Pomme Chan
Illustrator คนไทยใน London ที่ทำงานให้ Agency ทั่วโลก ลงหนังสือ Lurzer’s Archive 200 best illustrators worldwide ซึ่งถูกคัดเลือกจาก 4,716 ผู้สมัครจาก 44 ประเทศทั่วโลก

 

วันเจอนี้เราก็มาอยู่กับน้องปอมนะครับผมซึ่ง บังเอิญบังเอิญผมไปเจอเธอนะครับโดยที่ผมไปใช้Hi5แล้วก็ไปเจอ pommepomme.com ทำภาพประกอบให้กับพี่บี ชนิดา ซึ่งผมก็ไม่รู้จักพี่บี ชนิดา มาก่อนเลยนะครับ แล้วก็เข้าไปดูงานแล้วก็รู้สึก โอ้โห สุดยอดแทบไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่านี้คือผลงานของเธอที่อยู่ในห้องนี่นะครับ แล้วก็เราก็เลยมาสัมภาษณ์เธอถึงสตูดิโอของเธอที่ลอนดอน
ขอบคุณที่มาค่ะ

อยากจะให้น้องปอมนะครับลองช่วยเล่าประวัติก่อนว่ามันมายังไงก่อนที่จะมาถึงตอนนี้
มันยาวพี่ โอเค คือปอมเรียนศิลป์ เรียนเซนโยมาแล้วก็มาเข้าเข้าศิลปากร อินทีเรียร์มัณฑนศิลป์ เสร็จแล้วพอจบออกมาตั้งแต่ก่อนจบแล้วปอมมีความรู้สึกว่าปอมไม่อยากทำอินทีเรียร์ดีไซน์ ไม่อยากรับผิดชอบจริงๆ คือแค่ไม่อยากรับผิดชอบแบบว่าบิวดิ้ง แล้วคือคอนสตรัคชั่นมากมายอะไรอย่างนี่ ปอมมีความรู้สึกว่ามันยังไม่ใช่เท่าไหร่เสร็จ แต่ตอนไปเรียนอินทีเรียร์ดีไซน์คือเข้าไปเรียน คือด้วยระบบของเมืองไทยที่ว่าต้องเลือก 4คณะอะไรอย่างเนี่ย แล้วยูก็เอนท์เข้าไปทั้งๆที่คนส่วนมากยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ต้องเรียนในมหาลัยคืออะไรแล้วจบออกมานั้นต้องทำอาชีพนั้นจริงๆแล้วเป็นอะไร มันเป็นไปไม่ได้ที่เด็ก ม.4 ม.5 ม.6จะสามารถรู้ว่า ตัวเองอยากทำอะไรตั้งแต่ตอนนั้น แล้วแบบอย่างสมมติบอกว่ารัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์จบออกมาแล้วทำอะไรกันแน่ มันมึนๆนะพี่ แต่ในช่วงจังหวะนั้นต้องเอนทรานซ์แล้วรู้ว่าตัวเองเกลียดเลข คือก็เปิดสมุดเอนทรานซ์แล้วก็หาว่าอะไรที่ไม่ต้องใช้เลขนะ อ้อศิลปะนั่นเอง พอโอเคศิลปะทำอะไรได้บ้าง ปอมก็เลยไปเรียนช็อทคอร์ส เรียนเรียน เรียน แล้วก็มีความรู้สึกว่าโอเค นี่ล่ะมั้งก็เลยลาออกจากโรงเรียนแล้วก็มาเตรียมเอนท์ปีนึงเลย แล้วก็โอเคเอนท์ติด ก็รู้สึกโชคดีมหาศาลได้เป็นอันดับที่หนึ่ง เลือกแค่สองที่เท่านั้นเพราะปอมไม่รู้จะเลือกยังไงไม่รู้จะเลือกอะไร เสร็จ โอเค เรียนไปก็แบบ คือตอนเรียนสนุกเพื่อนน่ารัก แต่เรียนยากมาก จบมาสี่ปีแล้ว พอจบมาแล้วรู้สึกว่ายังไม่ใช่ซักทีเดียว คือเรายังไม่ได้อยาก ปอมไม่ได้ใจกับอินทีเรียร์ขนาดนั้นก็คือลองทำงานนะคะลองทำสั้นๆ3เดือนอะไรอย่างนี้เสร็จแล้วก็อยากรู้ว่าตัวเองอยากทำอะไรก็ไปลองเรียนทรีดี ลองเรียนกราฟฟิกดีไซน์ ก็คือหาช็อทคอร์สซองลองเรียนทำเว็ป ลองไปลองมาประมาณสี่ห้าคอร์สเสร็จแล้วก็ไปฝึกงานที่ดีวายอาร์ทตอนนั้น คือก็ฝึกไปประมาณปีนึงได้ออกอาร์ทเวิร์คบ้างอะไรอย่างนี้เสร็จแล้วก็ทำงานอีกไปสมัครงานที่เกรย์ เวิร์ล วาย ทำเป็นกราฟฟิกดีไซน์เนอร์อยู่ปีหนึ่งเสร็จเป็นอินทีเรยดีไซน์เนอร์ปอมก็สงสัยว่าทำไมเค้ารับปอมคือตอนนั้นก็คลอสนิดนึง อ้าวเหรอเค้าโอเคก็ดีนะเค้ารับก็ดีค่ะ เสร็จทำไปถึงจุดว่าตัวเองอยู่ในกรอบ รู้สึกว่าตัวเองอยู่ในกรอบ คือทำไปก็สนุกในระดับหนึ่ง แต่ว่ามันมีลูกค้าที่แบบต้องการหนังสือโบโบใหญ่ๆ hard sale .....ภาษาอังกฤษ คือไม่อยากทำอันนั้นนะ แต่จริงๆแล้วคือมีอาร์ทไดเร็กเตอร์คนนึง ชื่อพี่บอลที่เกรย์ เขาพูดว่า เออปอม ขยับเคอนิ่งตรงนี้นิดนึงได้ไหม แล้วคือปอม อะไรคือเคอนิ่งเหรอพี่ คือมันค่อนข้างเบสิก เราไม่ได้เรียนมา คือปอมไม่ได้เรียนมา พี่เค้ามองอึ้งๆปอมก็เฮ้ยไม่ได้แล้ว เริ่มแบบไม่ได้แล้วจะต้องรู้แบบอย่างจริงจังถ้าอยากจะทำอะไรอย่างเนี่ย เสร็จ ปอมก็เลยมาอังกฤษ มาอังกฤษเพื่อมาอังกฤษคืออยากมาเรียนเพิ่มตอนนั้นอยากเรียนโทเพราะว่ารู้สึกว่าตัวเองขี้เกียจไม่สามารถเรียนโทได้ ก็โอเค อยากจะเรียนรู้เพิ่มขึ้นแล้วมันมีคอร์สที่เราสมัครได้คือปอมก็เรียนที่นี่2ปี แต่ว่าตอนก่อนมาเรียนนี่ก็คือพ่อไม่อยากให้มาเรียนเพราะพระบิดาไม่อยากให้มาเรียนค้านกันนิดนึงแต่ ณ ตอนนั้นคุยกับแม่เรียบร้อย สมัครเรียบร้อยจ่ายค่าเทอมเรียบร้อยบอกพ่อ15วันก่อนมาพ่ออึ้งๆมาแล้วนะพ่อจะไปแล้วนะ อ่ะ แล้วก็มา แล้วก็แบบว่ามาเริ่มเรียนจากศูนย์ของเรื่องกราฟฟิกดีไซน์ก็คือมาเริ่มเรียนที่นี่เค้าก็สอนตั้งแต่อย่างสมมติถ้าอยู่ไทยอย่างเนี่ยเวลาเราทำTypographyใช่ไหมค่ะก็คือพิมพ์ๆๆอยู่ในคอมพิวเตอร์แล้วก็จับโปรแกรมกันอยู่ในคอมพิวเตอร์แต่ที่นี่เค้าสอนตั้งแต่เริ่มวาด เริ่มวาดตัวอักษรลงบนกระดาษ คือให้รู้เชฟของมันจริงๆ คือเรียนจากแบบว่าพื้นฐานจริงๆ เบสิกเลย คือเค้าบอกว่าถ้าเราไม่รู้เบสิกแล้วจะไปพัฒนามันได้ยังไงก็ ก็เรียนที่นี่ ตอนเรียนที่นี่ก็ขี้เกียจเล็กน้อย ก็เลยไม่ชอบสงสัยเรียนมาหลายปีมาก คือปอมไม่ชอบโรงเรียนเท่าไหร่ แต่โรงเรียนดีนะคะ ที่แอลซีซี แล้วปอมก็เลยหาทางฝึกงานแทน อ๋อ ก็คือยังไม่จบ ยังไม่จบก็คือช่วงระหว่าง 2 ปีที่เรียนเนี่ย ปอมฝึกงานไป 5 ที่ คือฝึกทุกเทอม ฝึก 5 ที่ หมายถึงว่าฝึกที่หนึ่งแล้วไปทำอีกที่หนึ่งหรือว่าทำพร้อมๆกัน ภายในระยะเวลา 2 ปี คือก็จบที่หนึ่งแล้วไปต่ออีกที่หนึ่ง ฝึกอีกที่ ฝึกอีกที่ ฝึกอีกที่ ฝึกที่มีคอมพานีด้วย ซึ่งเป็นแบบบริษัทกราฟฟิกตอนนั้น ตอนนั้นโอ้แม่เจ้า

เค้าให้เราทำอะไรบ้างตอนฝึก
เอ่อ ทำทุกอย่างนะคะ แล้วปอมก็คิดว่าดีด้วยที่ได้ทำทุกอย่างทำกระทั่งส่งโพสต์ไปโพสต์ออฟฟิศ ตัดกระดาษทำนู่นทำนี่ จนถึงขั้นว่าทำ Photoshop เค้าให้รูปมาแล้วก็ให้ตัดซูมไป 600% แล้วก็ให้นั่งสร้างพาสอยู่ในPhotoshop ทำไป ก็คือเรียนรู้ทุกอย่าง แล้วปอมว่ามันได้ความรู้มากกว่า มากกว่าเรียนในห้อง มันเป็นความรู้จริงๆ งานจริงๆ แล้วงานที่เราออกแบบช่วงนั้นตอนที่เป็นนักศึกษาฝึกงาน เราได้ คืองาน ผลงานก็ออกไปสู่ตลาดด้วย ใช่ ก็มีโฆษณาของ British Airway ตอนนั้นเพราะมี Company ทำอยู่ แต่ที่ชอบสุดคือตอนที่ปอมไปฝึกที่ไอดีเอ็นแมกกาซีนที่ฮ่องกง ก็คือฝึกที่ฮ่องกง ไปฝึกที่อ่องกง ก็แล้วเค้ารับด้วย ตกใจ แต่คืออันนี้เค้ารักมากคือเพราะปอมอ่ะเป็นแฟนของIDN แมกกาซีนอยู่แล้ว แล้วปอมก็ซื้อๆๆๆๆตั้งแต่ตอนอยู่ไทย แล้วพอเค้ารับไปถึงแล้วแบบพอเห็นออฟฟิศเค้าจริงๆแล้วโอ้ ชอบ ตกใจคือมันจี๊ด จี๊ดมากๆอ่ะพี่ มันจี๊ดแบบอยู่กลางตลาดอ่ะ เอ่อ แต่ผู้คนน่ารัก พยายามสอนงาน แล้วก็คุณเจ้าของเป็นคุณลุงแก่ๆที่แบบมีความสนใจทางด้านกระดาษมากๆคือทุก issue ของ IDN ถ้าสังเกตได้ว่ากระดาษจะดีมาก คือเค้าจะเปลี่ยนกระดาษข้างในไม่เหมือนกัน มีลูกเล่น ใช่จะมีลูกเล่น แล้วคือปอมก็เห็นprocessว่าเค้าทำยังไงเค้าเลือกกระดาษยังไงเค้าพิมพ์ยังไงแล้วก็อยู่ในส่วนของการออกแบบด้วยอาร์ทไดเร็กเตอร์ก็ใจดีให้ออกแบบ12 หน้า โอ้ ปอมก็ทุ่มเทสุดฤทธิ์ มีเวทีแล้ว ตอนนี้มีเวทีแล้ว พอจบ พอรวมทุกอย่างออกมาเนี่ยก็เหมือนเรียนจบออกมาแล้วเราได้ Port ก้อนใหญ่ๆก้อนหนึ่งเพราะว่างานเรียนด้วยผสมกับงานที่ไปทำฝึกงานมาทั้งหลายแหล่แล้วก็เริ่มถึงขั้นสมัครงานแต่ด้วยความว่าเป็นคนไทยเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใครก็เลยไม่มีใครsupport เราเหมือนกัน ก็มีปัญหาเรื่องเวิร์คเพอร์มิกว่าไม่สามารถทำเวิร์คเพอมิกได้ เพราะว่าคือหมายถึงว่าสมัครงานที่ลอนดอน ปอมไปสมัครFulltimeประมาณส่งCVไปร้อยที่ ได้สัมภาษณ์ประมาณ10ที่ แล้วก็สัมภาษณ์อะไรอย่างเนี่ย แต่ทุกที่ก็จะพูดเหมือนกันว่า เราต้องทำ Work Permit ให้ยูเหรอ เรื่องวีซ่าปอมบอกใช่ เค้าเลยบอก โอเค ถ้านั้นไม่ได้ไม่เสียเวลาทำให้ ปอมก็โอเค แล้วก็รู้สึกว่าทำอะไรดีก็คงต้องเป็นฟรีแลนส์ละมั้ง ก็เลยตัดสินใจว่าก็ต้องเป็นฟรีแลนส์ แต่ในขณะเดียวกันเนี่ย ที่บ้านก็บอกว่าเรียนจบแล้วกลับมาเหอะพี่นึกออกใช่ไหม พ่อแม่ที่ไทยก็คือเป็นห่วงอยากให้เราไปอยู่ด้วย ใช่ปอมก็อยากอยู่แต่ปอมรู่ว่าถ้าอยู่ไทยก็ไม่ได้ไปถึงไหนแน่เลย คือเราไม่มีInspiration เหมือนอยู่ที่นี่ด้วยความที่ว่าอยู่ไทยชีวิตมันแบบEasy มันง่ายอ่ะพี่นี่พูดแบบไม่ได้กระแดะนะคะ พูดจริงๆว่ามันง่ายนะ อ่า เราไม่ต้องเช่าบ้าน ไม่ต้องกระเสือกกระสนหาเช่า กลับบ้านมีข้าวเย็นกินไปไหนมีรถขับ ผ้าไม่ต้องซัก ข้าวยังไม่ต้องหุง ทำกับข้าวยังไม่ต้องทำ ผ้าไม่ต้องซักสบายจะตายไปแบงค์กันไม่รู้กี่คนที่ไปแบงค์เป็นที่ไทย แต่พออยู่ที่นี่ต้องทำทุกอย่างเองมันสนุก ปอมรู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่ามากขึ้น รู้สึกว่าล้างจานก็สนุกนะเนี่ย ใช่ก็เลยที่บ้านอยากให้กลับเค้าก็เลยไม่ส่งเงินให้ ตัด อ้อเหรอ แล้วเราทำไงครับ ทำงานพิเศษ ก็ล้างจานอ้อไม่ใช่ ไปเสิร์ฟตามร้านอาหาร ทำร้านอาหารเหมือนเป็นมันเป็นกระบวนการของคนอยู่ที่นี่คือไปทำร้านอาหารแต่ทำได้อยู่ไม่กี่เดือนปอมก็ออก เรารู้สึกเหมือนสมองไม่ค่อยได้ใช้งานเท่าไหร่แล้วมันเหนื่อย เหนื่อยกาย เหนื่อยแบบว่ากลับบ้านมาแบบไม่อยากวาดรูป แล้วพ้อยท์ของการทำงานนั้นคืออะไร

แต่ตอนนั้นเราฟันธงหรือยังว่าเราต้องเป็นนักวาดภาพประกอบเขาเรียก illustrator
ใช่ คือตอนนั้นยังไม่ได้ฟันธงนะคะแต่ว่าทุกโปรเจ็คปอมย้อนกกลับไปว่าพอทฟอริโอที่ได้มาจากโรงเรียนหรือที่ฝึกงาน 95%มันคืออีลาสเทรชั่น ไม่ว่าอาจารย์จะกำหนดโปรเจ็คมายังไง เค้าบางทีไม่ได้บอกว่ายูต้องทำไทโปนะต้องทำอีลาสหรือยูต้องทำรีเมคกิ้งหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่คือเค้าให้เราสื่อออกมาเองจากตัวโปรเจ็ค ให้เราเลือกด้วยว่าเราจะทำอะไร ก็คืองานปอมที่ออกมาเนี่ยปอมเลือก illustration ทั้งนั้นเลย ทำไมก็ไม่รู้ ก็จริงๆมันเริ่มมาจากสมุด Sketch เล็กๆที่แบบอยู่ตรงแถวนั่นอ่ะพี่ ที่บอกว่าเหงาอยู่ที่นี่ หนาว ก็เลยวาดรูป วาดเล็กๆ วาดไปวาดมาก็เลยเริ่มมัน เริ่มวาดไปเรื่อยๆผสมกับเรียนด้วยทำงานด้วย ก็เลยรู้สึกว่าโอเคมันมีอาชีพนี้อยู่ที่นี่นี่นาคืออยู่ไทยเรายังไม่รู้สึกว่าเป็น illustrator แล้วหาเงินได้นะยังไม่รู้สึกว่ามันเอ็นจอย ตลาดมันยังไม่ใหญ่เท่านี่ ใช่อยู่ที่นี่พี่เดินตามถนนคือเห็นแอดเวอร์ไทซิ่ง Billboard, Banner, illustration ทั้งนั้น ในทีวีหนังสือพิมพ์ แมกกาซีนสื่อทุกอย่าง ซีดีโคเวอร์คือมัน illustration รู้สึกว่ามันสนุกมันนสนุกถ้าเราได้เห็นงานของตัวเองอยู่ในนั้นวันหนึ่ง ภูมิใจด้วย ก็ภูมิใจอยากให้พ่อเห็นตอนนั้นมีความรู้สึกว่าเค้าไม่เข้าใจนะว่าเราทำอะไรก็เลยอยากให้เค้าเห็น แล้วพอโอเคกลับมา หาเงินเองก็ทำงานร้านอาหารไปไม่เวิร์คเสร็จ อืม

เราเป็นฟรีแลนส์เราหาลูกค้ายังไง
ตอนนั้นยังแบบทำฟรีอยู่เลยพี่ ทำฟรี โอ้ย แล้วมีคนดูถูก เป็นเรื่องปกติ เอ่อเพราะเราทำงานฟรี ทำงานเพื่อเอาPortfolio ก่อนตอนนั้นคือไม่ได้ตังค์ ไม่ได้ตังคือได้น้อยมาก กล่อง เป็นกล่อง ได้เห็นงานตัวเองอยู่ในแมกกาซีน แล้วเค้าก็ส่งมาให้เค้าโอเคงานพับลิชไปทำฟรีก็ไม่เป็นไรโอเคปอมตั้งใจไว้ว่าปีแรกคงเป็นอย่างนี่ล่ะนะก็เหมือนรู้ๆว่ามันยาก เสร็จก็ไปสมัครงานทำแมกกาซีน เผอิญโชคดีเค้ารับทำไปเป็นอาร์ทไดเร็กเตอร์ของแมกกาซีน เค้าให้เป็นอาร์ทไดเร็กเตอร์ของแมกกาซีน พอเป็นอาร์ทไดแล้วก็ เป็นแมกกาซีนเล็กๆอ่ะค่ะพี่ พอเราคุมทุกอย่างปอมก็เลยใส่อีลาสงานตัวเองเข้าไปเยอะๆมหาศาลเพื่อเป็นพอทก้อนโตอีกทำไปได้ครึ่งปีบริษัทเจ๊ง แต่ไม่เป็นไรเราได้ Portfolio เจ๋ง โดนเชิดเงินไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้านเศร้าทำไงดีไม่กล้าขอที่บ้าน

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีความคิดยังไงบ้างครับ
ก็เดินร้องไห้ คือปอมไปทำงานปกติอ่ะค่ะ แล้วพอไปถึงแล้วเค้าบอกว่า เอ่อมันไม่มีแล้วนะ แบบพรุ่งนี้ยูไม่ต้องมาแล้วนะไม่มีบริษัทแล้ว ไม่มีแล้ว แล้วจะจ่ายเงินก็จะจ่ายให้แบบไม่กี่ร้อยปอนด์ไม่ได้ครึ่งของเงินเดือนด้วยซ้ำปอมก็อ้าว เหรอ เสร็จ โอเค ก็ต้องยอมรับ ไปวีนกับเค้าก็ไม่ใช่เรื่อง ก็เดินร้องไห้เข้าร้านไทยอีกรอบขอสมัครงานค่ะ แล้วเค้าแบบคนเต็มเสร็จแล้วปอมมีเพื่อนทำงานอยู่ในห้าง แล้วเพื่อนบอกโอเคถ้างั้นมาทำงานแบบในห้างไหม ห้างนี้ดังนะมีแต่คนพูดถึง ใช่พี่ห้างอ่ะดัง ของอ่ะดี แต่ว่าไปเป็นคนขายมันก็ไม่สนุกอ่ะ ตอนนั้นก็ไปเป็นเมคอัพอาร์ททิสในห้าง แต่งหน้าก็ไม่เป็น ให้เพื่อนสอนเพื่อนก็น่ารักสอนให้ก็คือทำอันนั้นไปด้วยพื่อหาเงินจ่ายค่าเช่าบ้านเป็นค่ากินข้าวนะคะเลิกงานซักประมาณเย็นกลับบ้านมาก็นั่งทำวาดรูปหาลูกค้าต่อไปบางทีทำงานอยู่แล้วมีลูกค้าโทรมาเราก็ต้องบอกมาติดประชมอยู่คุยไม่ได้นะคะ แต่คือจริงๆแล้วเนี่ยขายของอยู่ในเซลฟิชเชสด์ ก็ทำอย่างนั้นอยู่เป็นปีนะคะ เป็นปี ตอนเย็นกลับมาวาดรูป ใช่ก็คือทำอย่างนั้นประมาณ4วันต่ออาทิตย์แล้วก็เสาร์อาทิตย์ก็นั่งวาดรูปไม่ได้ทำอะไร แต่คือไม่ได้มีลูกค้าอะไร แต่เราก็ทำไปเรื่อยๆ แต่ก็เริ่มมีบ้างเริ่มมีแมกกาซีนมาสัมภาษณ์ เริ่มอะไรอย่างเนี่ย คืองานของเราเริ่มมัคนเห็นแล้วใช่แต่ว่ามันก็ยังไม่พอที่เราจะจ่ายค่าเช่าบ้านเองจ่ายทำทุกอย่างเองเพราะค่าใช่จ่ายที่นี่มันสูงมาก ทำที่เซลฟิชเชสด์ 2ปีมั้งปี2ปี พอรู้สึกว่าตัวเองอยู่ตัวแล้วมีเซฟวิ่งอยู่ประมาณนึงกู้เงินแบงค์ด้วยเพราะว่ามันถึงขั้นว่าไม่มีแล้วจริงๆแล้วก็ไม่อยากให้ที่บ้านเดือดร้อนไม่กลับด้วย ไม่กลับแน่ๆ แล้วก็เกรงใจที่บ้านมาก เราไม่อยากให้เค้ารู้ก็เลยเดินหน้าซึมๆหาแบงค์แล้วก็บอกเค้าว่าโอเคลูกค้าจะจ่ายเงินเท่านี้นะ แล้วเค้าก็ปริ้นอินวอยให้เค้าดูว่าเราจะมีเงินเข้ามาแต่มันยังไม่มานะแล้วเราก็แบบจ่ายแบบมีเงินเข้ามีเงินออกทุกเดือนเป็นยังงี้ยังงี้แบงค์ ก็ช่วยตอนนั้นยังไม่เครดิตการ์ดตอนนั้นเศษฐกิจยังบูมอยู่ เอ่อ เค้าก็ให้ยืมเงิน ก้อนใหญ่ห้อนหนึ่ง พอได้มาก็โอเคเริ่ม มาทำอะไรที่มันเป็นเรื่องเป็นราว เริ่มมาเก็ตติ้งตัวเอง มาเก็ตติ้งตัวเองครับทำอย่างไรครับ ตอนนั้นก็เริ่มจากต้องมีเวปไซด์ก่อน ก็คือเสียเงินค่าทำเวปไซด์ เสร็จแล้วก็เริ่มคิดปอมก็นั่งคิดว่าถ้าเราจะซักเซสเนี่ยต้องแบรนด็ตัวเองว่าเป็นโปรดักตัวหนึ่งปอมก็ตั้งเป็น www.pommepomme.com ขึ้นมา พอเรามีแบรนด็นแล้วเนี่ยก็เลยมี Letter Head มีโน่นมีนี่ทำเองเสร็จต้องมีทำโปสการ์ดส่งไปปีละ3ครั้งให้ลูกค้า และการที่จะหาลูกค้าได้ปอมก็ต้องเข้าไปในแบบเอ่อเหมือนเวปไซด์บางเวปไซด์ที่จะมีอีเมลล์ขาย เหมือนเป็น Contact list ของคนใน Advertising Agency UK Magazine คือเราต้องไปซื้อ Contact เค้า ก็คือทุกอย่างมันต้องใช้เงินที่เป็นก้อนเงินที่ saving เพื่อมันจะเป็นตรงนี้ก่อน

คือว่าตอนนั้นเราก็ไม่รู้ว่าต้องทำไรบ้างคือเราหาของพวกนี้เรารู้ขึ้นมาได้ยังไง
ก็คือนักศึกษานะคะ ปอมคิดว่าถ้าเราขายสินค้าชิ้นนึงอะเราจะต้องทำอย่างไงให้เขาเห็น เพราะว่า ปอมนั่งทำอยู่บ้านคนเดียว แล้วแบบไม่มีใครเห็นงานแล้วเราจะได้งานได้อย่างไง

คือนอกจากต้องมีฝีมือตัวเองแล้ว ต้องขายของได้ด้วย
ขอแนะนำว่าต้องไปขายของนะคะ ต้องไปเสนอสินค้า พอมี Agent เขาจะช่วย Book appointment แล้วหาลูกค้าให้ แล้วเราก็ถือของไปให้เขา แล้วก็มีโพสด์กาดถือไปให้เขา เขาจะได้จำเราได้ แล้วหลังจากนั้นก็ ป๊อมทำแบบพับได้ เพราะอยากให้คนเก็บ แล้วก็ส่งให้เพื่อนได้

แสดงว่าตอนนี้ รับงานกับ เอเจ่น แต่ว่าเราไม่ได้ไปดิวด์กับลูกค้าเอง
หมายถึง ว่าพรีเซนท์งานไม่ค่อย คือแบบว่าทุกวันนี้ทุกอย่างมันออนไลน์ ไปหมดแล้ว Conference ก็มีที่อเมริกาด้วย บางที่ก็คุยกับ Agency เอง ที่ แอลเอ

ตอนนี้มี Agent กี่ประเทศ
มีที่อังกฤษ แต่ว่าเขาขอ เป็น World wide agency แล้วก็มีที่รัสเซีย เยอรมัน อเมริกา นี่เค้าเรียกว่าระดับโลก แต่คิดว่าคงหยุดหา Agent ก่อน 4ที่ก็เยอะแล้วค่ะ แต่ว่าเค้าเริ่มเข้ามาหลังจากที่ผลงานเราออกไปใช่ไหมครับ ก็คือช่วงแบ่งจริงๆแล้วเนี่ยคือเป็นช่วงเรียน2ปี ช่วงสร้างเนื้อสร้างตัวลำบากมหาศาล 2 ปี หาวิชามา 2 ปี ฝึกฝนจนมีผลงาน 2 ปีเต็มๆที่แบบ ลำบากมากๆค่ะ ไม่ใช่ลำบากแค่เล็กๆนะพี่

คุณปอมมีความอดทนมาก
แค่อยากจะบอกว่า ทำงานต้องเชื่อในการทำงานหนัก ปอมเชื่อในการทำงานหนัก บางคนจะพูดว่า โอ้ยโชคดีจังเลยนะ อะไรอย่างเนี่ยปอมบอกว่าแต่แปลกนะยิ่งปอมทำงานหนักเท่าไหร่ก็ยิ่งโชคดีเท่านั้น

อืม ชอบจริงๆเลย
เหมือนตอนนี้เริ่มอยู่ตัว เริ่มมีลูกค้าประมาณนึงนะคะ ปอมตอนนี้จริงๆไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเพิ่งเริ่มทำ Newsletter คือเหมือนสามารถ Sign up Newsletter ใน Website ปอมก็ส่ง Newsletter พวกนี้ไปให้คนเหล่านั้นแล้วก็ส่งคนส่งในออนไลน์จริงๆแล้วดูว่าจริงๆแล้ว มีกี่คนคืออันนี้เราสามารถเช็ค feedbackใครเปิดอ่านใครคลิ๊กอะไรบ้าง คือเราพอพูดถึงเรื่องมาเก็ตติ้งจะต้องรู้สแตทว่ามีใครกลุ่มมาร์เก็ตของเราคือใครบางทีปอมก็searchชื่อตัวเองในGoogleเพื่อดูว่าชิ้นไหนที่เค้าโพสต์กันเยอะๆงานชิ้นไหนของเราที่คนชอบทำให้ปอมรู้ว่านี่คือมาเก็ตกรุ๊ปนี่คือสไตล์ที่คนชอบแต่ไม่ได้หมายความว่าปอมจะต้องทำแต่สไตล์นั้นเพราะปอมเชื่อว่างานทุกชิ้นมันต้องมี development แล้วมัน แล้วต้อง improve ไปเรื่อยๆ ถ้านั่งทำสิ่งที่แบบรู้สึกว่ามันโอเคแล้วนั่งทำไปอีก3ปี มันไม่สนุกแล้วพี่ คือปอมก็จะพยายามเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เปลี่ยนแนวทาง เปลี่ยนเทคนิค เปลี่ยน medium เปลี่ยนเทคนิค เปลี่ยนคอนแทค แต่ว่าพอทำไปมันก็ยังรู้สึกว่าเป็นงานเราอยู่ แต่พอบางทีเราเพิ่มอันโน่นอันนี้ไปหน่อยมันเริ่มเปลี่ยนสไตล์ซึ่งปอมชอบ แต่ปอมไม่แน่ใจว่ามันเป็นเรื่องดีรึเปล่าเพราะว่าคนบางคน อาร์ททิสบางคนเพื่อนปอมอย่างเนี่ย คุยด้วยแล้วเหมือนแบบเค้ามีสไตล์เดียวของเค้าอยู่แล้วเค้าก็ทำอย่างนั้นเป็นปีๆแล้วเค้าก็ successful มากๆ แต่คือปอมก้คุยกับเอเจ้นแล้วก็คุยกันหลายคนว่า คุยกับเอเจ้นก่อนที่เค้าจะรับเรา ปอมพูดว่านี่คือสิ่งที่เราเป็นนะ ว่าปอมชอบเปลี่ยนสไตล์ตัวเองไปเรื่อยๆ แล้วคือ เพราะปอมไม่ชอบที่จะหยุดนิ่งอยู่ตรงนี้ ปอมรู้สึกว่าเราต้องenjoy ทำงานไปด้วยเหมือนเมื่อก่อนวาดแต่รูปแต่ตอนนี้ปอมเริ่มทำไฮโปกราฟฟี่แต่ด้วยความว่าเกลียด Typography ตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่สมัยเรียนปอมก็เลยทำ Typography เป็นที่วาดมือ เพื่อจะได้ไม่เกลียดมัน พอเราได้ทำเป็นกราฟฟิกดีไซน์เนอร์เราก็ไม่มีกล่องหรือว่ากรอบว่าจะต้องฟิกตรงนี้นะอย่างนั้นอย่างนี้นะ เพราะทุกอย่างมันเป็น มันเป็นวาดมันก็กลายเป็น เป็นการววาดรูปขึ้นมา1รูป ใช่แต่ว่าเราเหมือนวาดตัวอักษร แล้วก็สนุกนะคะ สนุกแบบ สนุกขึ้นมาก แล้วก็คนที่นี่คิดไม่เหมือนปอมไม่แน่ใจว่าที่ไทยคิดยังไงอยู่แต่ว่าคนที่นี่อย่างเขียนใน Creative Review ว่า อืม เดี๋ยวนี้อย่างเค้าทำ Typography เค้าไม่ได้ทำเพื่อให้คนอ่านออก แต่เค้าทำเพื่อให้คนอยากเข้ามาเพื่ออยากอ่านให้ออก คือเหมือนกับว่า มันก็ไม่มีขีดจำกัดว่ายูจะต้องทำอย่างนี้เส้นต้องห่างเท่านี้ต้องเรียงแบบนี้อีกต่อไป มันก็กลายเป็นว่าเราก็นำเสนอไป ใช่มันจะต้องอ่านออก แต่มันอาจจะไม่ได้อ่านออกง่ายๆเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ อาจจะต้องเข้ามาแบบเพ่งดูนิดนึงมี Gimmick มีลูกเล่นอะไรอย่างเนี่ย เข้ามาดูแล้วโอ้โห มันมีอะไรทำไมต้องเป็นแบบนี้ ใช่แต่นี่ก็คือความต่างของอีลาสเทรเตอร์กับกราฟฟิกดีไซน์เนอร์ไงค่ะ คือให้ปอมเป็นกราฟฟิกดีไซน์เนอร์ปอมก็เป็นไม่ได้ มันต่างกันยังไงครับแบบ เหมือนแบบอันนี้ก็คือเมลล์เอ้าท์อันล่าสุดใช่มั้ยค่ะแล้วคือปอมให้กราฟฟิกดีไซน์เนอร์ทำให้เหมือเค้าวางTypoอย่างเนี่ย เหมือนเค้าวางง่ายๆ เหมือนเป็น ฟร้อนท์ที่ซื้อมาเป็น Font ที่อยู่ตามคอมพิวเตอร์ แต่ปอมมั่นใจว่าอย่างตรงนี้อ่ะเค้าต้องเพิ่มเส้นหรือว่าเพิ่มอะไรให้มันเหมาะกับงานเรา คือเรื่องเล็กๆน้อยๆที่แบบ ตรงนี้แบ่ง Layout ยังไงอะไรอย่างเนี่ย ปอมไม่ทำอ่ะแต่ให้ปอมวาดเป็น Typography อย่างเนี่ยทำได้ แล้วก็สนุกมันคนละครเซ็ปกันอย่างนี้ต้องผสมผสานกันต้องทำงานร่วมกัน ใช่ค่ะ

ปอมมีอะไรอยากจะฝากถึงคนที่ดูทางบ้านไหมครับ
ฝากถึงใครดีค่ะ นักศึกษาหรือว่าคนทำงาน

ฝากถึงนักศึกษาแล้วก็คนทำงาน สมมติว่าเค้าเห็นงานปอมแล้วเค้ารู้สึกว่าชอบจังเลยอยากเป็นแบบปอม โอเคอยากเป็น illustratorได้แต่อยากเป็นแบบเดียวกัน โอเค 1 นะคะ อย่าก็อปปี้งานใครเพราะว่ามันจะหน้าอายมากถ้าถูกจับได้แล้ว 99% ถูกจับได้แน่ๆ 99% คนที่เจ๋งกว่าคุณเค้าได้เค้าได้ Establish ตัวเองออกมาแล้ว แล้วการที่คุณก็อปงานเค้าเนี่ยมันน่าอาย ทุกคนในวงการเค้าจะมองแล้วเค้าก็จะรู้เค้ารู้เค้ารู้แบบเพื่อนปอมเดินก็อปงานกันเยอะแยะ แล้วเค้าก็อปไปทำอะไรครับ T-Shirt ที่ไทยนะคะ ที่จตุจักรเลิกขาย ขอโทษ กรุณาเลิกขาย แต่ว่างานเพื่อนปอม ที่นี่เค้ามีก็อป ที่นี่ก็มีก็อปเอาไปทำT-Shirt นี่เค้าก็เพิ่งเมื่อจริงๆ 2 วันที่แล้วเองที่เค้าเพิ่งทำเรื่องฟ้องกับบริษัทใหญ่ด้วย แล้วก็ อืมเหมือนเป็นคำแบบเน่าๆนะแต่อย่ายอมแพ้ อย่ายอมแพ้ คือ ให้ทำงานหนักอ่ะค่ะ เชื่อในการทำงานหนัก รู้ว่าตัวเองอยากได้อะไรแล้วก็เดินไปเอามันมาใช้ เวลานานหน่อยแต่ก็ปอมเชื่อว่าทำงานหนนักมันต้องได้อะไรกลับมาแน่นอน แล้วตอนนี้คุณปอมบอกว่า ทำอะไรอยู่ คือผมอยากจะทราบว่า อยากจะให้พ่อแม่ภูมิใจ ตอนนี้ภูมิใจไปแล้ว เรียบร้อย เรียบร้อย โอ้โหจาการฝ่าฟันจากการอดทนของเราโดยที่เค้าไม่รู้ว่าเราลำบากแค่ไหน คือแม่ปอมน่ารักมาก แม่ support ตลอดเวลา คือจะแอบคุยบางที พ่อก็น่ารักนะคะแต่ด้วยความที่คุณแม่Softกว่า แม่จะแบบผู้หญิงอ่ะเหมือนเราก็สนิทกันมากๆ แต่ตอนหลังรู้สึกมีคนในหมู่บ้านบอกพ่อว่าเห็นงานลูกสาวด้วยเก่งจังพ่อตกใจเห็นได้ไงเนี่ย คือปอมยังไม่รู้ว่าเค้าไปเห็นได้ไงเหมือนกัน ก็คือพอพ่อได้ยินจากคนอื่นพ่อก็แบบเออดีใจแล้วเค้าก็แอบไปพูดกับแม่กับน้องก็เออเก่งนะ อะไรอย่างเนี่ยท่านผู้ชมครับในที่นี่เมื่อกี้อ่ะครับผมเพิ่งสัมภาษณ์คุณฐิติรัตน์ คัชมาตย์ แทบไม่น่าเชื่อเลยนะครับ ว่าเหมือนกัน เหมือนกันไหมค่ะ เหมือนกัน คือคุณพ่อของคุณฐิติรัตน์ เนี่ยครับมีเพื่อนเค้ามาบอกว่าเห็นงานของลูกสาวด้วย ซึ่งคุณฐิติรัตน์เค้ามีความรู้สึกว่าอยากให้คุณพ่อคุณแม่เค้าภูมิใจ แล้วเสร็จปุ๊บแบบเดียวกันเป๊ะเลย โอเคไงต่อครับ ก็แล้วเค้าก็ภูมิใจไปแล้วล่ะค่ะแล้วบางทีปอมก็ได้ลงหนังสืออะไรปอมก็ส่งกลับไปให้เค้าดูบ้างหรือบางทีก็หอบงานกลับไปให้เค้าบ้างเล็กๆน้อยๆ แล้วแม่ก็แบบเอาไปอวดเพื่อนที่ทำงาน เค้าก็น่ารักเดี๋ยวนี้ก็ดีขึ้นเค้าเริ่มปักใจว่าปอมไม่กลับมาไม่กลับมาอีกแล้ว พอเค้าเริ่มอยู่ใน Stage นั้นเค้าก็รู้ว่าสิ่งที่ปอมทำอยู่ตอนนี้ปอมแฮปปี้เพราะว่าพ่อแม่ก็ไม่ได้อยากได้อะไรมากกว่านั้นแล้วนอกจากเห็นเราแฮปปี้แต่ว่าปอมก็อาจเห็นแก่ตัวนะคะว่าเลือกที่จะอยู่ที่นี่แทนที่จะกลับไปดูแลพ่อแม่แต่ว่าปอมคิดว่าเรามีชีวิตอยู่เพื่อตัวเราเองแล้วพ่อแม่เข้าใจ

คุณปอมวันๆนึงคุณทำอะไรบ้างครับ
ปอมก็ตื่นตั้งแต่แปดโมงครึ่งอ่ะคะตอนเช้าๆนั่งเช็คอีเมลล์ ตอบอีเมลล์ที่สำคัญเสร็จอาบน้ำก็เริ่มทำงาน เริ่มทำงานสิบโมงครึ่งสิบเอ็ดโมงทำงานไปด้วยก็แล้วแต่ว่างานแต่วันเป็นยังไงบ้าง แต่ส่วนมากบางทีปอมก็จะมีเขียนไว้ว่าวันไหนทำอะไร เพราะส่วนมาเดี๋ยวนี้ปอมไม่ต้องเจอลูกค้าเท่าไหร่แล้วก็กับบางทีโปรเจ็คสำคัญก็จะต้องให้เราไปเพื่อพรีเซ้นท์งานก็โอเคปอมก็ไป เราไปพรีเซ้นท์ด้วยตัวเองนานๆทีอย่างตอนนี้ปอมทำโปรเจ็คแบบเอ็มทีวีแต่ว่าก็เป็นความลับอยู่นะคะคือไม่สามารถโชว์งานได้

งั้นเดี๋ยวติดตามผลงานของเธอทางเอ็มทีวีนะครับ
คืออย่างเอ็มทีวีนะก็อืม สมมติว่ากว่าจะทำกว่าจะถึง Final Stage ต้องมีเจอเค้า 4 รอบ คือตั้งแต่ Mood Board, 1st Round, 2nd Round แล้วถึงส่งเป็น Final อันนี้ก็คือมันเป็นโปรเจ็คใหญ่แล้วมันทำต่อเนื่อง 2 เดือน ปอมก็ต้องเจอเค้าบ่อย อย่างเนี่ยถึงจะออกไปเจอเค้า แต่ส่วนมากปกติก็นั่งทำอะไรอยู่ที่บ้านไป วาดรูปเดี๋ยวพอหลังจากนั้นไป10โมงแล้วก็ทำไปเรื่อยๆก็ทำไปเรื่อยๆจนถึงหิวข้าว หิวข้าวก็ออกไปหาอะไรกินแล้วก็กลับบ้านมานั่งทำต่อจนถึงงานเสร็จคะ คือบางทีก็เสร็จเร็วบางทีก็หกโมงทุ่มก็เสร็จก็เคลียร์ ก็รีแลกซ์แต่บางทีถ้าไม่เสร็จก็ทำไปปอมตั้งใจว่าปอมไม่ทำถึงเที่ยงคืนMaxเพราะว่าถ้านอนน้อยปอมรู้สึกว่ามันทำให้ระบบรวน เป็นคนรักการนอน ก็ทำไป

เป็นสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตกับการทำงาน
ใช่ค่ะแน่นอน Work hard, Play hard แต่บางทีด้วยการที่แบบว่าโชคดีเป็นFreelance บางทีบางวันไม่มีงานคืออยู่ในช่วงรอ Feedback ก็มีเวลาออกไปเดินเล่นไปเข้าเมืองไปเจอเพื่อนอะไรอย่างเนี่ยแล้วพอ ส่วนมากลูกค้าจะ Expect งานวันจันทร์ วันจันทร์ตอนเช้าเพราะว่าเค้าก็ต้องมี Meeting กับลูกค้าเค้าเหมือนกันนั่นแปลว่าเราต้องทำงานเสาร์อาทิตย์คือเสาร์อาทิตย์ปอมต้องเผื่อไว้ทุกทีอย่างน้อยถ้าจะไปลั้ลลาก็คือวันเสาร์วันอาทิตย์ก็ส่วนมากก็อยู่บ้านครึ่งวันทำงานเต็มๆ

ว้าวนี่ผมรู้สึกว่าผมได้เรียนรู้อะไรไปเยอะแยะเลยนะครับ แล้วเราก็คอยดูผลงานของเธอกันต่อไปนะครับ
www.pommepomme.com

Login or Sign up to comment on this

busy
 
© 2008-2009 Liferevo Foundation. All right reserved.


Powered by RJ   |   Privacy   |   Term of Use   |   Contact