดมาแล้วก็ตาย ความสำเร็จ เงินทองต่างๆ วัตถุเนี่ยไม่ใช่เป็นความสำเร็จ วันนี้ผมยังสอนน้องๆผมว่า มันเป็นเกมส์ที่เราเล่น เหมือน Game monopoly บางคนรวย บางคนเจ๊ง At the end of the day we all died แต่ที่สำคัญ Collection ของความรู้สึกเราน่ะ Positive energy, Negative energy ที่เราสะสม ในศาสนาพุทธก็จะบอกว่ามันเป็นกรรมเรา บาปหรือบุญ ผมว่ามันเป็น Collection of positive energy ผมว่าถ้าเราใช้ชีวิตโดยที่ Assumption นี้เรารู้อยู่แล้วว่าเราต้องตาย ระหว่างทางนี่ผมว่าสะสม positive energy ให้เยอะที่สุด แล้วเรื่องโจทย์ของจักรวาลมันมีตลอดเวลา ถ้า You ทำ Negative ไว้ Negative มันกลับเข้ามา จะเรียกว่ามันเป็นบาป What ever บางคนจะเชื่อไม่เชื่อ ดูในโจทย์ของจักรวาล ทุกอย่างมันต้อง Physics มันต้อง Balance มันก็ Balance ถ้า You ทำความดี เดี่ยวก็ความดีมันก็เข้ามาเอง มันก็เป็นโจทย์ นะครับ ถามว่าประสบความสำเร็จ ผมว่าเรากล้าออกไปเป็นผู้นำ ผมว่าเราเองก็พยายาม ขยายความ Positive energy ให้แต่ละคน แล้วให้คนอื่นไปขยายต่อ นั้นคือโจทย์ของมนุษย์ ทุกคนที่จะต้องใช้นะครับ บางคนมีพาวเวอร์มากกว่าบางคน ไอ้พาวเวอร์บางคนอาจจะใช้ในทางที่ Negative ไอ้ Negative energy ไปขยาย Negative มันก็ Negative Negative ทั้งโลก มันก็ Collapse มาเอง เราอยู่ในวงจรที่ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา เราสะสมอยู่ตลอดเวลา วันนี้ผมเอา เราเองบริษัทเราเข้าโครงการ ทำ Habitats for humanity อาจจะมีเห็นอยู่ในหนังสือของIDEO ด้านหลังๆนะครับ จะเป็นโครงการที่เราไม่ได้ Donate มาสร้างบ้านให้คนยากลำบากอย่างเดียว เราเองเป็นผู้ออกแรงด้วย สมมุติว่าบ้านหลังนี้เรา Donate ไปซักแสนกว่าบาทเท่านั้นเองนะครับ แต่เราไป Build ไปช่วยแรงเขา แทนที่เขาจะจ้าง Labor พวกเราไปเองนะครับ โครงการนี้สิ้นปีจะมี Jimmy Carter มาลงเราก็จะร่วม Habitat กับ Jimmy Carter Build มันขึ้นมา อันนี้ก็สร้าง Brand awareness ในตลาดเรานะครับ ข้อดีของโครงการนี้จะให้ไดเดียก่อนนะครับว่าทำไมถึงชอบ ชาวบ้านที่ยากลำบากมาสมัครใน อบต.ว่าเขามีปัญหาอะไรเขาอยู่ในสภาพสลัมอย่างนี้ จะเห็นว่าคณะกรรมการจะให้ Donate ให้คนไหน จริงๆแล้วตรงนี้ ให้ยืมตังค์มาสร้างบ้าน ชาวบ้านมีเนื้อที่ที่เชียงใหม่เนี่ย ชาวบ้านข้างเคียงกันมาสร้างก่ออิฐ ฉาบปูน ทาง Prudential เองมี office ญี่ปุ่นมา office ของ สิงคโปร์ ฮ่องกง มาร่วมทำกิจกรรมนี้นะครับ แล้วผมก็บอกว่า เรามี Commitment ว่า ในบริษัทอนันดาทุกเดือนเราจะสร้างแบบนี้ตลอดไป แล้วพนักงานก็ไปสร้าง แล้วผมก็บอกว่าพนักงานไปสร้างออกแรงเอง เราไม่ใช่ องค์การที่ให้ตังค์ เพราะเราไม่ใช่บริษัทที่รวย เราเป็นบริษัทที่ทำงาน แล้วเป็นงานสังคมที่เราตอบแทนให้สังคม ข้อดีก็คือ ไอ้ทุกบ้านตรงนี้ก็ต้องเอาเงินมาคืนกองทุน กองทุนก็เอาเงินมาสร้างต่อๆ มันคล้ายๆ สหกรณ์ที่เชียงใหม่ เราไปถวาย ไปปลด ไถ่โคกระบือ จากโดรงฆ่าสัตว์ ทำไมต้องตัวเมีย เขาบอกว่าถ้าไถ่ตัวเมียไป โดยที่เค้าสัญญาว่าจะเอาตัวผลผลิตคือตัวลูกมาคืน ทุกคนมันก็ ต่อๆๆ ก็เหมือนกับว่า ถ้าเรามองว่า Collection ของชีวิตเราจะไปต่อ ต่อยอดมันได้ไง ไม่ไช่เราไปโยนเงิน ปล่อยออกไป เราต้องออกแรงแล้วหาวิธี หาโครงสร้าง ให้มันต่อยอดกันได้ตลอดไปผมว่ามันน่าจะดี
 
© 2008-2009 Liferevo Foundation. All right reserved.


Powered by RJ   |   Privacy   |   Term of Use   |   Contact