คุณ พล ตัณฑเสถียร

ดาราหนุ่ม คอลัมนิสปัจจุบันเปิดร้านอาหาร Spring & Summer

 

 

 

 

สัมภาษณ์ คุณพล  ตัณฑเสถียร
เรื่องแรงบันดาลใจสู่ความสำเร็จ

ประวัติชีวิตคร่าว ๆ ถึงปัจจุบัน
 ครอบครัวเป็นครอบครัวคนจีนทำอาชีพค้าขาย ทำธุรกิจอิมพอร์ตเหล้าจากต่างประเทศ มีห้องให้เช่า มีอพาร์ทเม้นท์เล็ก ๆ ขนาดกลางๆ มีพี่น้องแปดคน เป็นลูกคนเล็ก พอโตขึ้นมาเรียนสายพาณิชย์ ต่อมาก็เรียนกฎหมาย เอ็นทรานซ์เข้านิติศาสตร์ธรรมศาสตร์ แล้วก็ไปเรียน เอ็มบีเอ ที่อเมริกา แต่ละด้านที่เรียนมาจะแตกต่างกันเยอะ พอกลับมางานแรกที่ทำก็คือแสดงภาพยนตร์ ต่อมาก็เล่นละคร ทำงานด้านมาร์เก็ตติ้งกับ บริษัท ซีพี เซเว่นอีเลฟเว่น ทำไปพร้อมๆ กันเลย และก็เล่นละครต่อมาเรื่อยๆ หลังๆ ก็ซาด้านละครลง มาทำด้านอาหารซะเยอะ มาเป็นคอลัมน์นิสต์ แวะเยี่ยมชมร้านอาหาร และเขียนให้หนังสือแพรว และก็มาเปิดร้านอาหาร สปริงและซัมเมอร์

 
แรงบันดาลใจสู่เส้นทาง  :  นักแสดง

     หลังจากเรียนจบ MBA จากอเมริกา ก็กลับมาประเทศไทยด้วยความตั้งใจที่จะเป็นนักแสดงละครเวที ซึ่งแรงบันดาลใจที่อยากเป็นนักแสดงละครเวทีนี้มาจากการที่ตอนเรียนที่อเมริกาได้มีโอกาสดูละครเวที ละครบรอดเวย์ เยอะมาก ได้เห็นความสามารถหลากหลายของนักแสดง รู้สึกทึ่งในความสามารถ นักแสดงชายที่ทั้งร้อง ทั้งเล่น ทั้งเต้น แล้วยังรู้สึกว่าดูเท่ห์ มากๆ ก็ทำให้ในขณะนั้นรู้ตัวเองเลยว่าอยากเป็นนักแสดง กลับมาก็มุ่งตรงไปสมัครเป็นนักแสดงที่โรงละครกรุงเทพ ซึ่งเป็นที่เดียวที่มีการเล่นละครเวที เข้าไปบอกเขาตรงๆ ว่าผมอยากเป็นนักแสดง มาสมัครเป็นนักแสดง ซึ่งตอนนั้นเราก็ไม่ได้มีชื่อเสียงไม่ได้เป็นใครที่รู้จัก อีกทั้งยังไม่มีพื้นฐานด้านการแสดงมีแต่ประสบการณ์ที่ได้ดูละครเวทีเยอะ จนเกิดแรงบันดาลใจให้อยากเป็นนักแสดง เขาก็ไม่ให้เราเล่น พอบอกว่าไม่ให้เราเล่น เราก็เลยรู้สึกว่าอยากอยู่ใกล้เวทีเป็นอะไรก็ได้ ก็เลยได้ไปเป็นแบ็คสเตทให้เขา ได้ไปเข็นเวทีเรียกนักแสดง ก็เป็นจุดเริ่มที่ดีทำให้เราได้รู้จักพี่ๆ นักแสดง สักระยะ ภาพยนตร์เรื่องคู่กรรมภาคสองเปิดออดิชั่นก็มีพี่ที่รู้จักพาไป ก็ได้ไปออดิชั่นกับเขา ก็ได้รับเลือกให้เล่นหนังเรื่องคู่กรรมภาค 2 และพอทางโรงละครทราบก็เชิญให้มาเล่นละครด้วย หลังจากนั้นก็มีงานแสดงละครทางโทรทัศน์ตามมา
 
แรงบันดาลใจสู่เส้นทาง  :  คอลัมนิสต์
   
    ด้วยบุคลิกหน้าตาทำให้ในการแสดงละครส่วนใหญ่จะได้รับบทบาทที่เป็น คุณชาย เป็นคนเรียบร้อย คนดูก็จะติดภาพลักษณ์ของตัวละคร พอมาช่วงหลังเริ่มมีละครคอมเมดี้  บทกุ๊กกิ๊ก ละครเช้า และรับงานพิธีกรหลายรายการ ทำให้คนดูเห็นตัวตนเห็นบุคลิกในแบบที่แตกต่างไปจากภาพตัวละครที่เคยคุ้นตา และมีผู้ใหญ่ท่านนึงที่เป็นอดีตนางเอกสมัยช่อง 4 บางขุนพรหม ซึ่งตลอดชีวิตการแสดงของท่านเป็นนางเอกมาโดยตลอด และแสดงเรื่องน้ำเซาะทรายเป็นเรื่องสุดท้าย เพื่อให้คนดูจดจำเธอในบทบาทของนางเอกตลอดไป ท่านสอนให้ผมมีศักดิ์ศรี อย่าดูถูกคนดู อย่าทำร้ายความรู้สึกของคนดู หลังจากนั้นผมจึงเลือกบทที่จะแสดง รับละครน้อยลง และเห็นว่าอาชีพนักแสดงต้องใช้หน้าตา ถ้าวันนึงถึงวันที่ไม่สามารถแสดงได้แล้วจะทำอย่างไร ผมจึงคิดว่าต้องเริ่มทำอะไรสักอย่าง ซึ่งต้องเริ่มทำก่อนที่จะแก่เกินไป ก็มีแรงบันดาลใจจากการที่ได้ไปอ่านหนังสือเล่มนึงแล้วในหนังสือไม่มีคอลัมน์เกี่ยวกับอาหารเลย ก็เลยคิดกันกับพี่ชายทำคอลัมน์อาหาร ไปเสนอบรรณาธิการ 3 คอลัมน์ ซึ่งก็ได้การตอบรับให้เขียนทั้ง 3 คอลัมน์ และหลังจากนั้นก็ได้เสนอคอลัมน์อาหารไปยังนิตยสารต่างๆ หลายสิบเล่ม ซึ่งแพรวก็เป็นนิตยสารฉบับหนึ่งที่อยากเขียน ก็ตอบรับกลับมาเป็นเล่มแรก จึงได้มีโอกาสเขียนให้หนังสือแพรวถึงปัจจุบัน
 
แรงบันดาลใจสู่เส้นทาง  :  เชฟ และร้าน “สปริง” และ “ซัมเมอร์”
    
    ระหว่างที่ทำคอลัมน์เกี่ยวกับอาหารผมได้ไปสัมภาษณ์ ถ่ายภาพ ได้ไปชิมอาหาร เราก็ขอเข้าครัว ขอสูตร ขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้ทำให้ได้รู้จักเพื่อนที่เป็นเชฟเพิ่มขึ้นหลายคน และได้เห็นเพื่อนที่เป็นเชฟผู้ชายยืนแร่ปลาเพื่อทำอาหารให้เพื่อนกินในงานเลี้ยงแล้วรู้สึกว่าเทห์ดีนะ จึงเป็นแรงบันดาลใจว่าถ้าไม่ได้เป็นนักแสดงแล้วจะเป็นเชฟ คือ คิดว่าทำงานอะไรแล้วต้องทำให้เด่น ทำอะไรต้องทำให้ดี ต้องมีแพลน บี ถ้าไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้อันดับแรก และก็เริ่มศึกษาเก็บข้อมูลมาเรื่อยๆ จนกระทั่งคิดจะเปิดร้านอาหารขึ้นมา คือร้าน “สปริง” และ “ซัมเมอร์” ชื่อร้านไม่ได้ตั้งเองแต่พี่ชายซึ่งเป็นหุ้นส่วนที่ทำงานเกี่ยวกับด้านโฆษณาเป็นคนตั้งชื่อให้ โดยส่วนมากเมื่อคิดจะทำอะไรจะคิดถึงว่าตลาดมันต้องมี คนมันต้องชอบ คอนเซปท์ต้องมี คือถ้าทำอะไรโดยไม่มีคอนเซปท์มันก็จะอีเหละเขขะ มีคอนเซปท์คือตบให้มันเป็นรูปเป็นร่างขึ้นตอนที่พี่ชายตั้งให้ก็เนื่องจากว่าที่ตั้งร้านนี้เป็นตึก 2 หลัง เราก็เลยแบ่งโดยใช้อารมณ์มาสื่อ เป็นฤดู "สปริง" ก็จะเป็นอาหารที่เทสต์ดี ทานเสร็จแล้วก็ยังรู้สึกเทสต์ดีอยู่ คือ good after taste คือต้องไม่รู้สึกว่าระหว่างกินก็อร่อยดีแต่พออิ่มแล้วอืดเลี่ยนต่อไปจะไม่กินแบบนี้อีก ต้องพักสักหนึ่งเดือนถึงจะมากินได้อีก เราไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น อยากให้สัมผัสได้ว่าทานเสร็จก็ยังรู้สึกอร่อยสบายตัว พอไปเปรียบเทียบกับฤดูก็นึกถึง "สปริง" ส่วน "ซัมเมอร์" ก็คิดถึงวันหยุด คิดถึงอะไรที่เป็นสีสัน คิดถึงการเอาใจตัวเอง ไม่ต้องคิดมาก เพราะฉะนั้นจึงคิดไปในเรื่องของขนม ซึ่งทานแล้วอาจอ้วน แต่คิดว่าทานเพื่อเป็นรางวัลให้กับชีวิต รางวัลสำหรับมื้ออาหารของเรา ไม่ได้ทานทุกวัน  โดยก่อนเปิดร้านก็ได้ว่าจ้างเชฟมืออาชีพก่อนเปิดร้าน 2 เดือน เพื่อคิดเมนูอาหาร สำหรับร้านที่จะเปิดใหม่ แต่พอใกล้จะเปิด ก็มีเหตุขัดใจที่ทำให้เชฟต้องขอลาออกไป ทำให้ต้องพึ่งตัวเอง พอดีมีเพื่อนเป็นลูกชายเจ้าของร้านจิตรโภชนา ก็เลยขอให้คุณพ่อช่วยสอนให้ ตอนแรกท่านก็บอกว่าให้กลับไปเป็นนักแสดงอย่างเดิมเถอะงานร้านอาหารมันหนักเกินไป แต่ผมก็บอกกับท่านว่าถึงตอนนี้ผมถอยไม่ได้ ผมขึ้นหลังเสือมาแล้วผมลงไม่ได้ ต้องเดินหน้าต่อไป และบอกกับท่านว่าถ้าผมเรียนรู้จากท่านไปประสบความสำเร็จแล้วท่านจะรู้สึกภูมิใจที่ได้สร้างคนขึ้นมาด้วยมือท่านเอง และท่านก็สอนให้ทุกอย่าง ให้เข้าผมพาคนเข้าไปอยู่ในครัวด้วย เพื่อเรียนรู้สูตรอาหาร เครื่องดื่มทุกอย่างท่านไม่หวงเลย พอเรียนเสร็จ ผมก็ได้มาคิดว่าจะจ่ายเงินค่าสอนท่านอย่างไร ท่านก็บอกว่าไม่ต้อง ถ้าให้จ่ายจริงๆ คงจ่ายไม่ได้หรอกเพราะเป็นสูตรที่สืบทอดกันมา กลับมาที่ร้านผมก็ต้องมาคิดเมนูอาหาร เมนูเครื่องดื่ม ต้องอ่านหนังสือเพื่อเรียนรู้เรื่องการผสมเครื่องดื่มเอง เพราะจ้างบาร์เทนเดอร์มาไม่นานก็ออก ผมจึงต้องมาเทรนเด็กที่เข้ามาใหม่ด้วยตนเอง เรื่องเมนูอาหารถ้าปล่อยให้เชฟคิดแล้ววันนึงเค้าไม่อยู่ก็ทำให้รสชาติเปลี่ยน จึงต้องคิดเมนูอาหารเองเพื่อควบคุมรสชาติอาหาร
 เพราะฉะนั้นทุกอย่างที่ได้มา ไม่ได้เกิดจากแมวมองหรือเกิดจากโชคชะตาฟ้าส่ง แต่เกิดจากการที่เราฝ่าฟันเข้าไปหาและเรามีความต้องการที่จะทำอย่างนั้น  ไม่ใช่ว่าอยู่เฉยไม่เคยมีความคิดจะเป็นนักแสดงแต่มีแมวมองมาชวนเป็นนักแสดง ถ้าเป็นอย่างนี้ผมไม่เอา เพราะมีความรู้สึกว่าความสำเร็จที่เกิดจากอุบัติเหตุหรือความบังเอิญโชคชะตาวิ่งเข้ามาชนเราเองผมเชื่อว่านี่ไม่ใช่เป็นความสำเร็จ และบางทีอาจมุ่งไปผิดทางด้วยซ้ำ และวันนึงเมื่อไปโตในสายงานนั้นแล้ว rewrite ว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ฉันอยากเป็นเราอาจรู้สึก get lost ด้วยซ้ำเพราะเราไปผิดที่ผิดทาง ผมบอกได้เลยว่าสิ่งที่ผมทำทุกอย่างผมไขว่คว้า ผมตั้งใจ ไม่ใช่ว่าโดนปฏิเสธแล้วชีวิตจบ เพราะชีวิตผมถูกปฏิเสธมาตลอดชีวิต
 
มองอนาคตอย่างไร
    ตัวผมเองคิดว่าผมเป็นคนไม่ค่อยดี คือมีอารมณ์ศิลปิน อารมณ์จะเปลี่ยนทุกวัน วันนี้อยากทำ พรุ่งนี้อาจไม่อยากทำ ตอนนี้จึงอยากสร้างคน อยากให้คนข้างๆ เก่งด้วย จึงให้ความสำคัญกับเด็กที่อยู่กับผม ให้การศึกษา ดูแลให้ดี ต่อไปต่อยอดให้กับเราได้ ให้ดูแลกิจการแทนเราในเรื่องที่ไม่สามารถทำด้วยตนเองได้ โดยเฉพาะระดับบริหาร เพราะระดับล่างเทิร์นโอเวอร์บ่อยมาก

นิยามของคำว่า "ความสำเร็จ"

โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าความสำเร็จอยู่ที่ความพึงพอใจของเรา อยู่ที่ความคาดหวังของเรา ขึ้นอยู่กับว่าคนเราวางไว้แค่ไหน บางคนมีห้าบาท สิบบาทก็ถือว่าสำเร็จ เพราะวางเป้าไว้แค่นั้น บางคนวางไว้เป็นตัวเลข บางคนก็วางไว้เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้เช่นความมีชื่อเสียง ต่างคนก็แตกต่างกัน อย่างเช่น นักแสดงบางคนสิ่งที่ต้องการชัดเจนเลยก็คือการมีชื่อเสียง แต่สำหรับผมตอนเล่นละคร คือเล่นเพราะรักการแสดง ชื่อเสียงเป็นสิ่งที่ตามมาภายหลัง ความสำเร็จ คือ คนยอมรับ คนชอบงานของผม เชื่อมั่นว่าเป็นนักแสดงได้ การเป็นนักแสดงเป็นการสร้างความฝันให้คนดู เงินเป็นเพียงรางวัล

ข้อคิดและคติเตือนใจ

• คนเราเกิดมาต้องมีเป้าหมายในชีวิต
• ทำอะไรในชีวิต ต้องมีแพลนบี
• อย่าวิ่งตามเงิน  ต้องทำในสิ่งที่รัก ทำอะไรที่คุณรักที่จะทำ ทำในสิ่งที่อยากเป็น
• ใครจะรู้ตัวคุณดีเท่ากับตัวคุณเอง
• ทำอะไรต้องตั้งใจ
• อย่ากลัวโดนปฏิเสธ
• ซื่อสัตย์กับตัวเอง
• มีศักดิ์ศรีในตัวเอง มีความภูมิใจในตัวเอง
• คิดเสมอว่า ฉันแน่ ฉันเก่ง ฉันต้องทำได้
• ให้เคารพตัวเอง เคารพอาชีพตัวเอง
• อย่าเหยียดตัวเอง มีศักดิ์ศรี มีความทะนงในอาชีพของตัวเอง อย่าดูถูกคนดู อย่าทำร้ายความรู้สึกของคนดู
• เราจะสมเพศตัวเองไม่ได้
• ชีวิตต้องโก ออน ชีวิตต้องแบ่งสัดส่วนได้ แบ่งเวลาเป็น
• ช่วงเด็กอาจทำอะไรบ้าๆ บอๆ ได้มาก แต่เมื่อโตขึ้นกับต้องปรับให้มีความรับผิดชอบมากขึ้น
• ถ้ามีคนมาขอความช่วยเหลือ โดยที่ยังไม่ช่วยตัวเองเต็มที่ จะไม่ให้ความช่วยเหลือ
• เจอปัญหาต้องมีสติ ต้องถอยหลังออกมาก่อน แล้วมองกลับไปในมุมที่ไม่ใช่ตัวเรา เพื่อให้ความยุติธรรมกับเขา
• จะไม่แก้ปัญหาตอนนั้นไม่ใช้อารมณ์ตอนนั้นตัดสินปัญหา


Login or Sign up to comment on this

busy
 
© 2008-2009 Liferevo Foundation. All right reserved.


Powered by RJ   |   Privacy   |   Term of Use   |   Contact