ดร.ประสาน ต่างใจ
คุณหมอที่ได้รับการยกย่องจากสังคมว่า เป็น "พหูสูต" ซึ่งเป็นผู้ที่สนใจค้นคว้าเรื่องวิทยาศาสตร์ทางจิต ควอนตัมฟิสิกส์กับอภิปรัชญาของศาสนาแทบทุกศาสนา ...

ดร.ประสาน : การสั่นเกิดจาก ทุกอย่าง เหมือนดนตรี จักรวาลประกอบไปด้วยดนตรี ดนตรีมันต้องสั่น ถ้าไม่สั่นจักรวาลก็ไม่มีชีวิต จริงๆแล้วชีวิตคือการสั่น ที่ว่างที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ มันมีอยู่เยอะแยะ สมมติว่า เราเอาส้มเขียวหวานมา 1 ลูก ไปวางตรงกลางสนามฟุตบอล ส้มอันนั้นคือนิวเคลียสของอะตอม สนามคืออะตอม 1 อะตอม และมีอิเล็กตรอนวิ่งอยู่รอบๆสนาม ที่ว่างนี้จิตจะเข้าไปอยู่ จิตจะเข้ามาอยู่ทุกๆที่ที่มีที่ว่างจะมีจิตทั้งนั้น จิตจึงมีทุกอย่างทั้งวัตถุ และไม่ใช่วัตถุ จิตจะขึ้นกับสมอง สมองเหมือนบ้านมีหน้าต่าง ถ้าในสัตว์ชั้นต่ำก็จะมีสมองเป็นบ้านหลังเล็กๆถ้าในมนุษย์ก็จะบ้านหลังใหญ่โต ทีนี้หน้าที่ของบ้านคือปล่อยให้ลมเข้า ลมที่เข้าๆ ออกๆ ก็จะพาจิตมาอยู่ สมองจึงมีหน้าที่บริหารจิต แต่ในการบริหารจิตจะขึ้นอยู่กับสมองว่าซับซ้อนแค่ไหน จะบริหารจนมีจิตสำนึก คนเราพอมีสติจะรู้ได้ทันทีว่าควรทำอะไร จักรวาลมีหน้าที่อย่างเดียวคือวิวัฒนาการ โลกมีหน้าที่อย่างเดียว ทุกสิ่งทุกอย่างมีหน้าที่อย่างเดียว คือ วิวัฒนาการ จิตเมื่อมีความแตกต่าง ระหว่างสัตว์กับคน ทำให้ลักษณะ มีความแตกต่างกัน จิตที่หยาบก็จะเป็นจิตของโจร ขโมย แต่ถ้าเราพัฒนาจิตได้ยิ่งละเอียด ยิ่งดี

ผู้ถาม : สเปกตรัม สามารถวัดได้ใช่หรือไหม และวัดอย่างไร

ดร.ประสาน : วัดได้ เหมือน แก้ว 9 ประการ จิตของเรามี 9 ชั้น จากจิตที่หยาบมาก แต่สามารถเปลี่ยนได้โดยการฝึกสมาธิได้จากจิต เป็นจิตสำนึก จนถึงจิตรู้ละเอียด จิตรู้มี 3 อย่างคือ รู้รวด รู้ว่ารู้ รู้แจ้ง จะไม่มีอารมณ์ มีเพียงอย่างเดียวคือ ตอบสนอง จิตของคนที่มีอารมณ์ มี 2 แบบ คือ ทำลายกับทำให้ดีขึ้น รู้กับความจำ ทำให้เกิดอารมณ์ที่ดีขึ้น ลักษณะของสมองทำให้จิต เปลี่ยนไป และวิวัฒนาการจนกลายเป็นจิตสำนึก จิตสำนึกก็ยังไม่เป็น สเปกตรัม การเกิดๆ ตายๆ ก็เพื่อวิวัฒนาการของจิตเท่านั้น

ผู้ถาม : จิตของเราสามารถวิวัฒนาการทั้งขึ้นและลงใช่ไหม

ดร.ประสาน : มันเป็นขามาแล้วขากลับ ขามาคือ 1 เป็นหลากหลาย ขากลับ จากหลากหลายเป็น 1 เราจึงมีการวิวัฒนาการ การให้กลับไปที่ 1 คือ นิพพาน นิพพาน คือการรู้แจ้งเห็นจิง ดังนั้น เราจึงต้องเรียน 3 อย่างคือ รู้รวด รู้ว่ารู้ รู้แจ้ง ถ้าเรายังไม่รู้ เราก็ต้องมาเกิดๆ ดับๆ เพื่อให้จิตวิวัฒนาการ การที่จะรู้ได้ขึ้นอยู่กับคน บางคนเร็ว บางคนช้า เราเกิดมาเพื่อการเรียนรู้ เรียนรู้เพื่อตามสเปกตรัมของจิต ทั้งสามรู้จึงเป็นเป้าหมายของเรา ทั้งหมดนี้มันเป็น พลังงาน จิต วัตถุ 3 อย่างอยู่ด้วยกันแยกจากกันไม่ได้ เรารู้ว่าพลังงานเป็นอย่างไร เราคิดว่าเรารู้ แต่ความจิงเรารู้ไม่หมด ในแต่ละชาติเราเกิดมาเพื่อวิวัฒนาการอย่างเดียว ทั้งหมดแล้วเป็นไปเพื่อวิวัฒนาการนั้นเอง

ผู้ถาม : คนเราเกิดมาเพื่อ เรียนรู้ พัฒนา ต้องทำอย่างไร

ดร.ประสาน : คือการทำ สมาธิ และการพบกับความสุขอย่างลึกล้ำ เช่น งานภาพวาด เวลาเราดูและน้ำตาเราซึมออกมานี้แหละคือ การมีความสุขอย่างลึกล้ำ การรักก็เป็นการบรรลุธรรมได้ โดยการรักไม่เห็นแก่ตัว รักด้วยความเข้าใจและเมตตาถือว่าเป็นความสุข ความสุขประกอบด้วย 3 อย่าง ความถนัด เงื่อนไข ได้ทำตามความชอบ หรือ อิสระ อิสระที่แท้จริงคือปัญญา

ผู้ถาม : อิสระ แท้จิงคือปัญญา มันเป็นปัญญาอย่างไร

ดร.ประสาน : ปัญญามี 2 ระดับ คือ สติปัญญา ที่เราใช้กันอยู่ กับปัญญาที่แท้จริง โดยการได้มาจากการปฏิบัติธรรม

ผู้ถาม : ดังนั้นคือที่ว่าเราวิวัฒนาการ และมีไปกลับ ดังนั้นการวิวัฒนาการจะขึ้นๆลงๆใช่ไหม

ดร.ประสาน : โดยทั่วไปถ้าเป็นคนแล้วก็จะเป็นคน ไม่กลับไปเป็นสัตว์ เราต้องนึกเสมอว่า พระพุทธเจ้าพูด จะมีทั้ง นักปราชญ์ และคนที่หยาบฟัง มนุษย์ถือว่าเป็นยอดสุดในโลก

ผู้ถาม : ถ้างั้นก็จะขัดหลักของธรรม ที่ฆ่าสัตว์จะย้อนกลับไปเป็นสัตว์

ดร.ประสาน : ไม่ขัด อย่าลืมว่า คำสอนของพระพุทธศาสนา เป็นคำพูดของคน ถ้าพระพูดอย่าไปขัดเข้า เพราะเป็นชาวบ้านธรรมดาและไปบวช เขาก็จะแปลเป็นอย่างนั้น ก็อย่าไปขัดเขามันไม่ใช่ปัญญาที่แท้จริง

ผู้ถาม : เคยอ่านหนังสือมาที่ว่าทุกอย่างบนโลกเล็กที่สุด คือ คลื่น อย่างมนุษย์สามารถเชื่อมต่อกับวัตถุหรือผู้คนโดยไม่มีมิติทางการเข้ามาคั่นด้วยการควบคุมจิตใต้สำนึก สามารถเชื่อมต่อได้ไหม

ดร.ประสาน : ความคิดเป็นสิ่งเชื่อมโยงติดต่อกัน เป็นเรื่องจริงนะ เมื่อมนุษย์ ไปถึงที่สุดแล้ว จะไม่มีวัตถุซักอัน และจะเล็กลงจนเป็นคลื่น เช่น คลื่นจิต คลื่นวิทยุ ล้วนแล้วเป็นการสั่นสะเทือน ของวัตถุและจิตใจ ทั้งหมด 3 อย่างแยกกันไม่ได้จิตเป็นสิ่งที่ละเอียดที่สุดจนถึง นิพพาน การวิวัฒนาการ กับการพัฒนาจิตไม่เหมือนกันนะ วิวัฒนาการ คือ ธรรมชาติมันเป็นไปเองของมัน แต่ถ้าพัฒนาเป็นการตั้งใจทำ

ผู้ถาม : ถ้าเราไปฆ่าคนอื่น เมื่อตายไป จะกลับมาเป็นคนอีกหรือป่าว

ดร.ประสาน : คนที่เกิดมาเป็นคนมันคนละประเด็นกัน คือกรรมไม่ได้แปลว่า เมื่อเราทำอะไรไปแล้วจะได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป ไม่ใช่เมื่อเราฆ่าไก่ และเมื่อตายไป เกิดมาเราจะกลายเป็นไก่ คนเราเกิดมาเพียงอย่างเดียว เพื่อวิวัฒนาการทางจิต

ผู้ถาม : ถ้าคนเราเกิดมาและไม่ทำอะไรเลย ก็จะไม่วิวัฒนาการอะไรใช่ไหม เช่น นั่งๆนอนๆ

ดร.ประสาน : ใช่ ก็ต้องรอหลายชาติ เค้าก็จะคิดได้เอง คนที่ทำบาป ก็ไปใช้บาป แต่ที่ใช้ไม่จำเป็นว่าต้องเกิดมาเป็นอย่างนั้น ที่ว่าทำอะไรและเกิดมาเป็นอย่างนั้น มันเป็นภาษาพูดเฉยๆ อยู่ที่เราจะตีความหมาย พระพุทธเจ้าไม่ได้พูดอย่างนั้น แต่มีความจำเป็นเพื่อให้เข้าใจในทุกสติปัญญา ไม่ใช่เรื่องผิดเรื่องถูก มันเป็นของเก่าแก่ เราจะต้องใช้โยนิโสมนัสติการซึ่งมี 2 ระดับ คือ โลกียะ ใช้สติปัญญาที่เรียนมา อีกอย่างคือ ใช้ปรีชาญานในการวิเคราะห์ วิจารณ์ ทุกสิ่งอย่างมี 2 อย่าง ขาไป ขากลับ การวิวัฒนาการมันมีอยู่แล้วทุกคน มันเป็นความสุขอันลึกล้ำ หรือ นั่งสมาธิอย่างลึกล้ำ มันเป็นช่องทางให้มีการวิวัฒนาการ ทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นไปของมันเอง ความสุขนั้นมี 2 ระดับ ความสุขทางกาย และความสุขทางใจ ความสุขทางกาย คือ เงิน แต่ความสุขจิงๆไม่เกี่ยวกับเงิน ความสุขทางใจมันสูงกว่าเงินเยอะแยะ ทุกสิ่งทุกอย่างมีความหมายอย่างละเอียด ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติ ทั้ง 2 ระดับ เราก็เข้าใจได้หมดทั้งโลก ทุกสิ่งเร่งได้แต่ว่าทำไม่ได้ เร่งโดยกฏธรรมชาติ สิ่งพวกนี้คือสิ่งใหม่ วิธีคิดใหม่ เราจะต้องค่อยๆเปลี่ยนระบบความคิดใหม่ จริงๆแล้วถ้าไม่ได้ทำอะไรเลยมันก็จะเป็นไปตามระบบ แต่มนุษย์ชอบเข้าไปเปลี่ยนแปลง

ผู้ถาม : 2012

ดร.ประสาน : คือจักรวาลมันหมุนอยู่ตลอด การหมุนแต่ละรอบ ครบรอบประมาณ 250ล้านปี 2012 เป็นเวลาที่โลกจะอยู่ตรงกลาง คือ แนวเดียวกับจักรวาล

ผู้ถาม : แล้วจะเกิดอะไรขึ้น

ดร.ประสาน : ทุกศาสนาจะบอกให้ระวังปีนี้ เพราะเขาบอกว่าปี 2012 ประชากรบนโลกจะตาย 70-80% วันนี้เป็นความเชื่อของศาสนา แต่ทางวิทยาศาสตร์ บอกว่าเราจะไปอยู่แนวเดียวกับจักรวาล จะเป็นอะไรก็ตามที ที่ทำให้โลกล่มสลายไป ว่ากันว่า จะมีประชากรเหลือเพียง 18% แต่ในขณะเดียวกัน เราจะมีจิตวิญญาณที่ดีขึ้นมันเป็นธรรมชาติโลกควรมี 2500-3000 ล้านปี แต่มี7000ล้านปี จึงต้องมีคนตายจากไป ตอนนั้นก็จะมีคนสนใจที่จะปฏิบัติธรรมขึ้น ไปวัดมากขึ้น ไปเรียนมาก สมัยก่อนไม่มี การสอนคือการเร่งในการพัฒนา การฝึกก็เป็นของดี แต่ต้องอยู่ที่ใจ จิตของเราอยากจะฝึกก็ต่อเมื่อ ทุกข์ มนุษย์เราจะทำได้ในส่วนที่ร้ายๆ เพราะจำไว้เป็นบทเรียนของเรา ความทุกข์ก็เป็นความสุข หลายคนบรรลุธรรมเพราะเป็นมะเร็งเยอะนะ ความสุขคือความเป็นอิสระทั้งกายและใจ

Login or Sign up to comment on this

busy
 
© 2008-2009 Liferevo Foundation. All right reserved.


Powered by RJ   |   Privacy   |   Term of Use   |   Contact